วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปรีดิยาธร'ลั่นศก.ไทยฟื้นตัวไตรมาสแรกปีหน้า

"ปรีดิยาธร"เผยเศรษฐกิจประเทศจะฟื้นตัวอีกครั้งในไตรมาสแรกปี58 หลังรัฐบาลอัดฉีดมาตรการกระตุ้นศก.สร้างรายได้

ที่เชียงใหม่ฮอลล์ เซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีพิธีเปิด งานมหกรรมการเงิน เชียงใหม่ ครั้งที่ 9 (Money Expo Chiangmai 2014) โดยมี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในร่วมกับ นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ บรรณาธิการบริหาร บ.มีเดียแอสโซซิเอตเต็ด ในฐานะประธานจัดงานงานมันนี่ เอ็กซ์โป และ นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งผู้มีเกียรติจำนวนมาก เช่น นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย, นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการการทรวงมหาดไทย, นายสิงห์ชัย บุณยโยธิน ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย และนางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฏ์ รองประธานจัดงานงานมันนี่ เอ็กซ์โป

นายสันติ กล่าวว่า งานมหกรรมการเงิน เชียงใหม่ ครั้งที่ 9 หรือ งานมันนี่ เอ็กซ์โป (Money Expo Chiangmai 2014) โดย วารสารการเงินธนาคาร จัดขึ้นใน วันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2557 ณ เชียงใหม่ ฮอลล์ เซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต เป็นการจัดงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 แล้ว ภายใต้แนวคิด “Connecting Life การเงินเชื่อมโยงชีวิต ก้าวไปตามใจฝัน” เพื่อนำเสนอบริการทางการเงินและการลงทุนให้กับประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดใกล้เคียง และภาคเหนือทั้งหมด โดยผู้เข้าชมงานจะได้พบกับธนาคารและสถาบันการเงินชั้นนำ รวมทั้งหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่มาให้บริการสินเชื่อและการลงทุนทุกรูปแบบ พร้อมด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษและกิจกรรมบันเทิงจากศิลปิน ดาราอีกมากมาย

"การจัดงาน 8 ครั้งที่ผ่านมามีผู้เข้าชมงานรวมกว่า 490,000 คน และเป็นงานที่สร้างปริมาณธุรกรรมสูงสุดในภาคเหนือรวมมูลค่า 102,000 ล้านบาท ทั้งนี้ นอกจากประชาชนที่เข้าชมงานจะได้รับบริการทางการเงินอย่างครบวงจร ทั้งสินเชื่อ เงินฝาก สลากออมทรัพย์ ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันวินาศภัยแล้ว ยังจะได้รับแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษสุดส่งท้ายปี เพราะงานมหกรรมการเงิน เชียงใหม่ เป็นงานสุดท้ายของมหกรรมการเงิน มันนี่เอ็กซ์โป ประจำปี 2557 ธนาคารและสถาบันการเงินที่เข้าร่วมงานจึงเตรียมแคมเปญโปรโมชั่นมาแข่งขันทิ้งทวนกันอย่างดุเดือด" นายสันติ กล่าว

ขณะที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า ในช่วงนี้ไม่ว่าจะเป็นที่กรุงเทพฯหรือเชียงใหม่ เศรษฐกิจก็ล้วนชะลอตัวพอสมควร ยังไม่คึกคักเท่าที่คาด หรือแม้แต่ในงานประเพณีลอยกระทงก็ตาม ซึ่งต้องยอมรับว่าช่วงเวลา 6 เดือนที่มีการประท้วงกัน งบลงทุนของรัฐบาลไม่สามารถเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้เลย รวมทั้งอีก 4 เดือนที่รอก่อตั้งรัฐบาล การจ่ายงบลงทุนของรัฐบาลก็เป็นไปได้ช้า เพิ่งจะมาเริ่มเข้าระบบในช่วงนี้

