วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ERW - ซื้อ

ไม่ประหลาดใจที่บริษัทรายงานขาดทุนในไตรมาส 3/57 แต่คาดว่าจะพลิกกลับมาเป็นกำไรในไตรมาส 4/57

ไม่ประหลาดใจที่บริษัทรายงานผลขาดทุน

ERW รายงานขาดทุนหลักที่ 91 ล้านบาทสำหรับไตรมาส 3/57 (เทียบกับขาดทุนหลักที่ 6 ล้านบาทในไตรมาส 3/56 และ 133 ล้านบาทในไตรมาส 2/57) สำหรับขาดทุนสุทธิเป็น 83 ล้านบาท เนื่องจากมีการรับรู้กำไรจากการขายอาคารที่จังหวัดมุกดาหารที่ 8 ล้านบาท ขาดทุนหลักในไตรมาส 3/57 ต่ำกว่าที่เราคาดการณ์เล็กน้อยที่ 85 ล้านบาท (ตลาดคาดขาดทุนหลักที่ 72 ล้านบาท)

ประเด็นหลักจากผลประกอบการ

รายได้โรงแรมลดลง 9% YoY เป็น 960 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 50.2% ในไตรมาส 3/56 เป็น 44.9% ในไตรมาส 3/57 และสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายสูงขึ้น 1% YoY เป็น 28.8% ซึ่งกำไรขั้นต้นไม่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้หมด รายได้เฉลี่ยต่อห้องของโรงแรมทั้งหมดลดลง 17.4% YoY (อัตราการเข้าพักลดลง 15.4% YoY เป็น 62% แต่ราคาเข้าพักสูงขึ้น 1.9% YoY) สามารถแบ่งได้เป็นดังนี้ โรงแรมหรูในกรุงเทพฯลดลง 4.7%, รีสอร์ทหรูนอกพื้นที่กรุงเทพฯลดลง 9.6%, โรงแรมระดับกลางลดลง 18% และโรงแรมราคาประหยัดลดลง 14.7% บริษัทรายงานขาดทุนลดลง QoQ เนื่องจากรายได้โรงแรมเพิ่มขึ้น 15%, อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น 3.4% และสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดลง 1.4% ส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิสูงขึ้นจาก 1.7เท่า ณ สิ้นเดือนมิ.ย. เป็น 1.8เท่า ณ สิ้นเดือนก.ย.

แนวโน้ม

เราคาดว่าบริษัทจะมีผลประกอบการพลิกกลับมาเป็นกำไร QoQ ได้ในไตรมาส 4/57 จากปัจจัยทางฤดูกาล แต่จะลดลง YoY เนื่องจากมีการรับรู้ค่าใช้จ่ายค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายก่อนการดำเนินงานของโรงแรมแห่งใหม่ (เมอร์คิว พัทยาและไอบิส กระบี่) เทียบกับในไตรมาส 4/56 ที่ไม่มีการรับรู้ค่าใช้จ่ายการก่อนดำเนินงาน การพลิกฟื้นกลับมาเป็นกำไรในไตรมาส 4/57 จะหนุนการฟื้นตัวของโรงแรมในกรุงเทพฯ ERW แนะอัตราเข้าพักเฉลี่ยจะปรับตัวสูงขึ้นจาก 62% ในไตรมาส 3/57 เป็น 70% ในไตรมาส 4/57 ถ้าหากไม่นับรวมอัตราเข้าพักของโรงแรมฮอป อินน์ เราคาดบริษัทจะมีอัตราการเข้าพักที่ 77% ในไตรมาส 4/57 เทียบกับ 78% ในไตรมาส 4/56 รายได้คาดสูงขึ้น 9% YoY หลังจากที่หดตัวลง 24% YoY ในไตรมาส 1/57, 16% YoY ในไตรมาส 2/57 และ 8% ในไตรมาส 3/57

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

เราคาดบริษัทจะรายงานขาดทุนสุทธิที่ 169 ล้านบาทสำหรับปี 2557 และกำไรหลักที่ 148 ล้านบาทสำหรับปี 2558 (สอดคล้องกับกำไรปี 2556 ซึ่งเป็นปีปกติของการท่องเที่ยว) อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงในการปรับลดประมาณการตลาดลง ให้สังเกตว่า ประมาณการกำไรหลักปี 2558 ของเราเป็น 148 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าประมาณการตลาดที่ 304 ล้านบาท อยู่ถึง 51%

คำแนะนำ

ราคาหุ้นได้สะท้อนขาดทุนหลักปี 2557 แล้ว โดย ERW ซื้อขายต่ำกว่า replacement value ที่ 7.20 บาทต่อหุ้น อยู่ถึง 38% โดยเรามองการฟื้นตัวของผลประกอบการจากขาดทุนเป็นกำไรในปี 2558 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตรายได้โรงแรมและรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักปี 2558 ที่ 35% และ 15% ตามลำดับ หนุนโดยอัตราการเข้าพัก อีกทั้งในปีหน้าบริษัทจะรับรู้กำไรอย่างมีนัยสำคัญจากการขายสินทรัพย์ให้กับ REIT กองใหม่ เรายังคงคำแนะนำน ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF ณ สิ้นปี 2558 ที่ 6 บาท อ้างอิงมูลค่าคิดลด DCF 20% (WACC 9.5% และ terminal growth rate 2%)