วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เครือฮอนด้ารุกขยายส่งออก เพิ่มผลิตบิ๊กไบค์เจาะญี่ปุ่น

"ไทยฮอนด้า" เดินหน้าขยายส่งออกจักรยานยนต์-เครื่องยนต์อเนกประสงค์ ชี้โรงงานไทยได้เปรียบเพื่อนบ้าน

เหตุมีความยืดหยุ่นสูงผลิตได้หลากหลายรุ่น เล็งขยายเพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ใหญ่ ส่งออกญี่ปุ่น อเมริกาเหนือ เอเชีย ด้าน" ฮอนด้า ออโตโมบิล" คาดตลาดรถยนต์ปี 58 ฟื้นตัว ส่งเอชอาร์-วี สร้างตลาดใหม่ พร้อมลุยทำตลาดเอเชีย โอเชียเนีย แคริบเบียน

บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์จัดงานฉลองการดำเนินธุรกิจในไทยครบ 50 ปี และการผลิตสะสมครบ 50 ล้านหน่วย แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์ 25 ล้านคัน และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ 25 ล้านเครื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อยืนยันความสำคัญในการเป็นฐานการผลิต ส่งออกของไทย วานนี้ (17 พ.ย.)

นายโนริอากิ อาเบะ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ผู้ดูแลกิจการฮอนด้าในภูมิภาคเอเชียนอกเหนือญี่ปุ่น กล่าวว่า ฮอนด้าจะยังคงให้ความสำคัญกับไทย ในการเป็นฐานการผลิต และส่งออก ซึ่งมีแผนที่จะขยายตลาดต่อเนื่องต่อไป หลังจากขณะนี้มีการส่งออกสินค้าในส่วนของไทยฮอนด้าฯ ไปแล้วกว่า 80 ประเทศทั่วโลก

"บทบาทและความสำคัญของฐานการผลิตของไทยฮอนด้าฯ ในระดับโลกนั้น เห็นได้ชัดจากยอดจำหน่ายฮอนด้าทั่วโลกในปี 2556 มีการส่งมอบรถจักรยานยนต์ให้ลูกค้าในประเทศต่างๆ ประมาณ 17 ล้านคัน และส่งมอบเครื่องยนต์อเนกประสงค์ให้ลูกค้าทั่วโลก 6 ล้านเครื่อง โดยในจำนวนดังกล่าวนี้เป็นรถจักรยานยนต์จากไทย 10 % และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ 40%"

นายอาเบะ กล่าวว่า ไทยฮอนด้าก่อตั้งตั้งแต่ 2508 และมีการขยายธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันสามารถผลิตรถจักรยานยนต์ได้ปีละ 1.7 ล้านคัน ซึ่งนอกจากเป็นรถในตลาดทั่วไปแล้ว ในปี 2553 บริษัทยังได้เริ่มผลิตรถขนาดกลางคือเครื่องยนต์ 250 ซีซี ก่อนที่ปี 2555 จะเริ่มเดินสายการผลิต "โกลบอลโมเดล” เพื่อส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก ด้วยสัดส่วน 90% ของการผลิตทั้งหมด และปีนี้ได้เริ่มผลิตรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ความจุเครื่องยนต์ 650 ซีซี เช่น รุ่น CBR650 เพื่อขยายตลาดส่งออกทั้งใน อาเซียน ยุโรป อเมริกาเหนือ และออสเตรเลีย

โรงงานยืดหยุ่น-เพิ่มผลิตรุ่นใหญ่ส่งญี่ปุ่น

นายอาเบะ กล่าวว่า หลังจากนี้บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มการผลิตรถขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับตลาดต่างประเทศที่มีความต้องการมากขึ้นด้วย ซึ่งรวมถึงญี่ปุ่น อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และเอเชีย

ปัจจุบัน โรงงานผลิตรถจักรยานยนต์ในไทย จัดอยู่ในอันดับที่ 4 รองจาก อินโดนีเซีย อินเดีย และเวียดนาม แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่โดดเด่นกว่า ก็คือ เป็นโรงงานที่มีความยืดหยุ่น สามารถผลิตได้ตั้งแต่รถขนาดเล็กใช้ในประเทศ ไปจนถึงรถขนาดใหญ่สำหรับตลาดส่งออก

ในด้านตลาดในประเทศ แม้ว่าที่ผ่านมาจะชะลอตัวลง โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาที่ติดลบเฉลี่ยปีละประมาณ 5% แต่ก็เชื่อว่าการที่โรงงานมีการผลิตรถที่หลากหลาย ทำให้ผู้ทำตลาด คือบริษัท เอพี ฮอนด้า จำกัด สามารถที่จัดกิจกรรมการที่ตลาดที่ยืดหยุ่น เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายต่างๆได้ดี และสร้างการเติบโตในอนาคต

