วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสท.โยนสำนักงานหารือช่อง3

บอร์ด กสท.ปัดหารือ ช่อง3 ส่งหนังสือหารือแนวทางออกอากาศช่องอนาล็อก อ้างมติความเห็น29ก.ย.ชัดเจนเปิดทางออกคู่ขนาน

บอร์ด กสท.ปัดหารือ ช่อง3 ส่งหนังสือหารือแนวทางออกอากาศช่องอนาล็อก อ้างมติความเห็น 29 ก.ย.ชัดเจน เปิดทางช่องดิจิทัล ออกอากาศช่องอนาล็อก โยนสำนักงานฯ เจรจาขั้นตอนปฏิบัติ ด้านบีอีซีฯ ชี้ยังไม่เคลียร์ข้อกฎหมายต่างนิติบุคคล จับตาศาลเรียกไต่สวนคดีเคเบิลฟ้อง มติ กสท. ห้ามออนแอร์ช่อง 3 อนาล็อก

นายสมบัติ ลีลาพตะ รักษาการรองเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สายงานกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กล่าวว่าเมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ส่งหนังสือขอหารือกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เรื่องแนวทางการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ซึ่งวานนี้ (6 ต.ค.) บอร์ดมีมติยืนยันให้ปฏิบัติตาม มติ กสท. เมื่อวันที่ 29 ก.ย.2557 ที่ระบุให้ บริษัทบีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด ผู้ได้รับใบอนุญาตช่องทีวีดิจิทัล นำช่อง 3 อนาล็อกไปออกอากาศ และเห็นว่ามติดังกล่าวชัดเจนเรื่องแนวทางการปฏิบัติ ดังนั้นหากช่อง 3 ต้องการหารือ บอร์ด กสท. มอบหมายให้สำนักงาน กสทช.ดำเนินการแทน

นอกจากนี้บอร์ด กสท. ได้มอบหมายให้ 3 กรรมการ กสท. ประกอบด้วย พล.ท. พีระพงษ์ มานะกิจ, นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ และนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ เป็นตัวแทนชี้แจงข้อมูลในการไต่สวนฉุกเฉินที่ศาลปกครองวันที่ 9 ต.ค. นี้ ในคดีผู้ประกอบการเคเบิลทีวี ห้างหุ้นส่วนจำกัด มหาสารคาม เน็ตเวิร์ค ฟ้อง มติ กสท. วันที่ 8 ก.ย. ที่สั่งห้ามโครงข่ายเคเบิลและดาวเทียมออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก

แหล่งข่าวจากบริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด กล่าวว่าการทำหนังสือขอหารือ เป็นไปตามคำสั่งของศาลปกครอง เมื่อ 26 ก.ย. ที่มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติ กสท.ห้ามโครงข่ายเคเบิลและดาวเทียมแพร่ภาพช่อง 3 อนาล็อก ถึง 11 ต.ค.นี้

ทั้งนี้ระหว่างมีคำสั่งทุเลามติ กสท. ช่อง 3 อนาล็อกและ กสท.ต้องไปตกลงทำความเข้าใจกันเพื่อหาข้อยุติข้อพิพาท เพื่อนำข้อมูลกลับไปรายงานศาล ซึ่งการขอหารือกับ กสท.เป็นความพยายามของช่อง 3 อนาล็อก ที่จะหาทางออกเพื่อยุติข้อพิพาทจากมติ กสท.

อย่างไรก็ตามหลังมีมติ กสท.ที่เห็นว่าการที่ บีอีซี-มัลติมีเดีย ผู้ได้รับใบอนุญาตช่องดิจิทัล ประสงค์จะนำรายการโทรทัศน์ของ บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์มาออกอากาศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านโทรทัศน์ไปสู่ระบบดิจิทัล เมื่อบีอีซี-มัลติมีเดีย ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาตให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติถูกต้องครบถ้วนแล้ว ย่อมถือว่าบีอีซี-มัลติมีเดีย "ได้ประกอบกิจการด้วยตัวเอง"

แหล่งข่าวกล่าวว่าการหารือกับบอร์ด กสท. 30 ก.ย.ผู้บริหารทั้งในนามบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ และบีอีซี-มัลติมีเดีย เห็นว่าแนวปฏิบัติตามมติเมื่อ 29 ก.ย."ไม่สามารถมองข้าม" ประเด็นข้อกฎหมาย มาตรา 9 ของ พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ที่ระบุให้ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องเป็นผู้ประกอบการด้วยตนเอง และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในประเด็นต่างนิติบุคคล

ดังนั้นมติ กสท. ในประเด็นที่เห็นว่า เมื่อบีอีซี-มัลติมีเดีย นำผังรายการช่อง 3 อนาล็อกมาออกอากาศ หากพิจารณาจากอำนาจควบคุม ความรับผิดชอบ และการปฏิบัติตามเงื่อนไขใบอนุญาตให้ถือว่าบีอีซี-มัลติมีเดีย "ได้ประกอบกิจการด้วยตัวเอง" บริษัทเห็นว่ายังไม่ใช่ทางออกของทั้งช่อง 3 อนาล็อกและช่องดิจิทัล จึงจำเป็นต้องขอหารืออีกครั้ง เพื่อนำแนวทางไปรายงานต่อศาลปกครอง ก่อนที่จะครบกำหนดเวลาคำสั่งทุเลา

ด้านนางสาวสุภิญญา กล่าวว่ากรณีบางกอกเอนเตอร์เทนเม้นต์ ทำหนังสือผ่านประธาน กสท.เพื่อขอหารืออีกรอบ เห็นว่า กสท.ได้เสนอทางออกจากปัญหา "จอดำ"โครงข่ายเคเบิลและดาวเทียมให้ช่อง 3 อนาล็อกชัดเจนแล้ว หากไม่เดินตามกติกานี้ และเกิดปัญหาจอดำโครงข่ายเคเบิลและดาวเทียม เพราะเป็นการตัดสินใจของช่อง 3 เอง ทั้ง กสท.และกสทช. จำเป็นต้องบังคับใช้กฎกติกา เพื่อความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการรายอื่น

"ข้อพิพาทครั้งนี้ ไม่ใช่ระหว่างช่อง 3 กับ กสทช. แต่คือเดิมพันกับอุตสาหกรรมทีวีทั้งหมด ที่เดินตามกติกามาด้วยกัน จึงต้องการให้ช่อง 3 รีบตัดสินใจยื่นผังรายการช่องดิจิทัล เพื่อประโยชน์ของช่อง 3 เอง และคนดู"