วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Earning Previews 3Q57 : KTB BBL KBANK SCB

คาด 4 แบงก์ใหญ่ยังรักษาภาพรวมของผลการดำเนินงานปี 57 ไว้ได้แม้จะไม่เติบโตสูงนัก

-คาด KTB มีกำไร 3Q57 เพิ่มขึ้น 8%yoy และ 28%qoq กำไร 9M57 เติบโต 7%

คาดกำไร 3Q57 ของ KTB ราว 9,640 ล้านบาทเติบโต 8%yoy และ 28%qoq และคาดกำไรงวด 9M57 ราว 25,490 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 7% เนื่องจากการเติบของสินเชื่อในช่วงครึ่งแรกของปี 57 เติบโตดีมากเกือบ 5% จากปลายปี 56 จากการเบิกจ่ายสินเชื่อต่อเนื่องของโครงการภาครัฐที่เซ็นสัญญาเมื่อปลายปี 56 ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ใกล้เคียงไตรมาสที่แล้วที่ 2.85% สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) เพิ่มขึ้นจากพอร์ตสินเชื่อรายย่อยแต่สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมเพิ่มไม่มากจากที่สินเชื่อยังเติบโต ค่าใช้จ่ายตั้งสำรองหนี้สูญใน 3Q57 น่าจะกลับสู่ภาวะปกติคือราวเดือนละ 700 ล้านบาทซึ่งฝ่ายวิจัยคาดไว้ราว 2.3 พันล้านบาทลดลง 57% จากที่ตั้งสำรองฯ 5.4 พันล้านบาทใน 2Q57 ผู้บริหารเปิดเผยว่าการเติบโตของสินเชื่อในช่วงครึ่งหลังจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเช่นเดียวกับอุตสาหกรรม โดยในช่วงไตรมาสสุดท้ายที่เป็นช่วงไฮซีซั่นที่จะมีความต้องการสินเชื่อขนาดใหญ่และสินเชื่อจากผู้ประกอบการ SME ที่เกี่ยวข้องกับโครงการภาครัฐจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 58 ที่เริ่มต้น 1 ต.ค. ฝ่ายวิจัยยังคงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 26.60 บาท

-คาด BBL มีกำไร 3Q57 ลดลง 2%yoy และ 3%qoq กำไร 9M57 หดตัว 5%

คาดกำไรปกติในช่วง 3Q57 ของ BBL ราว 8,753 ล้านบาทซึ่งลดลง 2%yoy และ 3%qoq และคาดกำไร 9M57 ราว 26,747 ล้านบาทลดลง 5% จากการที่สินเชื่อปลาย 3Q57 ยังคงทรงตัวใกล้เคียงกับ 2Q57 โดยยังสามารถรักษาระดับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ได้ใกล้เคียง 2Q57 ที่ 2.44% ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมเริ่มเห็นการเติบโตแล้ว สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) เพิ่มขึ้นจากลูกค้าบางรายแต่ไม่ใช่พอร์ตโดยรวมแย่ลง ในไตรมาสนี้มีตั้งสำรองเพิ่มขึ้นจากปกติเล็กน้อยแต่ผู้บริหารยังยืนยันค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญทั้งปีที่ 8,500 ล้านบาท ผู้บริหารคาดสินเชื่อทั้งปีน่าจะเติบโตได้ใกล้เคียง 3% โดยคาดว่าสินเชื่อจะเติบโตโดดเด่นในช่วงไตรมาสสุดท้ายที่เป็นช่วงไฮซีซั่นและลูกค้าธุรกิจจะมีความต้องการสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่งจากการเป็นธนาคารต่างชาติ 1 ใน 9 รายและเป็นธนาคารไทยรายเดียวที่ได้รับใบอนุญาตทำธุรกิจในประเทศพม่า แม้ว่าขอบเขตการทำธุรกิจจะยังจำกัดแต่ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนซึ่งประเทศพม่าเป็นประเทศหนึ่งที่มีลูกค้าสนใจเข้าลงทุน ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 257 บาท ราคาที่ปรับลงหลังจากติดเพดานการถือครองหุ้นของต่างชาติที่ 35% ถือเป็นโอกาสทยอยซื้อ