เมื่อเลือกตั้งรัฐบาลนี้แล้ว ก็ได้มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 3-4 มาตรการ จะเห็นผลได้ชัดหลังธันวาคมเป็นต้นไป ซึ่งมาตรการแรกคือมาตรการช่วยเหลือชาวนา โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย มีที่ดินน้อยกว่า 15 ไร่เป็นต้นมา จำนวน 4 หมื่นล้านบาท มีชาวนาประมาณ 3.4 ล้านครัวเรือนเข้าร่วม ซึ่งเพิ่งตรวจสอบความถูกต้องเสร็จไปเพียงประมาณ 8 แสนกว่าครัวเรือน และมีเงินเข้าบัญชีแล้ว 2 แสนกว่า ครัวเรือน คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ และทุกคนพร้อมจะใช้จ่ายเงินในเดือนธันวาคม 2557

ประการที่สอง คือการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยงบลงทุนพิเศษ เป็นงบกลางค้างท่อ ที่ค้างตั้งแต่สมัยไทยเข้มแข็ง จำนวนกว่า 2 หมื่น 3 พันล้านบาท ได้มีการกำหนดแล้วว่านำไปใช้ในโครงการใดบ้าง อาทิ โครงการซ่อมโรงเรียน 8,000 แห่ง ทั่วประเทศ ซ่อมสถานีอนามัยและโรงพยาบาลต่างจังหวัด รวมถึงซ่อมแซมระบบชลประทานในภูมิภาค เชื่อว่าน่าจะมีการเซ็นสัญญาสร้างงานพร้อมกันภายในเดือนธันวาคมนี้

ประการที่สาม โครงการลงทุนของรัฐบาลที่ค้างท่อตั้งแต่ปีที่แล้วคืองบประมาณ 2557 ที่สิ้นสุดเมื่อเดือนกันยายน ประมาณ 1 แสน 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะได้เริ่มทำสัญญาสร้างงานภายในเดือนธันวาคม 2557 และต่อไปถึงไตรมาสแรกของปีหน้า ฉะนั้นการสร้างงานจะเกิดขึ้นจำนวนมากพร้อมกันในเดือนธันวาคม 2557 ซึ่งถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบการสร้างงานสร้างรายได้ คนจะมีเงินใช้จ่ายเกิดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า จึงอยากจะให้ทุกคนมั่นใจและสบายใจได้ว่านับจากเวลานี้เป็นต้นไป ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หรือจังหวัดไหนก็ตามในประเทศก็จะเริ่มมีความคึกคัก เพราะเงินที่อัดฉีดไปผ่านชาวนาก็ดี เงินที่จะสร้างงานก็ดี ตั้งใจให้กระจายทั่วประเทศ ไม่เฉพาะจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง เมื่อเศรษฐกิจเริ่มแล้วก็จะเป็นลูกโซ่ ให้เศรษฐกิจประเทศฟื้นฟู ตั้งแต่เดือนธันวาคมนี้ประชาชนจะมีชีวิตชีวาขึ้นเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งหนึ่ง และจะเห็นผลได้ชัดในไตรมาสแรกของปี 2558

"ฉะนั้น การที่มีการจัดงานมันนี่ เอ็กโปรในครั้งนี้ ก็เหมือนเป็นการเตรียมรับเศรษฐกิจที่จะฟื้นตัวขึ้นมา ซึ่งเมื่อก่อนผมไม่เชื่อว่างานมหกรรมการเงินจะเป็นไปได้ดีขนาดนี้ เอาสินค้าที่ไม่มีชิ้นงานจับต้องได้ มาเป็นสินค้าได้ และจะทำให้คนเข้าถึงแหล่งเงินได้ง่าย เป็นประโยชน์อย่างมากต่อประชาชนและเศรษฐกิจต่อไป ต้องยอมรับว่าผมมองผิดไป และต้องบอกว่าไม่เคยเห็นที่ไหนจัดได้ดีแบบนี้มาก่อนในโลก"ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว