เงินบาททยอยแข็งค่าตามแรงขายทำกำไรเงินดอลลาร์ฯ
ขณะที่ ดัชนีหุ้นไทยปรับลดต่อ จากแรงขายของนักลงทุน ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย
สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
-เงินบาททยอยแข็งค่า หลังจากที่แตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 3 เดือนที่ 32.68 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงต้นสัปดาห์ ตามปัจจัยทางเทคนิคและแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ ที่เข้ามาจากหลายกลุ่ม อย่างไรก็ดี เงินบาทสามารถล้างช่วงติดลบทั้งหมดลงในช่วงต่อมา ท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ ของผู้ส่งออก ขณะที่ นักลงทุนก็ทยอยขายทำกำไรเงินดอลลาร์ฯ ออกมาในช่วงที่การประเมินจังหวะการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ยังคงไม่มีภาพที่แน่ชัด
-ในวันศุกร์ (10 ต.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 32.44 เทียบกับระดับ 32.51 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (3 ต.ค.)
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (13-17 ต.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.35-32.55 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยตลาดอาจจับตาข้อมูลผลสำรวจภาคการผลิต ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค. ยอดค้าปลีกเดือนก.ย. และเครื่องชี้ในภาคอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐฯ เพื่อประกอบการคาดการณ์เกี่ยวกับจังหวะการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ นอกจากนี้ จุดสนใจเพิ่มเติมของตลาดอาจอยู่ที่การประกาศข้อมูลเศรษฐกิจเดือนก.ย. ของจีน ซึ่งอาจมีผลเชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์เสี่ยงและสกุลเงินในเอเชียในระหว่างสัปดาห์ ทั้งนี้ ตลาดการเงินสหรัฐฯ จะปิดทำการในวันจันทร์ (13 ต.ค.) เนื่องในวันโคลัมบัส
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย
-ดัชนี SET ปรับลดลงต่อ จากแรงขายของนักลงทุน ท่ามกลางความกังวลต่อปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,552.72 จุด ลดลง 1.12% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 14.06% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 45,496.31 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 688.05 จุด ลดลง 0.51% จากสัปดาห์ก่อน
-ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับร่วงลงในช่วงต้นสัปดาห์ ท่ามกลางแรงขายของนักลงทุนสถาบัน จากความกังวลเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ จากแรงซื้อหุ้นกลับของนักลงทุน รวมทั้ง บันทึกการประชุมเฟดที่ส่งสัญญาณว่าเฟดยังไม่เร่งรีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายซึ่งช่วยหนุนให้บรรยากาศการลงทุนปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงในวันศุกร์ สอดคล้องกับทิศทางดัชนีสำคัญ หลังข้อมูลเศรษฐกิจเยอรมันออกมาน่าผิดหวัง
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (13-17 ต.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีโอกาสมีความเสี่ยงต่อการปรับลดลง ขณะที่ ตลาดคงจะติดตามเครื่องชี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะทยอยรายงานออกมา อาทิ ยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และเครื่องชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ ยังต้องจับตาสถานการณ์การชุมนุมในฮ่องกง รวมทั้ง สถานการณ์การความไม่สงบในตะวันออกกลางด้วย









