"ทีโอที" ดึงพันธมิตรปรับโครงสร้างธุรกิจ นัดคุยโอเปอเรเตอร์ต่างชาติ 18-20 พ.ย.นี้ เปิดกว้างรับทุกโมเดลธุรกิจ
ทีโอทีปั้นโมเดลยกเครื่องธุรกิจใหม่ 6 โครงสร้างธุรกิจตามคำสั่ง คนร. เผยมีเทลโก้ต่างชาติยื่นจดหมายขอทำธุรกิจร่วมด้วย ล่าสุดนัดคุยโอเปอเรเตอร์ออสเตรเลีย จีน เกาหลี 18-20 พ.ย.นี้ หลุดรายชื่อเทลสตาร์ บริติช เทเลคอม เอสเค เทเลคอม พร้อมเสนอแผนธุรกิจลุยมือถือ 3จีแชร์ริ่ง โครงสร้างพื้นฐาน ส่วนพาร์ทเนอร์ในไทยมีมาเสนอตัวแล้ว 6 ราย เอไอเอส ดีแทค ทรู ทีทีแอนด์ที สามารถ ล็อกซเล่ย์ คาดธ.ค.นี้ได้ข้อสรุปเสนอเข้าบอร์ดอนุมัติ
นายธันวา เลาหศิริวงศ์ กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ทีโอทีจำเป็นต้องหาพันธมิตรทางธุรกิจ (สตราทิจิก พาร์ทเนอร์) มาร่วมทำธุรกิจในโครงสร้างองค์กรแบบใหม่ ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ทีโอทีวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยการหาสตราทิจิก พาร์ทเนอร์นั้น ทีโอทีแบ่งโครงสร้างธุรกิจโทรคมนาคมเป็น 6 กลุ่มตามนโยบายของคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.)
ประกอบด้วย 1.กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานดำเนินธุรกิจให้บริการแก่ผู้ประกอบการ ด้วยการให้เช่าเคเบิลใยแก้วนำแสง ให้บริการความยาวคลื่น และวงจรสื่อสัญญาณด้วยการรับประกันคุณภาพ 2.กลุ่มเสาโทรคมนาคม ดำเนินธุรกิจให้บริการเช่าใช้พื้นที่สำหรับติดตั้งสายส่งสัญญาณ จานรับส่งสัญญาณโทรคมนาคมและอุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้อง
3.กลุ่มอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ และเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ เช่น วงจรเช่าระหว่างประเทศ (ไอพีแอลซี) วงจรส่วนบุคคลระหว่างประเทศ 4. กลุ่มโทรศัพท์ ดำเนินธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ครบวงจร ทั้งบริการสื่อสารทางเสียงและบริการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเคลื่อนที่
5.กลุ่มโทรศัพท์ประจำที่และอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ ดำเนินธุรกิจให้บริการโทรศัพท์ประจำที่ สื่อสารแบบมีสายหรือไร้สาย เช่น โทรศัพท์ประจำที่ โทรศัพท์สาธารณะ โทรศัพท์ระหว่างประเทศ บริการบรอดแบนด์ไร้สาย เอฟทีทีเอ็กซ์ เอดีเอสแอล ไว-ไฟ ไว-เน็ต และ 6.กลุ่มบริการด้านไอที ไอดีซี คลาวด์ ดำเนินธุรกิจอินเทอร์เน็ตศูนย์ข้อมูล (ดาต้า เซ็นเตอร์)
เขา กล่าวว่า ตามแผนงาน 6 โครงสร้างธุรกิจที่คนร.มีนโยบายให้มานั้น ตามกรอบเวลาของบอร์ดทีโอทีต้องการให้สรุปสตราทิจิก พาร์ทเนอร์ที่จะมาร่วมกันในแต่ละสายธุรกิจเสร็จภายในเดือนธ.ค.นี้ ซึ่งบางธุรกิจอาจมีพันธมิตรมากกว่า 1 รายก็ได้
โดยรูปแบบธุรกิจใหม่ร่วมกับพาร์ทเนอร์นี้ กรอบของการลงทุนไม่ได้กำหนดไว้ตายตัว ทั้งการเข้ามาเช่าใช้ เป็นรีเทลขายต่อบริการก็ได้ หรือรวมถึงการเข้ามาร่วมทุนซึ่งในรูปแบบหลังนี้จะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556
"ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ถูกต้องแล้วที่ทีโอทีจะต้องมีพันธมิตรมาช่วยพลิกฟื้นธุรกิจช่วยทำอะไรที่เราไม่ชำนาญ ซึ่งแม้ว่าการหาพันธมิตรจะไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ในครั้งนี้เรามั่นใจว่าทุกอย่างน่าจะมีความชัดเจนในปลายปีนี้"
นายธันวา กล่าวว่า ขณะนี้มีบริษัทเอกชนต่างชาติที่ประกอบธุรกิจด้านโทรคมนาคมยื่นข้อเสนอขอร่วมเป็นพันธมิตรกับทีโอทีแล้ว โดยจะนัดหารือกันวันที่ 18-20 พ.ย.นี้ เบื้องต้นประกอบด้วย ผู้ประกอบการจาก 4 ประเทศ ได้แก่ เทลสตาร์จากออสเตรเลีย ผู้ประกอบการจากจีน เอสเค เทเลคอมจากเกาหลีใต้ และบริติช เทเลคอมจากอังกฤษ
ส่วนผู้ประกอบการในประเทศมีเข้ามาหารือบ้างแล้ว 6 รายได้แก่ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กลุ่มทรู บมจ.ทีทีแอนด์ที บมจ.สามารถ คอร์ปอเรชั่น และบมจ.ล็อกซเล่ย์
อย่างไรก็ตาม หากในด้านลบทีโอทีหาพันธมิตรไม่ได้ ผลเสียจะทำให้บริษัทใช้ทรัพยากรได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้ยังประสบปัญหาด้านรายจ่ายดอกเบี้ย ซึ่งตั้งแต่บอร์ดชุดนี้เข้ามาดำเนินงานพยายามประคองให้ผลประกอบการดีขึ้นจากที่คาดการณ์ว่าจะขาดทุนราว 7,800 ล้านบาท
ทั้งนี้ การตัดสินใจหาพันธมิตรจะยึดประโยชน์สูงสุดของทีโอที และประเทศชาติเป็นหลัก โดยครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคมทั้งในและต่างประเทศ ที่จะได้ขยายฐานการทำธุรกิจ ซึ่ง บมจ.ทีโอที เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการโทรคมนาคมที่มีศักยภาพทางด้านโทรคมนาคมที่หลากหลายและครอบคลุมทั่วประเทศ การร่วมเป็นพันธมิตรจะเป็นการมองหาโอกาสใหม่ ๆ ในการสร้างมูลค่าธุรกิจร่วมกัน









