วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ค่าไฟปีหน้าจ่อทะลุ4บาท/หน่วย

กกพ.เผยปีหน้า มีโอกาสค่าไฟฟ้าพุ่งทะลุ 4 บาทต่อหน่วย ปลัดพลังงานชี้ต้องเปิดสัมปทานปิโตรฯรอบใหม่

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า มีความกังวลอัตราค่าไฟฟ้าในปีหน้าที่อาจจะมีการปรับขึ้นจนเกิน 4 บาทต่อหน่วย จากปัจจุบันที่อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทุกประเภทอยู่ที่ระดับ 3.96 บาทต่อหน่วย เนื่องจากจะมีปัจจัยสำคัญคือการที่บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) จะเริ่มนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) จากประเทศกาตาร์ตามสัญญาระยะยาว จำนวน 2 ล้านตันต่อปี โดยราคาแอลเอ็นจีนำเข้าจะมีราคาที่สูงกว่าราคาก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเรื่องแห่งก๊าซเจดีเอ และแหล่งก๊าซในพม่าที่จะมีการหยุดซ่อม ซึ่งจะทำให้มีการใช้น้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลเพิ่มมากขึ้น และมีผลกระทบต่อค่าเอฟที

อย่างไรก็ตามในปีหน้า ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มลดลงมากในช่วงนี้ จะส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าปรับลดลงในอีก 6 เดือนข้างหน้า รวมทั้งทางกกพ.จะมีการปรับโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าฐานใหม่ ที่จะปรับให้ค่าเอฟทีกลับมาเป็นศูนย์ จากปัจจุบันที่ค่าเอฟทีช่วงเดือนก.ย.-ธ.ค. อยู่ที่ 69 สตางค์ต่อหน่วย จึงต้องรออยู่ว่าในภาพรวมอัตราค่าไฟฟ้าจะปรับเพิ่มขึ้นหรือไม่

“ยอมรับว่า กกพ.มีความเป็นห่วงอัตราค่าไฟฟ้าในปีหน้าที่อาจจะปรับเพิ่มสูงขึ้นจากหลายๆปัจจัย แต่ก็จะพยายามที่จะดูแลไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนมากนัก” นายวีระพล กล่าว

ก่อนหน้านี้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พิจารณาผลการคำนวณค่าเอฟทีในงวดเดือนก.ย.-ธ.ค. 2557 โดยได้มีมติเห็นชอบให้คงค่าเอฟทีไว้ที่ 69.00 สตางค์ต่อหน่วยเท่าเดิม เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า โดยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กฟผ.)รับภาระส่วนต่าง 2.66 สตางค์ต่อหน่วย หรือ คิดเป็นเงิน 1,426 ล้านบาท เป็นการชั่วคราว จากอัตราค่าเอฟทีที่คำนวณได้ 71.66 สตางค์ต่อหน่วย ทั้งนี้ ในการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐาน กกพ.อาจจะปรับรวมภาระส่วนนี้เข้ามาอยู่ในค่าไฟฟ้าฐานแทน

ด้านนายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า อัตราค่าไฟฟ้าของไทยมีแนวโน้มที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปี 2548 ที่ยังอยู่ในระดับ 2.73 บาทต่อหน่วย มาอยู่ที่ 3.96 บาทต่อหน่วยในปี 2557 ซึ่งการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราค่าไฟฟ้า จะเพิ่มสูงขึ้นมากในช่วง 3 ปีย้อนหลัง คือปี 2554 อยู่ที่ 3.16 บาทต่อหน่วย เพิ่มขึ้นมาเป็น 3.48 บาทต่อหน่วย ในปี 2555 และเพิ่มขึ้นมาเป็น 3.78บาทต่อหน่วยในปี 2556 โดยเหตุผลสำคัญมาจากการที่ต้องนำเข้าแอลเอ็นจี ซึ่งมีราคาที่สูงกว่าก๊าซในอ่าวไทยกว่าเท่าตัวมาใช้

ทั้งนี้ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าหรือพีดีพี ฉบับใหม่จำเป็นจะต้องมีการกระจายความเสี่ยงในเรื่องของเชื้อเพลิง เพื่อทดแทนก๊าซธรรมชาติ ในขณะเดียวกันก็มีความจำเป็นที่จะต้องเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ เพื่อที่จะมีก๊าซธรรมชาติที่มีราคาถูกกว่าแอลเอ็นจีนำเข้ามาใช้ให้ได้มากที่สุด เพราะหากประเทศต้องมีการนำเข้าแอลเอ็นจีมาทดแทนก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่จะมีปริมาณสำรองลดน้อยลงคาดว่าราคาค่าไฟฟ้าจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นประมาณ 6 บาทต่อหน่วยในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดลง เพราะมีต้นทุนพลังงานที่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน