วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอกชนหนุนรัฐลอยตัว'ราคาน้ำตาลทราย'

เอกชน หนุนแนวคิดรัฐลอยตัวราคาน้ำตาลทราย ผู้ประกอบการชาเชียวพร้อมดื่ม-นมถั่วเหลือง แจงกระทบต้นทุนไม่มาก

เอกชน หนุนแนวคิดรัฐลอยตัวราคาน้ำตาลทราย ผู้ประกอบการชาเชียวพร้อมดื่ม - นมถั่วเหลือง แจงกระทบต้นทุนไม่มาก อาจกระทบหนักในกลุ่มน้ำอัดลม ระบุถึงเวลาต้องปรับตัว เพิ่มประสิทธิภาพผลิต ขณะที่ตลาดตอบรับตามกระแสสุขภาพมาแรง

หลังจากภาครัฐมีแนวคิดจะลอยตัวราคาน้ำตาลทรายในสิ้นปี 2558 รับการเปิดเสรีการค้าภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปีเดียวกัน จากการสอบถามทัศนะเรื่องดังกล่าว พบว่าภาคเอกชนหลายรายขานรับแนวคิดนี้

นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เห็นด้วยที่จะมีการลอยตัวราคาน้ำตาลทราย เพื่อให้เป็นไปตามกลไกตลาด เพราะการที่จะปล่อยให้ภาครัฐมาแบกรับภาระ หรืออุดหนุนราคาฝ่ายเดียวเป็นเวลานานคงไม่เหมาะสม โดยเห็นว่าเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการที่ใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าต้องปรับตัว รองรับกับต้นทุนการผลิตที่อาจสูงขึ้นในอนาคต

โดยในส่วนของเครื่องดื่มชาเขียวคาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตมากนัก เนื่องจากใช้น้ำตาลในปริมาณไม่มากนัก ส่วนกลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ จะเป็นเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม ซึ่งใช้น้ำตาลมาก รวมทั้งกลุ่มเบเกอรี่ ขนมหวานต่างๆ

อย่างไรก็ตาม การลอยตัวราคาน้ำตาลทราย ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบก็จะเท่าเทียมกันทั้งระบบ ไม่ใช่แค่รายใดรายหนึ่ง

“น่าจะถึงเวลาที่รัฐบาลจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกตลาด เพราะรัฐบาลก็ต้องการให้ผู้ประกอบการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่นเดียวกับการลอยตัวราคาพลังงาน แต่การดำเนินการก็ต้องให้ธุรกิจอยู่ได้ด้วย ส่วนการลอยตัวราคาน้ำตาลมองว่าไม่ใช่มีแค่ผู้ประกอบการรายเดียวที่ได้รับผลกระทบ ทุกรายโดนเท่าเทียมกันหมด”

นายตัน กล่าวอีกว่า หากราคาน้ำตาลทรายในประเทศปรับตัวสูงขึ้น จะยิ่งกระตุ้นให้ผู้ประกอบการหันมาผลิตสินค้าสูตรน้ำตาลน้อย เป็นไปตามกระแสรักสุขภาพที่ขยายตัวต่อเนื่อง จากปัจจุบันที่พฤติกรรมผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพโดยบริโภคสินค้าที่มีน้ำตาลน้อยอยู่แล้ว

ด้านนายสุรัช พัฒนวงศ์ยืนยง กรรมการผู้จัดการบริษัท สหชลผลพืช จำกัด ในเครือสหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำนมถั่วเหลืองมารูซัน กล่าวว่า หากรัฐประกาศลอยตัวราคาน้ำตาล จะไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของบริษัทมากนัก เนื่องจากในกระบวนการผลิตใช้น้ำตาลค่อนข้างต่ำ โดยพบว่าเครื่องดื่มขนาด 200 มิลลิลิตร (มล.) จะใช้น้ำตาลเพียง 10 กรัม หรืออาจกระทบต่อต้นทุนราว 40 สตางค์ ซึ่งถือว่ารับได้

นอกจากนี้ นายสุรัช ยังระบุว่า ปัจจุบันเครื่องดื่มมารูซัน จะใช้น้ำตาลน้อย รองรับกระแสสุขภาพ โดยเติมความหวานเพียงเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากสินค้าลดความหวานลงมาก อาจกระทบการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศบางตลาด เช่น พม่า เป็นต้น

“เทรนด์การบริโภคน้ำตาลที่ลดลง ไม่ได้มีแค่ในไทยเท่านั้น แต่เป็นเทรนด์ของตลาดโลก" นายสุรัช กล่าว

ทั้งนี้ตามข้อมูล ระบุว่า ในปีนี้อุตสาหกรรมเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพโตต่อเนื่อง โดยมีส่วนแบ่งตลาด 15-20%