วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Corporate News

BCP ซื้อ ราคาพื้นฐาน 42.75 บาท

BCP : บริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3/57 ที่ 381 ล้านบาท ลดลง 72%yoy และ 70%qoq โดยแม้จะมีการขาดทุนในสต็อกน้ำมันเป็นจำนวนมหาศาล แต่บริษัทยังสามารถรายงานผลประกอบการเป็นกำไรสุทธิได้ ซึ่งเป็นไปตามที่เราและตลาดคาดไว้ ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 3.2 พันล้านบาท คิดเป็น 82% ของคาดการณ์ทั้งปีของเรา เราคงมุมมองด้านบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการในอนาคตของบริษัทในไตรมาสที่ 4/57 และปี 2558 ซึ่งสะท้อนจากส่วนแบ่งที่มากขึ้นของโครงการพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ เราเชื่อว่าราคาหุ้น BCP จะปรับตัวดีกว่ากลุ่ม (TOP และ ESSO) คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 42.75 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

BEC ซื้อ ราคาพื้นฐาน 57.00 บาท

BEC : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 3/57 ที่ 1,083 ล้านบาท ลดลง 22%yoy และ8%qoq โดยผลประกอบการต่ำกว่าที่เราคาดไว้ 7% จากรายได้ที่น้อยกว่าคาดในส่วนรายได้จากการจัดแสดงคอนเสิร์ต รายได้ค่าโฆษณาในไตรมาสที่ 3/57 ยังคงเพิ่มขึ้นทั้ง yoy และ qoq ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และแนวโน้มเชิงลบของอุตสาหกรรม เราเชื่อว่าผลประกอบการในปี 2558 จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน จากการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ คงคำแนะนำซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 57 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

HANA ขาย ราคาพื้นฐาน 46.50 บาท

HANA : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 3/57 ที่ 587 ล้านบาท (+4%yoy แต่ลดลง 14%qoq) gross margin ปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 14.5% ในไตรมาสที่ 2/57 เป็น 12.7% ในไตรมาสที่ 3/57 ด้วยปัจจัยกดดันจากการไม่มี economy of scale ในการผลิตหลังเพิ่มสายการผลิตใหม่ที่เจียซิง และ product mix ที่แย่ลง ล่าสุดราคาหุ้นได้เกินราคาพื้นฐานปี 2558 ของเราแล้ว และเรามองว่าปัจจัยบวกได้สะท้อนไปในราคาหุ้นแล้ว ดังนั้นเวลานี้เป็นเวลาที่ดีในการขายทำกำไร ปรับคำแนะนำเป็น ขาย ด้วยราคาพื้นฐานที่ 46.50 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

LPN ซื้อ ราคาพื้นฐาน 28.50 บาท

LPN : บริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3/57 ที่ 561 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.9%qoq แต่ลดลง 8.7%yoy เป็นไปตามที่เราคาดไว้ โดยการลดลงของกำไรสุทธิเมื่อเทียบกับปีก่อนนั้นมาจาก gross margin ที่ต่ำลงจากยอดขายในโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีการเปลี่ยน brand mix เราคาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาสที่ 4/57 จะเป็นจุดสูงสุดของปีนี้ ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากการโอนยูนิตในโครงการลุมพินี ซีวิว จอมเทียน, ลุมพินีเพลส อุดร-โพธิ์ศรี และโครงการลุมพินีวิวล์ อ่อนนุช-พัฒนาการ ซึ่งมีมูลค่ารวม 5,365 ล้านบาท คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยแนวโน้มผลกำไรที่อยู่ในระดับสูง ราคาพื้นฐานอยู่ที่ 28.50 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

PTT ถือ ราคาพื้นฐาน 350 บาท

PTT : บริษัทรายงานกำไรสุทธิปี 2557 ที่ 24,558 ล้านบาท ลดลง 20.3%yoy และ 19.3%qoq จากผลประกอบการที่อ่อนแอของบริษัทย่อย จากราคาน้ำมันดิบที่ดิ่งลง ความเสี่ยงหลักคือความไม่แน่นอนของแนวโน้มราคาน้ำมัน ตราบจนปัจจุบันราคาน้ำมันดิบได้ลดลงอีก 10 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากไตรมาสที่ 3/57 หุ้นเด่นในกลุ่มน้ำมันและก๊าซของเราคือ PTTGC และ BCP จากมูลค่าหุ้นที่ถูก (อยู่ที่ประมาณ 7 เท่าของ 2558 PE VS 10.7 เท่า สำหรับ PTT) คงคำแนะนำ ถือ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 350 บาท ราคาที่ควรเข้าซื้อคือ 300 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

