วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

KKP - ถือ

ปรับลดประมาณการกำไรและราคาเป้าหมาย

ประเด็นการลงทุน

เราปรับลดประมาณการกำไรของ KKP ลง 3% เป็น 3.1 พันล้านบาทสำหรับปี 2557 และ 8% เป็น 3.5 พันล้านบาทสำหรับปี 2558 เนื่องจากคาดการณ์สินเชื่อเช่าซื้อ HP ลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 และสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อหนี้ทั้งหมดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสอง ซึ่งจากการปรับลดประมาณการกำไรทำให้ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ของเราลดลง 5.3% เป็น 45 บาท อ้างอิงจาก PBV ปี 2558 ที่ 1.0 เท่า อย่างไรก็ตาม KKP ซื้อขายที่ราคาเพียง 0.9 เท่าของมูลค่าบัญชีปี 2515 และสามารถจ่ายเงินปันผลที่ 4.3% สำหรับปี 2557 และ 4.9% สำหรับปี 2558 ดังนั้นเรายังคงคำแนะนำ ถือ

ปรับลดเป้าหมายสินเชื่อเติบโตปี 2557

ผู้บริหารปรับลดเป้าหมายสินเชื่อเติบโตปี 2557 จาก 2-3% เป็นทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อย (ลดลงต่ำกว่าสินเชื่อเติบโตปี 2556 ของบริษัทที่โต 12.9% ค่อนข้างมาก) สินเชื่อบรรษัทเติบโต 0-5% (-0.8% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2557) และสินเชื่อรายย่อยเติบโต 0% หรือลดลงเล็กน้อย (-4.6% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2557) KKP คาดว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2557 จะอยู่ที่ 3.6%-3.8% ลดลงจาก 4.0% เมื่อปีที่ผ่านมา

เราเชื่อว่าคาดการสินเชื่อเติบโตปี 2557 ของผู้บริหารนั้นมีความเป็นไปได้สูงสุดจากสภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอ เราจึงได้ปรับลดสมมติฐานสินเชื่อเติบโตของเราจาก 5% เป็น 0% สำหรับปี 2557 และ 15% เป็น 10% สำหรับปี 2558 แต่ประมาณการส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของเรายังคงอยู่ที่ 3.5% สำหรับปี 2557 และ 3.6% สำหรับปี 2558

กันสำรองหนี้สูญฯจะลดลงในไตรมาส 4/57 และปี 2558

KKP แจ้งในที่ประชุมนักวิเคราะห์ว่าคำแนะแนวกันสำรองหนี้สูญฯปี 2557 ของบริษัทก่อนหน้านี้ช่วง 1.6-2.0 พันล้านบาทนั้นต่ำเกินไป (ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2557 กันสำรองหนี้สูญฯรวมอยู่ที่ 1.7 พันล้านบาท ไม่รวมการด้อยค่าจากสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสองที่ 1.1 พันล้านบาท) ผู้บริหารกล่าวว่าธนาคารบันทึกกันสำรองจากการด้อยค่าพิเศษสำหรับการขายรถยึดจำนวน 398 ล้านบาทในไตรมาส 3/57 และจะบันทึกขาดทุนอีกในไตรมาส 4/57 ทั้งนี้ให้สังเกตว่า 46% ของสินเชื่อเช่าซื้อเป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสอง ณ สิ้นเดือนก.ย. ขณะนี้เราตั้งสมมติฐานกันสำรองหนี้สูญฯ 2.5 พันล้านบาท และขาดทุนจากการขายสินทรัพย์(รถยึด) จำนวน 950 ล้านบาทสำหรับปี 2557

ธนาคารตั้งเป้าสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 5-6% สำหรับปีนี้ โดยสูงสุดที่ 5.6% ณ สิ้นเดือนก.ย. เพิ่มขึ้นจาก 3.8% ณ สิ้นปี 2556 หากเศรษฐกิจยังคงอ่อนแอต่อเนื่องในไตรมาส 4/57 KKP อาจตั้งกันสำรองฯสูงกว่าที่คาดไว้ขณะนี้เพื่อที่จะเพิ่มกันสำรองหนี้สูญสะสมฯ

คงเป้ายอดขายทรัพย์รอการขายสำหรับปี 2557 แต่คาดกำไรการขายลดลง

ผู้บริหารคงเป้าหมายยอดขายทอดตลาดสินทรัพย์ที่ยึดจากลูกค้าที่ผิดนัดชำระหนี้ประมาณ 2.3 พันล้านบาท (ยอดขายทรัพย์ฯช่วง 9 เดือนแรกของปี 2557 อยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท ยอดขายทรัพย์สินฯปี 2556 อยู่ที่ 2.8 พันล้านบาท) ให้สังเกตว่า KKP บันทึกกำไร 390 ล้านบาทจากการขายทรัพย์สินฯในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2557 และกำไร 1 พันล้านบาทเมื่อปีที่ผ่านมา เราตั้งสมมติฐานยอดขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ 2.1 พันล้านบาทสำหรับปี 2557 และกำไร 400 ล้านบาท โดยสินทรัพย์นั้นส่วนใหญ่เป็นอสังหาฯ