วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

KAMART

การขยายช่องทางจัดจำหน่ายช่วยผลักดันการเติบโตปี 58

คาดกำไร 2H57 เติบโตต่อเนื่องถึงปี 58

เราคาดกำไรจากการดำเนินงานในครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก โดยใน 3Q57 เรามองรายได้เติบโต 10%QoQ และ 16%YoY หลังกำลังซื้อลูกค้าเดิมกลับมา และการเริ่มต้นทำการตลาดผ่านสื่อโฆษณา จะกระตุ้นยอดขายเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับอัตรากำไรสุทธิที่ปรับดีขึ้น หลังออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่อัตรากำไรสูง เราคาดการกำไรสุทธิ 3Q57 เติบโตเป็น 52 ล้านบาท +13%QoQและ +4%YoYโดยแนวโน้มผลประกอบการโตต่อเนื่องในปี 58 จากการขยายช่องทางการขายโมเดิร์นเทรด และการส่งออกสินค้าขยายตลาดในเอเชีย ทำให้รายได้ทั้งปี 58 แตะระดับ 1.2 พันล้านบาท ด้วยอัตรากำไรสุทธิที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 20.6% จากการเพิ่มสัดส่วนการผลิตสินค้าเอง จะหนุนกำไรสุทธิปี 58 ปรับขึ้นแรง +31%YoYทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 245 ล้านบาท

โดดเด่นด้วยช่องทางการขายครอบคลุม

KAMARTเดินหน้าเจาะตลาด Mass ด้วยกลยุทธ์ 1) การตั้งราคาถูกเฉลี่ยไม่เกิน 200 บาทต่อชิ้น 2) ช่องทางการขายหลากหลายครอบคลุมทั่วประเทศจึงกระจายสินค้าได้ในวงกว้าง ทำให้ตราสินค้าเริ่มเป็นที่รู้จัก และกระตุ้นยอดขายด้วยการโฆษณาที่จะมีมากขึ้นต่อจากนี้ โดย KAMART มีช่องทางการขายหลักผ่าน i.การขายส่งกับตัวแทนฯมีจุดเด่นที่การขายได้ปริมาณมากในขณะที่มีค่าใช้จ่ายในการขายต่ำ และ ii.การขายผ่านโมเดิร์นเทรดชั้นนำกว่า 1,000 แห่งโดยช่องทางขายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกมาก โดยเฉพาะในRobinson ที่จะเพิ่มจุดขาย 55 สาขา ภายในปีหน้า นอกจากนี้ KAMARTเริ่มส่งสินค้าไปขายใน CLMV และจีนแล้ว แม้สัดส่วนรายได้ปัจจุบันยังไม่มาก แต่เป็นช่องว่างในอนาคตที่น่าสนใจ เราจึงมองว่า KAMART มีศักยภาพโตสูง

ฐานะทางการเงินดี พร้อมจ่ายปันผลสูง

ฐานะทางการเงินดีด้วยภาระดอกเบี้ยจ่ายในระดับน้อยกว่า 5% ของ EBITDA ปี 58 และยังมีกระแสดเงินสดแข็งแกร่ง สร้างกระแสเงินสดอิสระได้สูงราวปีละ 200 ล้านบาทแนวโน้มจะดีขึ้นเรื่อยๆจากแผนการจัดการสินค้าคงเหลือผ่านการลดจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำกำไรหรือหมุนเวียนต่ำ และการตั้งสำรองขาดทุนธุรกิจเดิม ที่แม้กดดันกำไรสุทธิทางบัญชี แต่ทำให้ประหยัดภาระภาษีจ่าย โดยเราเชื่อว่าการตั้งสำรองธุรกิจเดิมจะใช้เวลาราว 2 ปี จะทำให้อัตราหมุนเวียนสินค้าคงเหลือที่ปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำ 1.5 เท่า ซี่งเป็นผลมากจากมีการบันทึกสินค้าคงเหลือของธุรกิจเดิมและสินค้าล้าสมัย พัฒนาดีขึ้นเป็น 3 เท่า ในปี 59 เมื่อรวมกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งกับเงินสดในมือ 170 ล้านบาทในปีนี้ เพียงพอรองรับการเติบโต และจ่ายเงินปันผลสูง 0.29 บาท หรือเฉลี่ยราว 4 – 5% ต่อปี

ปรับประมาณการขึ้นให้คำแนะนำ “ซื้อ”

เราปรับเพิ่มมูลค่าเหมาะสมจาก 7.10 บาท เป็น 7.50 บาท จากการปรับประมาณการกำไรในปี 58 เพิ่มขึ้น 18% และเปลี่ยนวิธีประเมินมูลค่าเหมาะสมจาก DCF มาใช้วิธี P/E multiple เพื่อสะท้อนกำไรที่กลับมาเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีหน้า โดยมีเป้าหมายที่ 20xP/E’58 ใกล้เคียงการซื้อขายเฉลี่ยของกลุ่ม Personal product distribution แต่ต่ำกว่าเป้าหมาย P/E ของ BEAUTY เล็กน้อย เนื่องจากธุรกิจของ KAMART อ่อนไหวกับสภาพการแข่งขันสูงในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ความงามมากกว่า