ยังคงอ่อนตัวต่อไป
ประเด็นการลงทุน
เราเชื่อว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะเข้าซื้อหุ้น HMPRO เนื่องจากกำไรยังคงเติบโตในระดับต่ำต่อเนื่อง การขยายตัวของยอดขายสาขาเดิมมีแนวโน้มลดลงในขณะที่ผลการดำเนินงานในประเทศมาเลเซียก็ยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่ นอกจากนี้ ราคาหุ้น ณ ขณะนี้ถือว่าค่อนข้างเต็มมูลค่า โดยซื้อขายที่ PER ปี 2557 ที่ 36.2 เท่าและปี 2558 ที่ 31.5 เท่า ซึ่งส่งผลอัพไซด์ต่อราคาค่อนข้างจำกัด เรายังคงคำแนะนำ ถือ ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ที่ 9.40 บาท
มีอะไรเกิดขึ้นบ้างในไตรมาส 3/57
ยอดขายสาขาเดิมของ HMPRO ในไตรมาส 3/57 เติบโต 4.8% ลดลงจาก 6.5% ในไตรมาส 2/57 เนื่องจากผลกระทบจากการแย่งลูกค้ากันเองระหว่างสาขาซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อเดือนก.ย. และจากยอดขายทีวีในไตรมาส 2/57 ที่พุ่งขึ้นสูงก่อนมีการแข่งขันฟุตบอลโลก ผู้บริหารชี้ว่าอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมโดยหลักมาจากสาขาในกรุงเทพ ส่วนในต่างจังหวัดยอดขายสาขาเดิมนั้นทรงตัวหรือไม่ก็ลดลงเล็กน้อย การใช้จ่ายในภาคตะวันออกเฉลียงเหนืออ่อนตัวที่สุด ตามด้วยภาคเหนือ โดยยอดขายในสองภาคดังกล่าวดูไม่น่าจะฟื้นตัวในเร็วๆนี้ เนื่องจากหนี้สินภาคครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้การใช้จ่ายในภาคใต้ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในช่วงที่ผ่านมา ก็เริ่มหดตัวลงในเดือนส.ค. สอดคล้องกับราคายางพาราและตัวเลขภาคการท่องเที่ยวที่อ่อนตัวลง
อัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมชะลอตัวในระยะสั้น
ผลจากการแย่งลูกค้าระหว่างสาขาจะยิ่งรุนแรงขึ้นในไตรมาส 4/57 เนื่องจากสาขาใหม่ 5 แห่งที่จะเปิดในช่วงก.ย.-ธ.ค.นั้นอยู่ในพื้นที่เขตเมืองขนาดใหญ่ซึ่งมีสาขาโฮมโปรอยู่แล้ว ซึ่งการแย่งลูกค้าระหว่างสาขานี้จะรุนแรงขึ้นอีกในปีหน้าเพราะส่วนใหญ่ของสาขาโฮมโปรใหม่ 8 สาขาที่จะเปิดในปีหน้า มีแนวโน้มที่จะอยู่ในเขตเมืองขนาดใหญ่เช่นกันเนื่องจากอุปสงค์ในจังหวัดขนาดกลางและเล็กยังคงชะลอตัว ดังนั้น เราจึงคาดว่ายอดขายสาขาเดิมจะเติบโตในอัตราที่ลดลงอีกเป็น 4-4.5% ในไตรมาส 4/57 และอยู่ในช่วง 4-5% ในระหว่างปี 2558 ทั้งนี้ สมมติฐานของเราต่ำกว่าเป้าของผู้บริหารที่ 5-6% เล็กน้อย
คาดเมก้าโฮมถึงจุดคุ้มทุนในช่วงครึ่งหลังของปี 2558
ผลการดำเนินงานของเมก้าโฮมกำลังปรับตัวดีขึ้นและสาขาต่างๆก็เริ่มทำกำไรได้แล้ว ผู้บริหารคาดว่าธุรกิจเมก้าโฮมจะสามารถทำกำไรได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 หลังจากที่มีสาขาให้บริการทั้งหมด 6 สาขา โดยขณะนี้เมก้าโฮมมีสาขาที่เปิดให้บริหารอยู่ 4 สาขา และบริษัทมีแผนที่จะเปิดสาขาเพิ่มอีก 4 สาขาในปี 2558 ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดได้ 2 สาขาในช่วงครึ่งแรกของปีดังกล่าว
การดำเนินงานในประเทศมาเลเซียจะเป็นปัจจัยกดดันกำไรในระยะกลาง
หลังการเปิดสาขาแรกในประเทศมาเลเซียในปลายเดือนนี้ HMPRO จะต้องมีค่าใช้จ่ายด้านการตลาดจำนวนมากเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์สินค้าในหมู่ลูกค้าชาวมาเลเซีย ส่งผลให้ผลขาดทุนจากการดำเนินงานในประเทศดังกล่าวอาจเพิ่มขึ้นอีกจากปัจจุบัน ทั้งนี้เรามองว่าสาขาในมาเลเซียอาจต้องใช้เวลาถึง 4-5 ปีจึงจะถึงจุดคุ้มทุนเนื่องจากบริษัทต้องการกำไรจากอย่างน้อยสี่สาขาจึงจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ทั้งนี้ ผู้บริหารยังไม่สามารถยืนยันว่าจะสามารถเปิดสาขาที่สองในประเทศดังกล่าวได้ในปีหน้าเนื่องจากต้องรอการเจรจากับเจ้าของที่ดินก่อน









