วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วางโรดแมพน้ำมันเล็งเลิก'โซฮอล์91'

วางโรดแมพน้ำมันเล็งเลิก "โซฮอล์91" พลังงานเตรียมปรับชนิดเชื้อเพลิงในภาคขนส่ง

กรมธุรกิจพลังงาน หารือ คมนาคม พาณิชย์ อุตสาหกรรม ปรับลดชนิดน้ำมัน กำหนดทิศทางเชื้อเพลิงภาคขนส่งทั้งระบบ ด้านสถาบันปิโตรเลียมฯ ชี้ อนาคตยกเลิกโซฮอล์91 เหลืออี 20และอี 85 เป็นน้ำมันหลักประเทศ

นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยความคืบหน้าการกำหนดชนิดเชื้อเพลิงในภาคขนส่งว่า กรมธุรกิจพลังงานในฐานะเลขานุการอนุกรรมการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในภาคขนส่ง เตรียมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมขนส่งทางกระทรวงคมนาคม ,กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงอุตสาหกรรม มาหารือเพื่อปรับลดชนิดน้ำมันและจัดระบบเชื้อเพลิงทุกชนิด พร้อมทั้งประเมินผลกระทบที่เป็นลูกโซ่ต่อระบบการขนส่งทั้งประเทศ เพื่อกำหนดเป็นโรดแมพทิศทางการใช้เชื้อเพลิงภาคขนส่งในอนาคตต่อไป โดยจะพยายามดำเนินการให้โรดแมพดังกล่าวแล้วเสร็จภายในปี 2557 นี้

ในเบื้องต้นคาดว่า ทิศทางการใช้เชื้อเพลิงภาคขนส่งในอนาคต จะครอบคลุมถึง การลดประเภทน้ำมันลง และสอดคล้องกับแผนอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนว่าจะส่งเสริมพลังงานทดแทนชนิดใด ซึ่งหากจะมีผลกระทบต่อโรงกลั่นว่าน้ำมัน ที่อาจจะต้องมีกำลังการกลั่นเหลือจะขายให้กับใคร ขณะเดียวกันจะต้องนำแผนกระทรวงคมนาคมมาดูถึงเรื่องการสร้างรถไฟฟ้า ซึ่งจะมีผลให้การใช้น้ำมันลดลงเพียงใด และรถเมล์จะมีการใช้เพิ่มขึ้นหรือลดลงหรือไม่ ซึ่งล้วนเป็นผลกระทบจากการปรับชนิดเชื้อเพลิงในภาคขนส่งทั้งสิ้น รวมถึงจะต้องพิจารณาว่าในอนาคตจะจำกัดการปั๊มน้ำมัน ปั๊มก๊าซ หรือไม่ด้วย

ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบมากเกินไปจะต้อง ดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยๆ ซึ่งการออกโรดแมพมาจะทำให้ประชาชนรวมถึงภาคเอกชนผู้ผลิตรถยนต์ได้ทราบทิศทางว่าควรเลือกใช้รถแบบไหน ค่ายรถยนต์จะผลิตรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงอะไร รวมถึงปั๊มน้ำมันจะต้องเปลี่ยนเป็นปั๊มไฟฟ้ารองรับ รถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตหรือไม่ เป็นต้น

ด้าน นายเรืองศักดิ์ ฐิติรัตน์สกุล รองผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)เคยให้สถาบันฯ ศึกษาข้อมูลชนิดเชื้อเพลิงในภาคขนส่งแล้วเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา และขณะนี้ยังไม่ได้ว่าจ้างสถาบันฯ รอบสองให้ดำเนินการศึกษาแต่อย่างใด

สำหรับผลการศึกษาเบื้องต้นที่นำเสนอ สนพ. คือ ประเทศไทยควรเริ่มจากการลดชนิดน้ำมันเบนซิน 91 ก่อน ซึ่งขณะนี้ได้ยกเลิกไปแล้ว จากนั้นควรหันมายกเลิกแก๊สโซฮอล์อีก 10 ซึ่งปัจจุบันมีทั้งประเภท แก๊สโซฮอล์ 91และ 95 ดังนั้นเห็นว่าควรลดชนิดแก๊สโซฮอล์91 ก่อน ซึ่งทำในลักษณะเดียวกับการเลิกเบนซิน 91 โดยปรับราคาให้แก๊สโซฮอล์95 ปรับลดลงเท่ากับแก๊สโซฮอล์ 91 ก่อน จึงจะประกาศยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 ได้

ทั้งนี้เนื่องจากรถยนต์เก่าสามารถหันไปใช้แก๊สโซฮอล์ที่มีค่าออกเทนสูงได้ คือ แก๊สโซฮอล์95 แต่หากยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 95 รถยนต์บางชนิดไม่สามารถเติมแก๊สโซฮอล์91 ที่ค่าออกเทนต่ำกว่าได้และทำให้ไม่มีน้ำมันใช้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถยนต์รุ่นเก่า

อย่างไรก็ตามภายหลังจากยกเลิกแก๊สโซฮอล์91 สำเร็จ จึงมาผลักดันให้แก๊สโซฮอล์อี 20 และอี 85 และดีเซล จัดเป็นน้ำมันหลักตามนโยบายรัฐบาล ส่วนเบนซิน 95 แก๊สโซฮอล์ 95 จะจัดให้เป็นน้ำมันทางเลือก ซึ่งในอนาคตรถยนต์อี 20 จะมีมากขึ้นและเป็นรถยนต์หลักในประเทศต่อไป ส่วนก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)และก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(เอ็นจีวี)ก็ยังคงให้มีต่อไป

ทั้งนี้การลดชนิดน้ำมันจะส่งผลดีให้กับประเทศคือ ช่วยลดต้นทุนทั้งด้านการผลิต การบริการในปั๊ม การจัดเก็บน้ำมัน และรถต้นทุนด้านการขนส่งน้ำมันลงด้วย