STEC ซื้อ ราคาพื้นฐาน 30.50 บาท

STEC : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 3/57ที่ 332 ล้านบาท ลดลง 14.2%yoy และ 17.6%qoq โดยผลประกอบการต่ำกว่าที่เราคาดไว้ จากยอดขายที่ต่ำ ขณะที่ gross margin มีการฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง เราคาดว่าผลประกอบการหลักในปีนี้จะเพิ่มขึ้นเพียง 4%yoy ทั้งนี้จากโครงการเมกะโปรเจกต์จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในปีหน้า การเติบโตของผลกำไรของ STEC น่าจะกลับมา สำหรับราคาหุ้นในปัจจุบัน มี upside ที่ 19% คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 30.50 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

SVI ขาย ราคาพื้นฐาน 2.90 บาท

SVI : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 3/57 ที่ 439 ล้านบาท (+113%yoy และ +73%qoq) ซึ่งเป็นไปตามที่เราคาดไว้ ด้วยปัจจัยหนุนจากค่าสินไหมทดแทนจำนวน 212 ล้านบาท ทั้งนี้ผลประกอบการหลักอยู่ที่ 224 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47%yoy และ 10%qoq เราเชื่อว่าการเกิดไฟไหม้วานนี้กระทบต่อสายการผลิตมากกว่า 60% ดังนั้นเราคาดว่า SVI จะไม่สามารถตอบรับ order ของลูกค้าทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างสมบูรณ์ ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของบริษัทนั้นเป็นสิ่งที่น่ากังวลหลักในขณะนี้ ปรับลดคำแนะนำเป็นขาย ด้วยราคาพื้นฐานที่ 2.90 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

VNT ถือ ราคาพื้นฐาน 11.20 บาท

VNT : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 3/57 ที่ 4 ล้านบาท ลดลง 92%yoy และ 98%qoq ต่ำกว่าที่เราคาดไว้ จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกว่าคาด ทั้งนี้ผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปีนี้เพิ่มขึ้น 32%yoy เป็น 278 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของคาดการณ์กำไรสุทธิทั้งปีของเรา ทั้งนี้แม้ว่าคาดว่าผลประกอบการของบริษัทจะดีขึ้นเล็กน้อยในไตรมาสที่ 4/57 upside ของราคาหุ้นในปัจจุบันดูจำกัด คงคำแนะนำ ถือ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 11.20 บาท ราคาเหมาะสมที่ควรเข้าซื้อคือ 10.00 บาท

BANPU ซื้อ ราคาพื้นฐาน 33 บาท

BANPU : ธุรกิจโรงไฟฟ้าของบริษัทจะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของผลประกอบการในปี 2558 (77% ของกำไรสุทธิ) ด้วยปัจจัยผลักดันจากการค่อยๆเริ่มการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าหงสาในกลางปี 2558 ทั้งนีการเปิดประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินในครึ่งหลังปี 2558 จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุน เนื่องจากคาดว่า BANPU จะชนะการประมูล นักลงทุนดูหุ้น BANPU ในลักษณะหุ้นโรงไฟฟ้า อย่างไรกีดีหากไม่มีการเปิดประมูลโรงไฟฟ้า เราชอบ RATCH มากกว่าเนื่องจากมีมูลค่าหุ้นที่ถูกกว่า (14 เท่าของ 2558 PE vs 19 เท่า PE สำหรับ BANPU) คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 33 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)


THCOM ซื้อ ราคาพื้นฐาน 47 บาท

THCOM : เราได้เข้าประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ เราคาดว่าผลประกอบการของบริษัทจะยังแข็งแกร่งในช่วง 2 ปีหน้า จากการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ของดาวเทียมไทยคม 7 ขณะที่คาดว่าการปล่อยดาวเทียมดวงใหม่ (ไทยคม 8) จะเริ่มในครึ่งแรกของปี 2559 คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 47 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

กลยุทธ์ : การทำมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (QE) เพิ่มเติมของญีปุ่น เมื่อเร็วๆนี้ ได้สร้างปัจจัยเชิงบวกต่อตลาดทั่วโลก เราได้มองย้อนไปยัง พ.ค. 2552 และ ธ.ค. 2555 เมื่อทางยุโรปและญี่ปุ่นได้เริ่มทำ QE ตามลำดับเพื่อที่จะวิเคราะห์ถึงผลกระทบต่อดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้แม้ปัจจัยภายนอกประเทศไทยยังดูดี เรายังคงมุมมองที่ระมัดระวังและแนะนำหุ้นที่ปรับตัวช้ากว่าตลาดรวมทั้งมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลในระดับสูง ภายใต้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าในระดับสูงนี้ รวมทั้งหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในระยะยาว (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)