วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SET INDEX ฟื้นตัวทะลุ 1,560 จุด

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (23 - 29 ต.ค. 2557)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปปรับตัวขึ้น โดย DJIA +3.1%, DAX +1.6%, CAC ฝรั่งเศส +0.1% และ FTSE +0.9% ด้วยแรงหนุนของผลประกอบการ 3Q57 ของบริษัทจดทะเบียน ได้แก่ 3M, แคทเทอร์พิลลาร์, ฟอร์ดมอเตอร์และ Twitter ที่รายงานกำไรออกมาดีกว่าคาด แม้ว่าจะปรับตัวลงเล็กน้อยหลังเฟดประกาศยุติโครงการ QE ตามคาดการณ์ของตลาด แต่ยังยืนยันว่าจะใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำ 0-0.25% ไปอีกระยะเพื่อผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจ

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (23 - 29 ต.ค. 2557)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 2.0% ปรับตัวลงก่อนช่วงต้นสัปดาห์ต่อประเด็นการเลื่อนซื้อขายหุ้นระหว่างตลาดเซี่ยงไฮ้และฮ่องกงออกไปแบบไม่มีกำหนด อย่างไรก็ตามฟื้นตัวกลับมาปรับตัวขึ้นได้จากตัวเลขเศรษฐกิจอย่างกำไรภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.ย.ที่สามารถขยายตัวได้และแรงเก็งกำไรต่อการขยายพื้นที่การเปิด Free Trade Zone เพิ่มขึ้น รวมถึงผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาเชิงบวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประกันภัยอย่าง Ping An Insurance และ China Life ผลักดันตลาดปรับตัวขึ้นได้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (24 - 29 ต.ค. 2557)

SET INDEX ปรับตัวขึ้นทะลุ 1,560 จุด นำโดยหุ้นหลักในกลุ่ม ICT/กลุ่มอสังหาฯ เช่น ADVANC / TRUE และ QH / LPN เป็นต้น รวมถึงหุ้นกลุ่มธนาคารอย่าง SCB นอกจากนี้ตัวเลขส่งออกไทยเดือน ก.ย.ออกมาดีกว่าคาด รวมถึงแรงเก็งกำไรการประชุมเฟด ส่งผลให้ SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,562.67 จุด เพิ่มขึ้น 29.95 จุด หรือ +1.95% ณ วันที่ 29 ต.ค.

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (31 ต.ค. - 6 พ.ย. 2557)

MBKET ปรับน้ำหนักการลงทุนในสัปดาห์หน้าขึ้นเป็น “กลางถึงบวก” ครั้งแรกในรอบ 5 สัปดาห์ จากเดิมที่ให้น้ำหนัก “กลาง” เท่านั้น พร้อมประเมินภาพของ SET INDEX ปรับฐานเสร็จสิ้นแล้ว โดยแนวรับ 1,520 จุด ที่ลงไปทดสอบ 2 ครั้งในช่วงกลางเดือนต.ค. น่าจะเป็นภาพสะท้อนถึงฐานการลงทุนที่แข็งแกร่งของตลาดหุ้นไทย อย่างไรก็ตาม SET INDEX สัปดาห์หน้า คาดว่าจะแกว่งในกรอบแคบ ด่านสำคัญ 1,580 จุด +/- จะยังไม่สามารถปิดยืนทะลุได้

ตัวแปรสำคัญในสัปดาห์หน้า คือ การประชุม ECB ในเย็นวันที่ 6 พ.ย.

• หาก ECB ประกาศกรอบวงเงินการเข้าซื้อ Covered Bond และ ABS พร้อมกรอบเวลาที่ชัดเจน เชื่อว่าจะยังไม่สามารถเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนได้ดีขึ้น หรือมีน้ำหนักเป็นกลาง

• แต่หาก ECB ตัดสินใจเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น เพิ่มการเข้าซื้อพันธบัตรของประเทศสมาชิกในกลุ่มอียู พร้อมวงเงินและกรอบเวลาที่ชัดเจน จะเป็นบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก แต่จะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างน้ำมัน เพราะถูกกดดันจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มแข็งค่ามากยิ่งขึ้น

กลยุทธ์การลงทุน MBKET แนะนำ “เลือกเก็งกำไรเป็นรายตัวลักษณะ Swing Trade คือขึ้นแรงขาย / ลงซื้อ” เน้นหุ้นที่ผลการดำเนินงานใน 3Q57 จะเติบโตโดดเด่น แต่ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนภาพ เช่น MFEC / VGI / IFEC / BEAUTY

ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ได้แก่

1. ติดตามการประชุมธนาคารกลางที่สำคัญ

a. การประชุม BoJ วันที่ 31 ต.ค. อาจมีประเด็นการเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในช่วงโค้งสุดท้ายของสิ้นปีนี้

b. การประชุม กนง. วันที่ 5 พ.ย. เราและตลาดคาดการณ์ กนง.จะพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.00% ต่อไป

2. ติดตามรายงานตัวเลขเศรษฐกิจเดือนก.ย. รายงานโดยธปท. เราให้น้ำหนักกับการบริโภคภายในประเทศ จะเห็นสัญญาณการฟื้นตัวได้หรือไม่ หลังรัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

3. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในต่างประเทศ ได้แก่ ตัวเลข HSBC PMI ภาคการผลิต - บริการของจีน, ตัวเลข GDP ใน 3Q57 ของอินโดนีเซีย, อัตราการว่างานและอัตราเงินเฟ้อในอียู, ภาวะการจ้างงานในสหรัฐฯ

4. ติดตามการประกาศงบการเงิน 3Q57 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย

--------------------------------------------------------

ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