วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้คดีไร่ส้ม!พิธีกรดังโดน'ผู้สนับสนุน'โทษ2ใน3

อัยการเห็นควรสั่งฟ้อง"ไร่ส้ม-สรยุทธ" คดี"จุฑามาศ"รับสินบนหลักฐานครบ ชี้พิธีกรดังโดน"ผู้สนับสนุน"โทษ2ใน3

โฆษกอัยการแถลงหลักฐานพอฟ้อง "สรยุทธ-ไร้ส้ม-เจ้าหน้าที่" เบี้ยวจ่ายค่าโฆษณาส่วนเกิน 138 ล้านให้ อสมท. รอแจ้งคณะทำร่วม ป.ป.ช. ก่อนสั่งฟ้องคดีต่อศาลตามขั้นตอน ด้านกรรมการ ป.ป.ช.เผยได้เอกสารเส้นทางการเงินในต่างประเทศของอดีตผู้ว่าการ ททท.ในคดีรับสินบนแลกสิทธิจัดเทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพฯ ครบถ้วน ลุ้น อสส.สั่งฟ้อง เดินหน้าไต่สวนกรณีร่ำรวยผิดปกติ ประสานสหรัฐยึดทรัพย์ส่งคืนไทย 60 ล้านบาท

วานนี้ (12 พ.ย.) ที่ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ นายวันชัย รุจนวงศ์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และ นางสันทนี ดิษยบุตร รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการพิจารณาพยานหลักฐานของคณะทำงานร่วมระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) กับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ในคดีที่ นางพิชชาภา หรือชนาภา เอี่ยมสะอาด หรือบุญโต เจ้าหน้าที่ธุรการระดับ 5 สำนักกลยุทธ์การตลาด บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน), นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมการผู้จัดการบริษัทไร่ส้ม จำกัด, บริษัทไร่ส้ม จำกัด และ น.ส.มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่ บจก.ไร่ส้มฯ ผู้ถูกกล่าวหา ตามความผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยความผิดพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 8, 11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และ 91

จากกรณีที่ นายสรยุทธ กรรมการผู้จัดการ บจก.ไร่ส้ม กระทำการโฆษณาเกินเวลา ขณะจัดทำรายการ "คุยคุ้ยข่าว" ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท. ระหว่างปี 2548-2549 โดยไม่ชำระค่าโฆษณาเกินเวลาให้กับ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) รวมทั้งสิ้น 138,790,000 บาท

นายวันชัย กล่าวว่า หลังจากอัยการสูงสุดได้รับสำนวนจาก ป.ป.ช. ที่ชี้มูลความผิดแล้ว ต่อมาวันที่ 5 ก.ย.2556 อัยการสูงสุดได้แจ้งข้อไม่สมบูรณ์เพื่อให้คณะทำงานอัยการ และ ป.ป.ช. ร่วมกันรวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์และได้ข้อยุติ ขณะนี้คณะทำงานผู้แทนทั้งฝ่ายอัยการ และ ป.ป.ช.รวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว และเสนออัยการสูงสุดแล้ว เห็นว่าคดีมีพยานหลักฐานฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 รายได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหา

หลังจากนี้จะมอบให้คณะทำงานผู้แทนของอัยการสูงสุด นำความเห็นไปประชุมร่วมกับคณะทำงาน ป.ป.ช.อีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อยุติในการดำเนินการฟ้องคดีต่อไปโดยเร็ว ซึ่งเชื่อว่าคณะทำงาน ป.ป.ช.จะไม่มีความเห็นต่างจากนี้ เนื่องจากในการชี้มูลความผิดของ ป.ป.ช.ก็สรุปความผิดผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 รายตามที่กล่าวมา ดังนั้นจึงไม่น่าจะมีเหตุผลอะไรที่จะมีความเห็นแตกต่างจากนี้อีก

โดยหลังจากนี้ก็ต้องให้ผู้แทนฝ่ายอัยการ และ ป.ป.ช. ประชุมร่วมกัน ซึ่งยังไม่ได้มีการกำหนดวัน หากประชุมได้ข้อยุติเรียบร้อยแล้ว เมื่อจะมีการฟ้องคดี สำนักงานอัยการสูงสุดก็จะดำเนินการตามขั้นตอน โดยมอบให้อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 2 รับผิดชอบต่อไป

พิธีกรดังโดน"ผู้สนับสนุน"โทษ2ใน3

นางสันทนี กล่าวเสริมว่า ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานรัฐฯ มาตรา 6 ฐานพนักงานเรียกรับสินบน ระวางโทษจำคุก 5-20 ปี หรือตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000-40,000 บาท, มาตรา 8 ฐานเป็นพนักงานใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต โทษจำคุก 5-20 ปี หรือตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000-40,000 บาท และมาตรา 11 ฐานพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จำคุก 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนนายสรยุทธ เมื่อไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงถูกกล่าวหาฐานร่วมสนับสนุนเจ้าหน้าที่กระทำผิด หากพบว่ากระทำผิดจริง ก็ต้องรับโทษ 2 ใน 3 ของความผิดดังกล่าว

อนึ่ง คดีนี้สืบเนื่องจาก ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 เมื่อวันที่ 20 ก.ย.2555 ชี้มูลความผิด นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด เจ้าหน้าที่ธุรการระดับ 5 สำนักกลยุทธ์การตลาด บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) มีมูลความผิดทางวินัยร้ายแรงและมีมูลความผิดทางอาญา และ นายสรยุทธ กรรมการผู้จัดการ บจก.ไร่ส้มฯ รวมทั้ง น.ส.มณฑา เจ้าหน้าที่ บจก.ไร่ส้มฯ (ในฐานะส่วนตัว) และบริษัท ไร่ส้ม จำกัด (ในฐานะนิติบุคคล) มีมูลความผิดทางอาญา ฐานสนับสนุนพนักงานกระทำความผิด

ได้หลักฐานครบคดี"จุฑามาศ"-จ่อฟ้อง

วันเดียวกัน ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานร่วมฝ่าย ป.ป.ช. แถลงถึงความคืบหน้าคดีทุจริตของ นางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในคดีเรียกรับเงินจากสองสามีภรรยาชาวสหรัฐอเมริกา เพื่อให้ได้สิทธิในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท ว่า หลังจาก ป.ป.ช.ได้ชี้มูลคดีดังกล่าว และอัยการสูงสุด (อสส.) ได้แจ้งข้อไม่สมบูรณ์ของสำนวน และได้ตั้งคณะทำงานร่วมทั้งสองฝ่ายนั้น

ที่ผ่านมาคณะทำงานร่วมฯได้ทำงานอย่างเต็มที่ ใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐาน 2 ปี 11 เดือน โดยสาเหตุที่ใช้เวลานานเพราะเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องมีจำนวนมากกว่า 2,200 แผ่น และทั้งหมดเป็นเอกสารภาษาอังกฤษ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินที่นางจุฑามาศนำไปฝากไว้ในต่างประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ และสหรัฐ โดยเอกสารส่วนใหญ่ได้มาจากกระทรวงยุติธรรม และสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ (เอฟบีไอ)

ขณะนี้ก็ได้เอกสารมาครบถ้วนแล้ว ซึ่งถือว่าแก้ข้อไม่สมบูรณ์ที่ อสส.แจ้งมาได้ครบถ้วนจนเป็นที่พอใจของคณะทำงานร่วมฯ ซึ่งจะเสนอให้ อสส.สั่งฟ้องต่อไป

ประสานสหรัฐยึดทรัพย์60ล้านคืนไทย

สำหรับทรัพย์สินที่ใช้ในกระทำผิดอยู่ที่สหรัฐมูลค่า 1.8 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นเงินไทยประมาณ 60 ล้านบาทนั้น นายวิชัย กล่าวว่า กำลังดำเนินการเพื่อนำกลับคืนสู่ประเทศไทยในฐานะรัฐผู้เสียหาย ตามพันธกรณีสนธิสัญญาระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลสหรัฐ ว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันทางอาญา ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ.2003

นอกจากนั้นทาง ป.ป.ช. ก็ได้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีนางจุฑามาศว่าร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริง เพื่อร้องขอให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ทั้งนี้คณะอนุกรรมการไต่สวนฯ ได้มีการวางแผนและกำหนดกรอบการไต่สวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะขณะนี้ เอฟบีไอ ต้องการที่จะส่งเงินจำนวนดังกล่าวให้กับไทย แต่เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีแรกที่เกิดขึ้น จึงต้องศึกษากฎหมายของไทยก่อนว่าจะสามารถทำได้หรือไม่

เผยโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต

หากคณะอนุกรรมการไต่สวนฯชี้มูลว่านางจุฑามาศร่ำรวยผิดปกติจริง ก็จะสามารถริบเงินจำนวนนั้นให้ตกเป็นของแผ่นดินได้เลย ทั้งนี้ หากมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 (เจ้าพนักงานเรียกรับสินบน) จะมีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมในส่วนของคณะทำงานร่วม มั่นใจหรือไม่ว่า อสส.จะฟ้องคดีนี้ นายวิชัย กล่าวว่า ก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะขณะนี้คณะทำงานร่วมฯทำเสร็จทุกอย่างแล้ว ทั้งข้อไม่สมบูรณ์ และการสอบพยานหลักฐานทุกประเด็นจนเป็นที่พอใจของคณะทำงานร่วม ฯ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับ อสส.ที่จะพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ หาก อสส.มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ทาง ป.ป.ช.ก็จะพิจารณาว่าจะฟ้องเอง หรือจ้างทนายฟ้องแทน

เมื่อซักว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะได้ตัวนางจุฑามาศมาดำเนินคดี นายวิชัย กล่าวว่า มั่นใจ เพราะทางการดูแลอยู่ ไม่ได้ไปไหน หาก อสส.สั่งฟ้อง ก็ต้องเรียกนางจุฑามาศมารายงานตัว หากไม่มาศาลก็สามารถออกหมายจับได้