ศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาต่อ CPN
มีอะไรใหม่?
วานนี้ ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาทำให้เทเวศประกันภัยไม่ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้โครงการเซ็นทรัลเวิลด์เมื่อเดือนพ.ค. 2553 ตามกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองความเสี่ยงภัยทุกชนิดที่บริษัทได้ทำไว้ ซึ่งเป็นการกลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเมื่อเดือนมี.ค. (ศาลแพ่งกรุงเทพ) ที่มีคำพิพากษาให้บริษัทชนะคดีและให้เทเวศประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่บริษัท ทั้งนี้ บริษัทจะยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาภายใน 1 เดือน อย่างไรก็ตาม บริษัทมีสิทธิขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาได้โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล
เซ็นทรัลเวิลด์ได้ทำประกันภัยคุ้มครองความเสี่ยงภัยทุกชนิด (Industrial All Risk) วงเงิน 13,224 ล้านบาท ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก (Business Interruption) วงเงิน 6,147 ล้านบาท และยังมีประกันภัยการก่อการร้าย (Terrorism) วงเงิน 3,500 ล้านบาทอีกด้วย
ทั้งนี้ ห้างสรรพสินค้าเซนซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเช่นเดียวกัน ได้ชนะคดีทั้งในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์
อย่างไรก็ตาม CPN จะได้ค่าสินไหมทดแทนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ศาลฎีกาอาจต้องใช้เวลากว่าปีในการพิจารณาคดีดังกล่าว หาก CPN แพ้คดีอีกครั้ง บริษัทจะได้รับค่าสินไหมทดแทนจากผู้ออกประกันภัยการก่อการร้ายแทน ทั้งนี้ กรมธรรม์ประกันภัยก่อการร้ายคุ้มครองด้วยมูลค่าสูงสุดที่ 3.5 พันล้านบาท เทียบกับมูลค่าความเสียหายทั้งหมดที่ CPN เรียกร้องที่ 3.7 พันล้านบาท หาก CPN ชนะคดีในศาลฎีกา บริษัทจะได้รับค่าสินไหมทดแทนจากประกันภัยคุ้มครองความเสี่ยงภัยทุกชนิด โดยการจ่ายค่าสินไหม (เงินเรียกร้องทั้งหมดรวมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี ตั้งแต่เดือนมี.ค. 2554) ไม่ว่าจะมาจากประกันภัยชนิดใด จะถูกบันถึกเป็นกำไร เนื่องจากความเสียหายทั้งหมดได้ถูกตัดจำหน่ายออกจากบัญชีไปในปี 2553
เปิดโอกาสในการเข้าซื้อหากราคาหุ้นปรับลดลง
เรามองว่าไม่ว่าใครจะชนะในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ คดีนี้ต้องไปตัดสินที่ศาลฎีกาอยู่ดี ซึ่งการที่ CPN แพ้ในชั้นอุทธรณ์นั้นเป็นการด่วนสรุปเกินไปว่า CPN จะแพ้อีกในชั้นฎีกา นอกจากนี้ไม่ว่า CPN จะชนะคดีในศาลฎีกาหรือไม่นั้น บริษัทก็จะได้รับค่าสินไหมทดแทนอยู่ดี ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะเป็นอัพไซด์หลักต่อประมาณการของเรา ดังนั้น หากราคาหุ้นปรับตัวลดลงจากข่าวดังกล่าว เราเชื่อว่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าซื้อหุ้น








