ปตท.สผ. จับตาดีเปรสชันเคลื่อนเข้าสู่ในอ่าวไทยใกล้ชิด พร้อมเตรียมรับมือทุกสถานการณ์
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. แจ้งว่า จากสถานการณ์ที่มีดีเปรสชันเคลื่อนเข้าสู่ในอ่าวไทยนั้น ปตท.สผ.ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง และได้เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับดีเปรสชันดังกล่าว รวมทั้งได้ประสานงานกับหน่วยงานภายนอกสำหรับความร่วมมือด้านต่างๆ ไว้แล้ว
ขณะนี้ ปตท.สผ.ยังดำเนินการผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งบงกชเหนือ แหล่งบงกชใต้ และแหล่งอาทิตย์ตามปกติ แต่ได้ระงับการเดินทางไปยังฐานปฏิบัติการนอกชายฝั่ง และระงับกิจกรรมการสำรวจไว้ชั่วคราว พร้อมเคลื่อนย้ายแท่นเจาะและ Floating vessels ที่อาจได้รับผลกระทบไปยังตำแหน่งที่ปลอดภัย รวมทั้งอพยพพนักงานและผู้รับเหมาที่ประจำแท่นเจาะเข้าสู่ชายฝั่งอย่างปลอดภัยแล้ว
ปตท.สผ.เตรียมพร้อมแผนฉุกเฉินในการตั้งรับภัยต่างๆ ทั้งเชิงรุกและเชิงรับ โดยได้กำหนดแผนปฏิบัติการไว้เป็นลำดับขั้นตอน มีการประสานงาน และฝึกอบรมพนักงานเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีความพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และรวดเร็ว
ด้านกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติแจ้งว่า กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติติดตามสถานการณ์ผลกระทบของการดำเนินงานด้านการผลิตปิโตรเลียมจากพายุมรสุมเข้าสู่ทะเลอ่าวไทย และเน้นให้ผู้รับสัมปทานที่เกี่ยวข้องคำนึงถึงความปลอดภัยพนักงานเป็นสำคัญ และตามที่มีสถานการณ์ที่อาจก่อให้พายุมรสุมเข้าสู่อ่าวไทยในระหว่างวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2557 นั้น กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ขอแจ้งผลการดำเนินการของบริษัทผู้รับสัมปทานที่มีแหล่งผลิตในรัศมีที่จะได้รับผลกระทบ ซึ่งตามปัจจุบันได้แบ่งเป็น 4 ระดับ โดยใช้ระยะห่างระหว่างจุดศูนย์กลางของพายุกับฐานผลิตปิโตรเลียม ดังนี้
1.สีเขียว ระยะห่างมากกว่า 650 ไมล์ทะเล 2.สีเหลือง ระยะห่าง 550-650 ไมล์ทะล 3.สีส้ม ระยะห่าง 450 -550 ไมล์ทะเล 4.สีแดง ระยะห่าง 350 ไมล์ทะเล หรือน้อยกว่า
บริษัท ปตท.สผ. มีแหล่งที่อยู่ในรัศมีที่จะได้รับผลกระทบในระยะสีเขียว-เหลือง คือ แหล่งบงกช และแหล่งอาทิตย์ ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายเรือที่พักอาศัยจำนวน 2 ลำ ที่มีพนักงานอาศัยจำนวนทั้งสิ้น 290 คน ไปยังเกาะกูด ขณะที่บริษัทเชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด มีแหล่งที่อยู่ในรัศมีที่จะได้รับผลกระทบในระยะเหลือง-สีส้ม คือ แหล่งไพลิน นอร์ทไพลิน สตูล เบญจมาศ เรือเบญจมาศ ฟูนาน ปลาทอง ซี่งบริษัทได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายพนักงานเจ้าหน้าที่ขึ้นฝั่งรวมประมาณ 700 คน โดยใช้เรือลำเลียงกว่า 23 ลำ
ทั้งนี้ สภาวการณ์ปัจจุบันยังไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราการผลิตปิโตรเลียมของประเทศแต่อย่างใด แต่หากมีผลกระทบที่มีระดับความรุนแรงสูงขึ้น กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจะเร่งดำเนินการบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยคำนึงถึงทั้งความปลอดภัยของพนักงานเจ้าหน้าที่ และความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศเป็นสำคัญ









