ยังมีความเสี่ยงจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง
อุปทานส่วนเกินยังคงกดดันราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันยังคงได้รับแรงกดดันจากปัญหาอุปทานน้ำมันที่มีสูงกว่าความต้องการใช้ถึง 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน (MBD) เป็นผลมาจากกำลังผลิตทั่วโลกที่ปรับเพิ่มกว่า 1.7 MBD ขณะที่ความต้องการใช้เติบโตเพียง 0.65 MBD ทำให้ราคาน้ำมันดิบในช่วงปลายปีมีโอกาสปิดในระดับต่ำกว่าคาด แม้จะเป็นช่วง High Season ของการใช้น้ำมัน เราประเมินว่า (1) กระทบต่อธุรกิจปิโตรเลียมต้นน้ำ โดยเฉพาะราคาขายลี่ยผลิตภัณฑ์ของ PTTEP ใน 4Q57 แม้บริษัทจะมีการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงจากการปรับลดลงของราคาน้ำมันไว้ 70% ของผลิตภัณฑ์ (สัดส่วนขายน้ำมันคิดเป็น 30% ของทั้งหมด) และ (2) Stock Loss ในกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น ที่เพิ่มขึ้น QoQ เพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิในปี 2557 ของกลุ่มธุรกิจการกลั่น อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามผลการประชุม OPEC (27 พ.ย.) จะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางราคาน้ำมันในปี 2558
ยังมีโอกาสปรับปรับลดกำไรสุทธิปี 57
เราไม่พบข้อมูลใหม่จากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยความเสี่ยงต่อการลงทุนหุ้นในกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นยังคงอยู่ที่ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลง ซึ่งปัจจุบันถือว่าปรับลดลงมากกว่าเมื่อเทียบกับ 3Q57 ที่ผ่านมา เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้ 4Q57 ขาดทุน จากการรับรู้ Stock Loss ที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับ 3Q57 ที่รับรู้ Stock Loss มากถึง 1.4 พันล้านบาท ขณะที่ประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ที่ 3.4 พันล้านบาท มีโอกาสถูกปรับลดลง โดยเรายังคงประมาณการกำไรปกติไว้เท่าเดิม
แต่ยังเชื่อว่ากำไรปกติปี 58 จะเติบโต 15%YoY
เรายังคงมุมมองเชิงลบต่อธุรกิจการกลั่น ตามทิศทางของราคาน้ำมันที่ลดลงจากปัญหาอุปทานส่วนเกิน ทำให้เราคาดว่าค่าการกลั่นพื้นฐาน (Market GRM) ของ BCP ในปี 2558 จะอยู่ที่ 6 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลง 6%YoY อย่างไรก็ตามกำลังกลั่นที่เพิ่มขึ้น 19%YoY เนื่องจากไม่มีแผนหยุดซ่อม และกำลังผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้ Solar Farm Phase 3 เต็มปี จะเป็นปัจจัยชดเชยค่าการกลั่นที่อ่อนตัวลง ทำให้เรายังคงประมาณการกำไรปกติไว้ที่ 4 พันล้านาท เพิ่มขึ้น 15%YoY
แนะนำ “เก็งกำไร”
ราคาหุ้นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมามีความผันผวนสูง จากการคาดหมาย Stock Loss จำนวนมากใน 2H57 แต่ Down Side ของราคาหุ้นถูกจำกัดด้วยประเด็นการขายหุ้น BCP ของ PTT เราเชื่อว่าการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นจะยังเป็นไปในลักษณะนี้จนกว่าจะความชัดเจนในประเด็นดังกล่าว ทำให้เรายังคงแนะนำ “เก็งกำไร” ด้วยมูลค่าเหมาะสมที่ 36 บาท เช่นเดิม









