วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดัชนีผลผลิตอุตฯก.ย.ร่วง3.9%

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เปิดเผยรายงานตัวเลขดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนก.ย.ปรับตัวลดลง 3.9%

นายสมศักดิ์ จันทรรวงทอง รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กล่าวว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนก.ย. 2557 หดตัว 3.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน แต่ดัชนีการส่งสินค้ามีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.3% ด้านอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 61.10%

สำหรับอุตสาหกรรมที่ทำให้การผลิตลดลง ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เครื่องประดับเพชรพลอย และผลิตภัณฑ์ยาสูบ

โดยภาวะการผลิตอุตสาหกรรมเดือนก.ย.2557 สาขาที่สำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมรถยนต์ การผลิตรถยนต์เดือนก.ย.2557 หดตัวเมื่อเปรียบเทียบจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการลดลงของตลาดในประเทศ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว และตลาดที่ปรับตัวสู่สมดุลหลังสิ้นสุดโครงการรถยนต์คันแรก ด้านการส่งออกรถยนต์เดือนก.ย. 2557 ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 17.49% โดยเป็นการลดลงของตลาดเอเชีย โอเชียเนีย ตะวันออกกลาง ยุโรป อเมริกากลางและอเมริกาใต้

ด้าน อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ภาวะการผลิตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในเดือนก.ย.2557 ปรับตัวลดลง 3.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอุตสาหกรรมไฟฟ้าปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.59% เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น คือ พัดลมตามบ้านเพิ่มขึ้น 50.32% กระติกน้ำร้อนเพิ่มขึ้น 41.27% และเครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้น 8.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ เนื่องจากจะมีคำสั่งซื้อเพื่อรองรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

ส่วนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวลดลง 4.54% สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการผลิตปรับตัวลดลง ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์-ไดรฟ์ ลดลง 9.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการผลิตเพื่อส่งออกไปยังตลาดหลัก เช่น สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป กลับมามีอัตราการหดตัว

ในส่วนของการส่งออกในเดือนก.ย.2557 เพิ่มขึ้น 3.26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 1.05% ส่วนการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น 4.37% ซึ่งมาจากการส่งออกแผงวงจรไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาดโลกและความต้องการของสินค้าสำเร็จรูปอิเล็กทรอนิกส์ที่มีแผงวงจรไฟฟ้าเป็นส่วนประกอบ ทำให้การส่งออกแผงวงจรไฟฟ้ามีมูลค่าสูงตามไปด้วย

ขณะที่ อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า ปริมาณความต้องการบริโภคเหล็กของไทยในเดือนก.ย. 2557 มีปริมาณ 1.24 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 11.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การผลิตมีปริมาณ 0.48 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6.67% การส่งออกมีมูลค่า 73.01 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 7.58% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 641.62 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 7.65% โดยในส่วนของเหล็กทรงยาวการบริโภคและการผลิตลดลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเหล็กนำเข้าจากจีน ซึ่งแม้จะมีการใช้มาตรการ AD ในส่วนของเหล็กลวดในอัตรา 5% แต่ก็ยังมีการนำเข้าสินค้าจากประเทศดังกล่าวอยู่

สำหรับ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม การผลิตภัณฑ์สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มกลุ่มเส้นใยสิ่งทอ เดือนก.ย.2557 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นจากคำสั่งซื้อของตลาดภายในและต่างประเทศ ในส่วนกลุ่มผ้าผืน มีการผลิตลดลง แต่การจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้น ส่วนกลุ่มเสื้อผ้าสำเร็จรูป มีการผลิตเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นการผลิตไว้ส่งมอบในช่วงปลายปี ซึ่งคาดว่าการบริโภคในประเทศจะฟื้นตัวดีขึ้น และยังมีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเริ่มทยอยเข้ามา

ด้านการส่งออกเดือนก.ย.2557 มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นในกลุ่มเส้นใยสิ่งทอฯ เนื่องจากมีการส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ อินโดนีเซีย เพิ่มขึ้น 23.03% และปากีสถาน เพิ่มขึ้น 28.76% ส่วนกลุ่มผ้าผืน การส่งออกมีมูลค่าลดลง สำหรับกลุ่มเสื้อผ้าสำเร็จรูป มูลค่าการส่งออกจะเพิ่มขึ้น ในตลาดอาเซียนและญี่ปุ่น แต่จะลดลงในตลาดสหรัฐและสหภาพยุโรป

ด้านอุตสาหกรรมอาหาร การผลิตอุตสาหกรรมอาหาร เดือนก.ย.2557 ภาพรวมปรับตัวลดลงจากปีก่อน 17.0% เนื่องจากการผลิตมันสำปะหลัง และผักผลไม้ที่ลดลง เป็นผลจากปัญหาวัตถุดิบที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการระบาดของโรค และภาวะการใช้จ่ายในประเทศที่ยังทรงตัวจากภาวะเศรษฐกิจ ที่ยังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะงักงัน