วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สยามเวลเนสทุ่มงบ100ล. เตรียมขยาย3สาขาปีหน้า

"สยามเวลเนสกรุ๊ป" ตั้งงบลงทุนปีหน้า 100 ล้านบาท ขยายสาขาเพิ่มอย่างน้อย 3 สาขา และใช้ปรับปรุงสาขาเดิม

ส่วนปีนี้คาดกำไรต่ำกว่าปีก่อน หลังธุรกิจท่องเที่ยวซบเซา แต่เชื่อปี 2558 รายได้และกำไรกลับมาเติบโตปกติ หลังการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีนี้

นายวิบูลย์ อุตสาหจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPA ผู้ประกอบธุรกิจสปา เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจัดสรรงบลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขยายสาขาเพิ่มอีก 3 สาขา และใช้ปรับปรุงสาขาเดิม ซึ่งบริษัทมีนโยบายที่จะขยายสาขาอย่างน้อยปีละ 3 สาขาอีกด้วย สำหรับงบลงทุนในครั้งนี้จะมาจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ซึ่งคาดว่าจะเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ได้ภายในปีนี้

"ปีหน้าบริษัทตั้งงบลงทุน 100 ล้านบาท โดยจะใช้ขยายสาขาเพิ่มอย่างน้อย 3 สาขา ใช้งบลงทุนสาขาละประมาณ 20 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะใช้ในการปรับปรุงสาขาเดิม ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีสาขาทั้งสิ้น 13 สาขา เป็นสาขาในกรุงเทพฯ 5 สาขา ต่างจังหวัด 8 สาขา และในต้นเดือน พ.ย. นี้ จะเปิดเพิ่มอีก 1 สาขา บริเวณรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีเพลินจิต ภายใต้แบรนด์ ระรินจินดา เวลเนส สปา ซึ่งเป็นสปาระดับ 5 ดาว" นายวิบูลย์ กล่าว

นายวิบูลย์ กล่าวต่อว่า ในปี 2558 บริษัทคาดรายได้และกำไรจะกลับมาเติบโตได้มากกว่าปีนี้และปี 2556 หลังจากธุรกิจท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัวกลับมาตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีนี้ ประกอบกับจำนวนสาขาที่เปิดเพิ่มในปีนี้ ซึ่งเริ่มทยอยเปิดในช่วงครึ่งปีหลัง จะรับรู้รายได้เต็มปีในปีหน้า

ส่วนปีนี้คาดว่า รายได้และกำไรจะลดลงจากปีที่แล้ว เพราะภาวะความไม่สงบทางการเมืองตั้งแต่ช่วงปลายปี 2556 ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างมาก และทำให้ใน 2 ไตรมาสที่ผ่านมาอัตรากำไรสุทธิของบริษัทลดลงเหลือประมาณ 4.5% จากปี 2556 ที่มีอัตรากำไรสุทธิประมาณ 17% ส่วนปี 2558 คาดอัตรากำไรสุทธิจะกลับมาอยู่ที่ระดับเดียวกับปี 2556 หากสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ

"ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของบริษัท มาจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประมาณ 80% เมื่อธุรกิจท่องเที่ยวซบเซาทำให้บริษัทได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ทั้งนี้เชื่อว่าในปีหน้าปริมาณนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะกลับมาเพิ่มมากขึ้นอีกครั้ง นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น เนื่องจากธุรกิจท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมหลัก 1 ใน 3 ที่สร้างรายได้ให้กับประเทศมากที่สุด" นายวิบูลย์ กล่าว

สำหรับจุดประสงค์ในการเข้าจดทะเบียนในตลาด เอ็ม เอ ไอ ครั้งนี้ เนื่องจากบริษัทคิดว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านเงินทุนให้กับบริษัท และทำให้บริษัทเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับกลุ่มลูกค้าชาวไทยที่ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้เพียง 20% และบริษัทคาดว่าธุรกิจสปาจะมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งจะทำให้ปริมาณนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจจะเดินทางเข้ามาในประเทศเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

ด้านนายณรัล วิวรรธนไกร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการของบริษัท เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทเปิดให้บริการสปาภายใต้ 2 แบรนด์หลัก คือ ระรินจินดา เวลเนส สปา และเล็ทส์ รีแลกซ์ สปา ซึ่งเป็นสปาระดับ 5 ดาว และ 4 ดาว ตามลำดับ นอกจากนี้บริษัทยังได้ทดลองขยายไปยังสปาระดับ 3 ดาวอีก 1 สาขา ภายใต้แบรนด์สบาย อยู่บริเวณสีลม ซึ่งในอนาคตหากได้รับการตอบรับที่ดี บริษัทคาดว่าจะมีการขยายสาขาเพิ่มมากขึ้น แต่สำหรับสาขาสีลมอาจจะมีการย้ายสาขาในอนาคต เนื่องจากบริษัทต้องการจะหันมาเจาะกลุ่มลูกค้าชาวไทยมากยิ่งขึ้น แต่สีลมเป็นย่านที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติพักอาศัยอยู่มาก

"ปกติหากเป็นสปาระดับ 5 ดาว บริษัทจะใช้งบลงทุนประมาณ 25 ล้านบาทต่อสาขา ส่วนระดับ 4 ดาวจะใช้งบลงทุนประมาณ 15-20 ล้านบาทต่อสาขา ซึ่งพื้นที่เฉลี่ยของแต่ละสาขาจะอยู่ที่ประมาณ 700-1,000 ตารางเมตร ซึ่งบริษัทจะใช้วิธีการเช่าพื้นที่ และทำสัญญาระยะยาวประมาณ 9-12 ปี แต่บริษัทก็มีพื้นที่เป็นของตนเอง 1 สาขา คือ ที่สาขาภูเก็ต" นายณรัล กล่าว