ขณะเดียวกันตลาดในประเทศที่ชะลอตัวลง ไม่ส่งผลกระทบกับโรงงาน เนื่องจากการส่งออกสินค้าโดยรวมทั้งรถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน อะไหล่ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ยังคงขยายตัว เฉลี่ยปีละ 10%

สำหรับการผลิตเครื่องยนต์อเนกประสงค์เริ่มตั้งแต่ปี 2530 ไม่ว่าจะเป็น เครื่องยนต์อเนกประสงค์ต้นกำลัง เครื่องปั๊มน้ำ และเครื่องตัดหญ้า รวมถึงเครื่องพ่นยาสะพายหลัง ที่เป็นผลงานชิ้นแรกที่มีการวิจัยพัฒนาและออกแบบในประเทศไทยและส่งออกไปทั่วโลก ครอบคลุม อาเซียน อินเดีย เม็กซิโก และลาตินอเมริกา

ด้านแหล่งข่าว กล่าวว่า การที่ภาคการส่งออกจากไทย โดยเฉพาะชิ้นส่วน และอะไหล่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทแม่ใช้ไทยเป็นฐานส่งออกบางรายการเพิ่มขึ้น แทนที่การส่งออกจีน เนื่องจากลูกค้าให้การยอมรับมากกว่า

สำหรับปัจจุบัน ไทยฮอนด้า มีการผลิตรถจักรยานยนต์ 1.7 ล้านคันต่อปี เครื่องยนต์อเนกประสงค์ 3 ล้านเครื่องต่อปี

ธุรกิจรถยนต์เชื่อปีหน้าตลาดฟื้น

ด้านนายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้า กล่าวว่าตลาดรถยนต์ปี 2558 ว่า เชื่อว่าจะปรับตัวดีขึ้นกว่าปีนี้ โดยมีปัจจัยหลักคือสภาพเศรษฐกิจ ส่วนภาพรวมตลาดปีนี้คาดว่าจะทำได้ประมาณ 9 แสนคัน ลดลงจากปีที่แล้วที่ทำได้ประมาณ 1.3 ล้านคัน

อย่างไรก็ตามบริษัทพยายามที่จะกระตุ้นตลาดช่วงปลายปี ผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการเปิดตัวรถใหม่ เพื่อดึงกำลังซื้อ โดย ล่าสุดได้เปิดตัว เอชอาร์-วี รถสปอร์ตคอสโอเวอร์ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างรถยนต์เอสยูวีกับคอมแพ็คเข้าไว้ด้วยกัน และถือเป็นการเปิดตัวรุ่นนี้เป็นครั้งแรกในอาเซียน โดยตั้งเป้าจำหน่ายปีแรก 2 หมื่นคัน

เอชอาร์-วี ผลิตที่โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.อยุธยา ซึ่งนอกจากทำตลาดในไทยแล้ว ยังมีแผนส่งออกไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และหมู่เกาะคาริเบียน ด้วยเป้าหมาย 1.5 หมื่นคัน ในปีแรก

เอชอาร์-วี ใช้เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร SOHC i-VETC 4 สูบ 16 วาล์ว 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ แรงบิดสูงสุด 172 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที ระบบเกียร์ CVT มีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ รุ่นเอส ราคา 890,000 บาท รุ่นอี ราคา 975,000 บาท และรุ่นอีแอล ราคา 1,045,000 บาท

นายพิทักษ์กล่าวว่า สำหรับภาพรวมตลาดเอสยูวีมีประมาณ 5-6 หมื่นคันต่อปี หรือคิดเป็นสัดส่วน 9-10% โดยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปเพราะมีทางเลือกมากขึ้น และเชื่อว่าจากการเปิดตัวรถยนต์ในครั้งนี้จะกระตุ้นและทำให้ตลาดมีการขยายตัวขึ้น หรือเพิ่มเป็น 8 หมื่นคันในช่วง 1 ปีจากนี้

ปัจจุบันฮอนด้ามีรถทำตลาดนี้คือ ซีอาร์-วี ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า เอชอาร์-วี และมีส่วนแบ่งการตลาด 20% และเชื่อว่าหลังจากการเปิดตัวรุ่นเอชอาร์-วี จะทำให้ส่วนแบ่งการตลาดรวมรถยนต์เอสยูวีของฮอนด้าขึ้นไปอยู่ที่ 30-40%

ขณะที่ยอดขายรถยนต์ฮอนด้ารวมทุกรุ่นช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา ทำไปแล้วกว่า 8.3 หมื่นคัน แต่จะเป็นไปตามเป้าหรือไม่นั้นจะต้องรอดูยอดขายในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ จากปัจจุบันได้ปรับเป้ายอดขายรถยนต์จาก 1.3 แสนคันในช่วงต้นปี มาอยู่ที่ 1.2 แสนคันในปัจจุบัน