-คาด KBANK มีกำไร 3Q57 เพิ่มขึ้น 8%yoy แต่ลดลง 2%qoq คาดกำไร 9M57 เติบโต 11%

คาดกำไร 3Q57 ราว 11,548 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 8%yoy แต่ลดลง 2%qoq สำหรับกำไร 9M57 คาดราว 35,219 ล้านบาทเติบโต 11% จากที่คาดว่าปลาย 3Q57 สินเชื่อน่าจะเติบโตราว 5% จากปลายปี 56 จากการเติบโตของสินเชื่อทุกกลุ่ม ซึ่งผู้บริหารยังยืนยันเป้าการเติบโตของสินเชื่อทั้งปีราว 8% ขณะที่ในไตรมาสนี้ยังรักษาระดับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ได้ใกล้เคียง 2Q57 ที่ระดับ 3.75% เนื่องจากการแข่งขันด้านเงินฝากที่ไม่รุนแรง สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยแต่คาดอัตราส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมยังคงอยู่ในกรอบที่ระดับ 2.2% แนวโน้มกำไร 4Q57 น่าจะดีขึ้นจากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ

-คาด SCB มีกำไร 3Q57 เพิ่มขึ้น 7%yoy แต่ลดลง 7%qoq คาดกำไร 9M57 เติบโต 8%

คาดกำไร 3Q57 ราว 13,636 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 7%yoy แต่ลดลง 7%qoq เนื่องจาก 2Q57 มีรายการพิเศษที่เป็นกำไรจากการขายหุ้น SCSMG จำนวน 2.2 พันล้านบาท โดยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยจากระดับ 3.35% ใน 2Q57 จากการหดตัวของสินเชื่อ SME ที่มีอัตราผลตอบแทนสูง สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ทรงตัว ขณะที่การตั้งสำรองหนี้สูญใกล้เคียงกับไตรมาสที่แล้ว ในช่วง 9M57 คาดกำไร 41,490 ล้านบาทสูงที่สุดในกลุ่มซึ่งเติบโต 8% ทั้งนี้การเติบโตของสินเชื่อที่ยังแผ่วในช่วง 8M57 ทำให้ผู้บริหารปรับลดเป้าการเติบโตของสินเชื่อเหลือ 5% ทั้งนี้การเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นจะช่วยหนุนผลประกอบการในไตรมาสสุดท้ายให้เติบโตรายไตรมาสได้

จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในช่วงครึ่งปีแรกทำให้การเติบโตของสินเชื่อของแบงก์ใหญ่ 4 แบงก์มีข้อจำกัด ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังและการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในช่วงปลายปีน่าจะทำให้สินเชื่อของแต่ละธนาคารยังเติบโตได้ตามกรอบเป้าหมายขั้นต่ำ การแข่งขันด้านเงินฝากที่ไม่รุนแรงนักทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ยังรักษาระดับได้ดี ทำให้แนวโน้มผลการดำเนินงานของทั้งปี 57 ยังเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวจากปีก่อนหน้า ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์โดยรวมยังอยู่ในระดับดีแม้จะมีสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) เพิ่มขึ้นในส่วนของสินเชื่อรายย่อย และสินเชื่อ SME รายเล็ก แต่โดยรวมแล้วถือว่ายังอยู่ในระดับที่แต่ละธนาคารบริหารจัดการได้ ไม่ใช่ปัญหาคุณภาพสินทรัพย์ที่แย่ลงของทั้งพอร์ต ด้านฐานะเงินกองทุนยังแข็งแกร่งโดยแต่ละธนาคารมีการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ตามเกณฑ์BASEL III ซึ่งจะช่วยเสริมเงินกองทุนให้แข็งแกร่งเพียงพอต่อการรองรับการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นในอนาคตจากที่คาดว่าเศรษฐกิจปี 58 จะเติบโตสูงจากฐานที่ต่ำในปี 57 เราให้น้ำหนักเป็น “Neutral” สำหรับหุ้นกลุ่มธนาคาร โดยเน้นการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ ได้แก่ BBL KBANK KTB และ SCB