SET จะปรับลงตามปัจจัยต่างประเทศ
SET View
แนวโน้ม SET จะแกว่งตัวลงมองกรอบการเคลื่อนไหว 1535-1550 จุด จากหลากปัจจัยกดดันจิตวิทยาการลงทุน(1) มีโอกาสเปิดลบตามตลาดหุ้นภูมิภาคหลังเมื่อวานนี้ตลาดหุ้นยุโรปปรับลง 2.8-3.6%และดาวโจนส์ปิดลบ 173 จุด โดยปรับลดลงระหว่างวันถึง 460 จุด(2)ดัชนีความกลัว (VIX Index) ปรับขึ้นทำระดับสูงสุดรอบ 29 เดือน ขณะที่อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีปรับลงมาที่ 2.0%ต่ำสุดในรอบ 16 เดือนบ่งบอกว่านักลงทุนกลัวการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง (3) ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงต่อเนื่อง Brent ลงมาแถว US$82ต่อบาร์เรล ปรับลง 12% จากต้นเดือน คงกดดันจิตวิทยาการลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงาน จากความคาดหวังเชิงลบต่อโอกาสถูกปรับลดประมาณการกำไรลง (4) นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิอีก 1.2 พันล้านบาท และนักลงทุนสถาบันขายสุทธิในตลาด TFEX ราว 1.1 หมื่นสัญญา อย่างไรก็ตามการประกาศผลประกอบการ 3Q57 ของกลุ่มธนาคารโดยเฉพาะธนาคารขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ต่อเนื่องถึงวันศุกร์หากออกมาดีกว่าคาด อาจทำให้ SETมีโอกาสรีบาวน์ระยะสั้น
กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วันเน้นถือครองเงินสด
(1) Top Daily Pick :DELTA (คาดกำไรสุทธิ 3Q57ที่ 1.81 พันล้านบาทเติบโต 22%QoQและ 11%YoYและเป็นระดับสูงสุดของปี จากยอดขายดอลลาร์สหรัฐโต 10%YoYและอัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวทั้ง QoQและ YoYจากส่วนผสมผลิตภัณฑ์และกำไรจากการขายเงินลงทุน 200 ล้านบาท)KAMART (คาดกำไรสุทธิ 3Q57 เติบโตเป็นไตรมาสที่สี่ติดต่อกัน ที่ 50 ล้านบาทโต 15%QoQ และ 6%YoYและคาดจะเติบโตต่อเนื่องใน 4Q57 จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม) หรือหาจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาหุ้นปรับลงแรงเพื่อไปรอขายช่วงรีบาวน์
(2) Technical Pick :KCE MIDA IFEC BEAUTY BGH
(3) Theme Play : กลุ่มสื่อสารขนาดใหญ่และกลุ่มอาหาร คาดว่าผลประกอบการ 3Q57 จะออกมาดี และมีโอกาสที่นักวิเคราะห์จะปรับเพิ่มประมาณการหลังงบออก(ADVANC DTAC INTUCH THCOM CPF TUF
รายงานวันนี้ Update : KAMART (อยู่ระหว่างทบทวนประมาณการ) มีมุมมองบวกต่อผลประกอบการ Update :กลุ่มพลังงาน (น้ำหนักการลงทุน เท่าตลาด) ราคาน้ำมันดิบลง กดดันราคาหุ้น
แนะนำสะสมหุ้น Defensive ในภาวะตลาดผันผวน
1. หลังจากการปรับฐานของหลายตลาดหุ้นโลกโดยเฉพาะตลาดสหรัฐเราเริ่มเห็นสัญญาณอันตรายชัดเจนมากขึ้น โดยในการพักฐานปกติของตลาดหุ้นสหรัฐดัชนีค่า VIX จะดีดตัวขึ้นสะท้อนความกลัวของนักลงทุนไม่เกินระดับ 17-20 เปอร์เซ็นต์ แต่การพักฐานรอบนี้ค่า VIX ดีดตัวขึ้นมาถึงระดับ 26% สูงสุดในรอบ 29 เดือน สะท้อนความกลัวของนักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐเกินกว่าระดับปกติ บวกกับเห็นอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐปรับลดลงมาแว 2% ต่ำสุดในรอบ 16 เดือน โดยไหลลงจากกรอบแถว 2.3-2.6% จึงเป็นการยืนยันกับดัชนี VIX ว่าตลาดกำลังมีกลัวการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงอยู่มาก
2. เราไม่คาดหมายจะเห็นการรีบาวด์ของตลาดหุ้นในสหรัฐและภูมิภาคกลับขึ้นมาเร็วเหมือนรอบที่ผ่านมาเพราะรอบนี้สิ่งที่ตลาดกลัวเกิดจากข่าวตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศต่างๆที่ออกมาอ่อนแอกว่าคาด เริ่มจากการปรับประมาณการ GDP ของประเทศตลาดเกิดใหม่จาก IMF บวกกับฝั่งยุโรปที่เยอรมันซึ่งเป็นความหวังสุดท้ายที่จะมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจปรับลดคาดการณ์ GDP ลงจาก 1.8% มาอยู่ที่ 1.2% ต่อด้วยตัวเลขค้าปลีกสหรัฐที่พึ่งประกาศออกมา -0.3%MoM ต่ำกว่าที่ตลาดคาดจะโต 0.6%MoM นอกจากนี้ การปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันดิบจากภาวะ over supply แม้เริ่มเข้าสู่ high season แล้วก็สะท้อนภาพการฟื้นตัวช้าของเศรษฐกิจโลกด้วย
3. ในไทยเองก็เช่นกัน ตัวเลขดุลการค้ารอบล่าสุดเรายังเห็นการส่งออกที่อ่อนแอและการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบที่หดตัวลง เราจึงมองเห็นความเสี่ยงกับเศรษฐกิจของไทยที่จะต้องปรับลดคาดการณ์ GDP ตาม ด้วยลักษณะประเทศไทยที่เศรษฐกิจพึ่งพิงกับภาคการส่งออก และจะเป็น sentiment ที่ไม่ดีภาคธุรกิจและการลงทุน ขณะที่ SET ณ ระดับปัจจุบันก็ซื้อขายถึง 16.5xP/E’57สูงกว่าค่ากลางในปี 56 ที่ 16x ทั้งที่ยังคงมีความเสี่ยงต่อการถูกปรับลดประมาณการกำไรลงหลังประกาศผลประกอบการ 3Q57 (เราคาดการณ์กำไรของ SET เติบโต 5% และ 13% ในปี 57 และ 58 ขณะที่ช่วง 1H57บริษัทจดทะเบียนมีกำไรสุทธิรวมกันเติบโตเพียง 2%)
การพักฐานของตลาดหุ้นทั่วโลกเป็นผลจากการที่ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นไปเร็วกว่าปัจจัยพื้นฐานและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจริง และจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะจนกว่าจะสะท้อนมูลค่าตามปัจจัยพื้นฐาน ตลาดหุ้นไทยก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน และเรามองเห็นความเสี่ยงต่อการปรับตัวลงสะท้อนปัจจัยพื้นฐานในระยะข้างหน้า ด้านกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำคงแนะนำทยอยสะสม(1) หุ้น Defensive ที่มีความสามารถในการทำกำไรแข็งแกร่ง มีแนวโน้มเติบโตดี และมีvaluation ไม่แพงมาก ได้แก่กลุ่ม สื่อสาร (ADVANC INTUCH) ส่งออกอาหาร (CPF TUF GFPT) และ โรงไฟฟ้า (RATCH) (2) กลุ่มหุ้นที่เราให้คำแนะนำ “ซื้อ”ผลประกอบการ 2H57 มีแนวโน้มเติบโตดีHoHรวมถึงโอกาสเติบโตต่อเนื่องในปี 58 และมี upside จากมูลค่าเหมาะสมเกินกว่า 25%(GRAMMY, SIM SST MFEC THCOM INTUCH MC AH SRICHA)









