EBITDA เติบโตจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น
กำไรสุทธิถูกกดดันจากรายการพิเศษ
เราคาดว่าEBITDA งวด 3Q57ของ BANPU จะเติบโต 27% QoQเป็น 4.4 พันล้านบาท แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยปรับลดลงเล็กน้อย แต่จากยอดขายถ่านหินที่เพิ่ม 10%QoQ เนื่องจากอยู่ในช่วงหน้าแล้งในอินโดนีเซียทำให้ไม่มีอุปสรรคต่อการขุดถ่านหิน ขณะที่เหมืองถ่านหินในออสเตรเลียไม่มีการย้ายอุปกรณ์เหมือน 2Q57ประกอบกับต้นทุนผลิตที่ลดลง ทำให้ EBITDA Margin เพิ่มขึ้นเป็น 17%จาก 14.8% ใน 2Q57 อย่างไรก็ตาม BANPU จะมีค่าใช้จ่ายพิเศษราว 1 พันล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นการกลับรายการภาษีในอดีตต่ำเกินไป 720 ล้านบาท (25 ล้านเหรียญออสเตรเลีย) หลังจากรัฐบาลออสเตรเลียประกาศยกเลิกการจัดเก็บภาษีเหมืองแร่ (MRRT) ซึ่งในอดีตBANPU ได้สิทธิประโยชน์ในการนำค่าใช้จ่ายไปลดหย่อยภาษีเงินได้นิติบุคคล ทำให้ BANPU จะมีกำไรสุทธิลดลงมากถึง 84% QoQเป็น 108 ล้านบาท
แนวโน้ม 4Q57 อ่อนตัว แต่ปี 2558 จะกลับมาเติบโต
หากเป็นไปตามที่เราคาด กำไรปกติงวด 9M57F ของ BANPU จะคิดเป็นสัดส่วน 89% ของประมาณการกำไรปกติทั้งปีที่เราคาดไว้ 3 พันล้านบาท เนื่องจากเราเชื่อว่ากำไรปกติ 4Q57จะอ่อนตัว QoQ จาก (1) ปริมาณจำหน่ายถ่านหินที่ลดลงเนื่องจากเหมืองในออสเตรเลียมีแผนย้ายอุปกรณ์ขุด และ (2) รายได้จากธุรกิจไฟฟ้าที่ลดลง เนื่องจากโรงไฟฟ้า BLCP มีแผนหยุดซ่อมตามฤดูกาล เราคาดว่ากำไรปกติปี 2558 จะฟื้นตัว 20% YoYเป็น 3.6 พันล้านบาท เนื่องจากโรงไฟฟ้าหงสาเริ่มผลิต 2 หน่วย ในเดือน ก.ค. และ พ.ย. โดยบริษัทจะมีกำไรเพิ่มจากโครงการดังกล่าวในปี 2557 ประมาณ 960 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากธุรกิจหลักยังคงได้รับแรงกดดันจากราคาถ่านหินที่ลดลง โดยเราให้สมมติฐานราคาขายถ่านหินเฉลี่ยไว้ที่ 68 เหรียญต่อตัน ลดลง 3%YoY โดยปริมาณขายถ่านหินจากเหมืองในอินโดนีเซียและออสเตรเลีย ยังคงใกล้เคียงปี 2557 ที่ 45 ล้านตัน
Downside risk ต่ำ แนะนำ “ซื้อ”
เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” ลงทุนระยะยาว เชื่อว่าราคาหุ้นBANPU ที่อยู่ในระดับต่ำ สะท้อนราคาถ่านหินที่อ่อนตัวลงจากปัญหา Over Supply ขณะที่กระจายความเสี่ยงไปสู่ธุรกิจไฟฟ้า จะช่วยลดผลกระทบจากธุรกิจหลักที่ยังคงอ่อนแอ เราเชื่อว่าการฟื้นตัวของผลประกอบการจะทำให้ BANPU กลับมามีความน่าสนใจอีกครั้ง อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามการทำสัญญาขายถ่านหินของญี่ปุ่นที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือน พ.ย. เป็นปัจจัยกำหนดทิศทางของราคาขายถ่านหินในปี 2558









