เอกชนแจง"หนี้ครัวเรือน"โจทย์ท้าทายธุรกิจปีหน้า ระบุสินค้าเพื่อสุขภาพแรงต่อเนื่อง โหนกระแสสังคมผู้สูงอายุ
นักธุรกิจ เผย "หนี้ครัวเรือน” โจทย์ท้าทายธุรกิจปีหน้า หวั่นฉุดกำลังซื้อ กระทบเงินในระบบเศรษฐกิจวูบ แจงสินค้าเพื่อสุขภาพปีหน้าโตต่อเนื่อง จากการที่ไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ
นายภูริต ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจนอนแอลกอฮอล์ บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด กล่าวถึงความท้าทายของธุรกิจในปีหน้าว่า ธุรกิจจะปรับตัวรองรับโอกาสใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโต การแข่งขัน รวมทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว แต่ที่กังวลคือภาวะ "หนี้ครัวเรือน" ที่อยู่ในระดับสูง จะส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค
“ปี 2557 หนี้ครัวเรือนสูง ทำให้เงินเข้าในระบบเศรษฐกิจน้อย ส่งผลให้ยอดขายบริษัทมาเป็นไปตามเป้า ปีหน้าปัจจัยเหล่านี้ยังคงอยู่ กลายเป็นความท้าทายของธุรกิจ อย่างวันนี้ผู้บริโภคมีเงินเท่าไหร่ จะใช้จ่ายอย่างไร ทุกอย่างเป็นไปตามกฎเกณฑ์ธรรมชาติ ขณะที่ธุรกิจก็ต้องปรับตัวหาโอกาสเพื่อสร้างการเติบโตให้ได้”
นางวรรณิภา ภักดีบุตร รองประธานกรรมการบริหารด้านการตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ส่วนบุคคลและอาหาร บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ความท้าทายในปีหน้าคือ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคว่าจะฟื้นกลับมาหรือไม่ เพราะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไทยเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ทรุดตัวลงต่อเนื่อง จึงต้องจับตาดูว่าปีหน้าจะกลับมาฟื้นตัวได้ดีแค่ไหน เพราะจากภาพรวมไตรมาส 4 ปีนี้สถานการณ์ยังไม่ดีมากนัก
นางสาวลักขณา ลีละยุทธโยธิน ประธานกรรมการบริหาร (ภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) บริษัท เซเรบอส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงปีหน้า คือการลงทุนโดยตรงจากประเทศ (เอฟดีไอ) ที่เข้ามาไทยลดลงเหลือเพียง 22% จากอดีตมากถึง 44%
ล่าสุดนักลงทุนต่างชาตินำเงินไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ทั้งเวียดนาม อินโดนีเซีย เมื่อการลงทุนไม่เกิด ไทยก็จะไม่มีเงินขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ ความหวังจึงขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะต้องลงทุนในโครงการต่างๆ เอง ขณะที่ภาวะหนี้ครัวเรือนยังน่าห่วง โดยรัฐควรเข้าไปควบคุมการผ่อนชำระต่างซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ และควรฝึกให้คนไทยมีวินัยทางการเงินมากขึ้น
นางสาวลักขณา ยังกล่าวถึง แนวโน้มการตลาดที่ต้องจับตามองในปีหน้าคือ ไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ อัตราการเกิดใหม่ที่ลดลง ทำให้ต้องหาสินค้าและบริการตอบสนองกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ ยังคงเติบโตต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังเห็นว่าปีหน้าความร้อนแรงของโลกยุคดิจิทัล สังคมออนไลน์ จะมาแรงยิ่งขึ้น โดยภาคธุรกิจจะละเลยการทำกิจกรรมและแคมเปญต่างๆ ผ่านช่องทางเหล่านี้ไม่ได้ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการต้องมุ่งมั่นสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่ เพื่อดึงดูดผู้บริโภคให้ยุคที่จงรักภักดีต่อแบรนด์น้อยลง
ขณะที่นางวรรณิภา กล่าวว่า การบริโภคสื่อดิจิทัล อินเตอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย ยังเป็นแนวโน้มที่ต้องเกาะติดในปีหน้า เพื่อให้การทำตลาดเข้าถึงข้อมูลของผู้บริโภคผ่านช่องทางต่างๆ ที่สามารถเข้าถึงตัวผู้บริโภคได้โดยตรง (Touch point)
“อดีตแนวโน้มการตลาดจะมองกันยาว แต่ปัจจุบันดูกันวันต่อวัน เพราะโลกหมุนเร็ว พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงเร็วมาก เมื่อมีข่าวสารใหม่เกิดขึ้นจะทรงอิทธิพล เช่น รับข่าวสารตอนเช้า ช่วงเย็นพฤติกรรมเปลี่ยนทันที เป็นต้น แต่ท้ายที่สุดนักการตลาดก็ต้องเลือกว่าผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายเป็นใคร อยู่ที่ไหน และหา Touch point นั้นๆ ให้ได้”
นายชลิต ลิมปนะเวช อุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (ทีเอ็มเอ) กล่าวว่า แนวโน้มการตลาดปีหน้าคือเวทีการค้าระดับอาเซียน (เออีซี) จะเป็นสิ่งที่นักธุรกิจ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ต้องทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค ในแต่ละประเทศ เพื่อเตรียมพร้อมก่อนบุกตลาดอาเซียน เพราะหากพิจารณาสภาพเศรษฐกิจไทยปีหน้า คาดว่ายังอยู่ในภาวะทรงตัว เนื่องจากรัฐบาลไม่น่าจะใช้เงินอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากนัก
ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงเร็ว ต้องมองปีต่อปี ดังนั้นนักการตลาดยุคใหม่จะต้องเก่งทั้งการตลาดและไอที หรือนิยามได้ว่าเป็น "เทค มาร์เก็ตติ้ง" มาจากคำว่า Technology Marketing
เศรษฐกิจปีนี้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
นายรติ พันธุ์ทวี ผู้อำนวยการบริหารประจำสำนักงานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจปีนี้ว่า ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ปีหน้าสถานการณ์ทุกอย่างจะปรับตัวดีขึ้น จากสัญญาณกำลังซื้อเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว รวมทั้งการเมืองก็เริ่มมีเสถียรภาพ รัฐบาลเริ่มอัดฉีดงบประมาณเข้าสู่ระบบเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทำให้รากหญ้ามีเงินจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น
ทั้งนี้ ปีหน้ามองว่าสินค้าเพื่อสุขภาพยังคงมาแรง ส่วนการตลาดการใช้เทคโนโลยีและโซเชียลเน็ตเวิร์คจะมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง และส่งผลให้ความจงรักภักดีต่อแบรนด์ลดลง จะกลายเป็นโอกาสให้สินค้าใหม่แจ้งเกิดตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ (นิชมาร์เก็ต) ได้
“หลายคนประเมินว่าเศรษฐกิจปีนี้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว หลายอย่างอาจจะไม่ดีอย่างที่คาดการณ์ เพราะเป็นปีนี้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย แต่ปีหน้าจะดีขึ้น โดยสัญญาณหลายๆ ด้านเริ่มดีขึ้น”









