ราคาน้ำมันดิบลง...กดดันราคาหุ้น
จุดยืนของ OPEC กดดันราคาน้ำมัน
การส่งสัญญาณจาก OPEC โดยเฉพาะซาอุฯที่ยอมรับราคาน้ำมันที่ 80 – 90 เหรียญต่อบาร์เรลเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี ตอกย้ำความเชื่อว่าซาอุฯจะยังไม่ปรับลดกำลังผลิตในปีนี้เพื่อกระตุ้นราคาน้ำมัน รวมทั้งปัจจัยลบจากการคาดหมาย (1) การเพิ่มกำลังผลิต Shale Oil ในสหรัฐฯ ในเดือน พ.ย. และ (2) อุปสงค์น้ำมันในช่วงฤดูหนาวที่จะเกิดขึ้นปลายปีคาดว่าจะฟื้นตัวไม่มาก เนื่องจากสภาพอากาศที่อบอุ่นกว่าทุกปี อย่างไรก็ตามเรายังเชื่อว่าการปรับลดของราคาน้ำมันเป็นเพียงช่วงระยะสั้น แม้ล่าสุดสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ปรับลดความต้องการใช้น้ำมันในปี 2557 – 2558 แต่ไม่มีนัยสำคัญ ขณะที่ OPEC ยังคงประมาณการ Demand น้ำมันในปี 58 อยู่ที่ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน (+1.2% YoY) อีกทั้งราคาน้ำมันที่ปรับลดลงจะเพิ่มโอกาสให้จีนนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่ม เพื่อสำรองเป็น Strategic Reserve รวมทั้งกดดันแหล่งผลิตน้ำมันต้นทุนสูงอย่าง Shale oil ในสหรัฐฯซึ่ง 18% ของกำลังผลิตทั้งหมดมีต้นทุนที่ 80 เหรียญต่อบาร์เรล ทำให้เรามองว่าปัจจัยข้างต้นจะกดดันราคาน้ำมันดิบเพียงระยะสั้น โดยเรายังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดิบในปีนี้ที่ 105 เหรียญ และที่ 100 เหรียญต่อบาร์เรลในปี 2558
ราคาหุ้นกลุ่มน้ำมันปรับลดตามราคาน้ำมันและกำไร 3Q57 ที่อ่อนแอ
ราคาหุ้นในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันลดลงตามทิศทางของราคาน้ำมัน โดย PTTEP ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงเนื่องจากมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มาจากน้ำมัน 30% แม้การปรับลดของราคาน้ำมันในปีนี้จะกระทบกำไรไม่มาก เนื่องจาก PTTEP ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันไว้ 70% ของผลิตภัณฑ์น้ำมันทั้งหมด แต่ในปี 2558 หากราคาน้ำมันปรับลดต่ำกว่าสมมติฐานที่เราประเมินทุกๆ 1 เหรียญต่อบาร์เรล จะกระทบกำไรสุทธิประมาณ 1.4 พันล้านบาท และกระทบมูลค่าเหมาะสม 1 บาท ส่วน PTT แม้จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากเป็น Integrated Oil Company แต่การรับรู้กำไรจากบริษัทในกลุ่มจะลดลง โดยเฉพาะ PTTEP ที่ PTT ถือหุ้นในสัดส่วน 65% ทำให้ราคาน้ำมันปรับลดต่ำกว่าสมมติฐานที่เราประเมินทุกๆ 1 เหรียญต่อบาร์เรล จะกระทบกำไรสุทธิปี 2558 ประมาณ 1.1 พันล้านบาท นอกจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงยังเป็นผลมาจากการคาดหมายกำไรสุทธิของ PTTEP ใน 3Q57 ที่น่าผิดหวังจากค่าใช้จ่ายในการ Write-off แหล่งปิโตรเลียมในต่างประเทศ กดดันกำไรสุทธิของ PTTEP และ PTT
คาดกลุ่มการกลั่น 3Q57 ขาดทุน จากการรับรู้ Stock Loss จำนวนมาก
กลุ่มธุรกิจการกลั่นยังมีความเสี่ยงจากผลประกอบการ 3Q57 ที่อ่อนแอ เนื่องจาก (1) ค่าการกลั่นที่ปรับลด โดยค่าการกลั่นตลาดสิงค์โปร์ 3Q57 อยู่ที่ 4.8 เหรียญต่อบาร์เรล (-17% QoQ) และ (2) การรับรู้ Stock Loss จากราคาน้ำมันดิบปิด ณ สิ้นไตรมาสอยู่ที่ 96 เหรียญต่อบาร์เรล (-12%QoQ) ทำให้กลุ่มธุรกิจการกลัน (BCP IRPC และ TOP) จะมีผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิใน 3Q57 อย่างไรก็ตาม เรายังคงประมาณการกำไรปี 2557 – 2558 ไว้เท่าเดิม ค่าการกลั่นเฉลี่ยในปี 2557 YtD อยู่ที่ 5.6 เหรียญต่อบาร์เรล ใกลเคียงกับสมมติฐานที่ 5.5 เหรียญต่อบาร์เรล ขณะที่ในปี 2558 เราประเมินผลประกอบการจากสมมติฐานค่าการกลั่นที่ 5.2 เหรียญบาร์เรล (-5% YoY) เนื่องจากมีกำลังกลั่นใหม่ปรับเพิ่มในภูมิภาค (ไม่รวมกำลังกลั่นที่คาดหมายจะเลิกกิจการ 0.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน)
ราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดกดดันราคาหุ้นระยะสั้น
การปรับลดของราคาน้ำมัน ทำให้หุ้นในกลุ่มพลังงานมีความน่าสนใจลดลง อย่างไรก็ตามความเสี่ยงทางด้านอุปทานที่เพิ่ม โดยเฉพาะท่าทีของ OPEC ที่จะไม่ลดกำลังผลิตในระยะสั้น เมื่อพิจารณารวมกับภาพรวม Demand และ Supply ในปี 2558 ที่ใกล้เคียงดุลภาพ (Demand น้ำมันเพิ่มขึ้น 1.1 ล้านบาร์เรล ขณะที่ Supply Non-OPEC เพิ่มขึ้น 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน) ทำให้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบในปี 2558 ที่ระดับ 100 เหรียญต่อบาร์เรล ยังคงเป็นไปได้ ขณะที่ระยะยาว PTTEP ยังคงเป็นหุ้นในกลุ่มพลังงานที่มี Upside Gain ของราคาหุ้นสูง ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ 8.9xPE’15 ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับธุรกิจในภูมิภาคที่ 10xPE’15 ทำให้เรายังคงแนะนำ “ซื้อ”มูลค่าเหมาะสมที่ 175 บาท (DCF G2% WACC 8.9%)








