แอดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี (AIT) เป็นบริษัทประมูลงานโครงการ ICT ภาครัฐที่ได้รับผลกระทบจากการเมืองน้อยสุด
หนุนให้กำไรปีนี้เด่นสุดในกลุ่ม คาดจะเติบโตถึง 25% ขณะที่คาดกำไรปีหน้าเติบโตราว 11% ซึ่งยังไม่รวมผลบวกจากการผลักดันนโยบาย Digital Economy ของรัฐ
พร้อมเติบโตไปกับนโยบาย Digital Economy
AIT เป็นผู้ประกอบการขนาดกลาง ในธุรกิจรับเหมาวางระบบโทรคมนาคมภาครัฐ (90% ของรายได้) มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 4 เน้นรับงานที่เกี่ยวข้องกับระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นงานที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ มีมูลค่างานแต่ละโครงการไม่สูง โดย AIT มีงานมูลค่าไม่เกิน 100 ล้านบาท เป็นสัดส่วน 60%-70% ของรายได้รวม ทำให้ AIT มีจุดเด่นคือ 1) มีอัตรากำไรสูงลำดับ 1 ของกลุ่ม 2) รับรู้รายได้และการส่งมอบงานได้รวดเร็ว
3) มีความเสี่ยงทางการเมืองต่ำกว่าคู่แข่ง เพราะงานส่วนใหญ่สามารถเปิดประมูลและรับรู้รายได้ตามกำหนดการที่บริษัทวางแผนไว้ โดยไม่ต้องไปผ่านกระบวนการรัฐหลายขั้นตอนเหมือนกรณีงานขนาดใหญ่ นอกจากนี้ AIT เป็นหนึ่งในบริษัทที่คาดได้ประโยชน์สูงจากการที่ ครม. ชุดใหม่เร่งผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจจากใช้ประโยชน์ด้านทางเทคโนโลยี ICT (Digital Economy) โดยเฉพาะการเพิ่มโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ที่เชื่อว่าจะทำผ่านการลงทุนของ CAT และ TOT ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของ AIT (60% ของรายได้รวม)
กำไรเติบโตต่อเนื่องได้ทุกปี แม้ถูกรบกวนจากการเมือง
ในงวด 1H57 AIT เป็นบริษัทรับเหมาโครงข่าย ที่ได้รับผลกระทบจากการเมืองน้อยสุด โดยมีการส่งมอบงานจำนวนมาก และหางานใหม่ๆได้เพิ่มเติมได้ 2.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 23%yoy (ขณะที่คู่แข่งอย่าง SAMTEL และ LOXLEY รับงานเพิ่มในงวด 1H57 ได้น้อยลง 31.4%yoy และ 38.5%yoy ตามลำดับ) หนุนให้ AIT มีกำไรเติบโตถึง 65% yoy
อย่างไรก็ตาม ผลจากการส่งมอบงานจำนวนมาก กระทบ Backlog ณ สิ้น 2Q57 ลดลงจากสิ้นปีก่อน 36.8% เหลือเพียง 2.2 พันล้านบาท โดยแม้ยังมีกำหนดจะรับรู้รายได้ในงวด 2H57 ราว 90% และยังมีการรับงานโครงการใหม่ๆ อีกใน 2H57 เพราะเป็นช่วงฤดูกาลใช้งบประมาณ แต่จากฐานกำไรที่สูงใน 1H57 อาจทำให้เห็นกำไร 2H57 อ่อนตัวบ้าง
แต่ทั้งนี้ภาพกำไรทั้งปีนี้ยังดีมาก คาดจะสร้างสถิติสูงสุดใหม่ที่ 710 ล้านบาท เติบโต 25% และจะเพิ่มขึ้นอีก 10.5% ในปีหน้า จาก Backlog ที่คาดจะกลับมาสู่ระดับปกติที่ราว 3 พันล้านบาทอีกครั้งในช่วงสิ้นปี หลังมีครม.ชุดใหม่จัดสรรงบประมาณแล้ว ทั้งนี้ในประมาณการของฝ่ายวิจัย ยังยึดหลักอนุรักษนิยมไม่รวมงานที่มีโอกาสได้รับงานจากแผนลงทุน Digital Economy (ชัดเจนในอีก 3 เดือน)
หุ้นพื้นฐานแกร่ง ทั้ง Upside และ Div Yield สูงมาก
แม้ยังไม่รวมประโยชน์จากนโยบาย Digital Economy แต่พื้นฐาน AIT แข็งแกร่ง ด้วยแนวโน้มกำไรที่คาดสร้างสถิติสูงสุดต่อเนื่อง ขณะที่ในการประเมินมูลค่าหุ้น ฝ่ายวิจัยอิง PER ที่ 15 เท่า ได้มูลค่าเหมาะสมที่ 51 บาท Upside สูง 43.7% และยังคาดหวัง Div Yield ได้เกินปีละ 5.0%









