เป็นบวกจากการปรับราคา NGV
ปรับเพิ่มราคา NGV กำไรสุทธิปรับเพิ่มปีละ 2.2 พันล้านบาท
มติคณะกรรมการนโยบายพลังงาน (กบง.) เห็นชอบปรับราคา NGV เพิ่มกิโลกรัมละ 1 บาท จากเดิม 10.5 บาท เป็น 11.5 บาท แต่ยังคงอุดหนุนราคา NGV ในส่วนของรถสาธารณะได้แก่ แท็กซี่ และรถประจำทางที่ใช้ NGV ไว้เท่าเดิมที่ 8.5 บาท มีผลตั้งแต่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา เราประเมินว่า PTT มีผลขาดทุนจากธุรกิจดังกล่าวลดลง ในปี 2557 ประมาณ 521 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 2.2 พันล้านบาท ในปี 2558 บนสมมติฐานการใช้ NGV เฉลี่ยต่อวันที่ 7.5 พันตัน (ไม่รวมรถสาธารณะ) อัตราการเติบโต 5% ต่อปี ขณะที่ปัจจุบัน PTT ขาดทุนจากธุรกิจดังกล่าวปีละ 2 หมื่นล้านบาท เรารวมกรณีดังกล่าวไว้ในประมาณการและมูลค่าเหมาะสมปัจจุบันแล้ว
ลุ้นการปรับเพิ่มราคา NGV เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
แม้การปรับราคา NGV จะต่ำกว่าที่ตลาดคาดหมายจะเห็นการปรับเพิ่ม 1 บาท ทุกๆ 6 เดือน เริ่มตั้งแต่ 1ต.ค. 57 เพื่อสะท้อนต้นทุนผลิตที่ 15.5 – 16 บาท อย่างไรก็ตาม กบง. อยู่ระหว่างการพิจารณา หากมีการประกาศปรับเพิ่มได้ในอนาคต จะทำให้ PTT มีกำไรสุทธิในปี 2558 เพิ่มขึ้น 4.4 พันล้านบาท และในปี 2559 เป็นต้นไป เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปี 9.6 พันล้านบาท และจะทำให้มูลค่าเหมาะสมของ PTT เพิ่มขึ้น 21 บาท ภายใต้สมมติฐานข้างต้น เราความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับประมาณการจากกรณีนี้เพิ่มในอนาคตมากที่สุด (เรายังไม่รวมไว้ในประมาณการ)
ปรับเพิ่มราคา LPG หน้าโรงแยกก๊าซฯ ยังคงต้อรอ
เราประเมินความเป็นไปได้ไว้น้อยมากสำหรับการปรับราคา LPG เพื่อให้ PTT ได้ประโยชน์ โดยเฉพาะการปรับราคาหน้าโรงแยกก๊าซฯ ซึ่งปัจจุบันถูกควบคุมราคาขายอยู่ที่ 333 เหรียญต่อตัน (ต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 550 เหรียญต่อตัน) ขณะที่การปรับราคาขายปลีก 0.62 บาทต่อกิโลกรัมในรอบล่าสุด เป็นการนำส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเพิ่ม ทำให้ PTT ยังไม่ได้ประโยชน์จากการปรับเพิ่มของ LPG ในครั้งนี้ แม้จะเป็นเรื่องยากต่อการประเมินผลจากการปรับราคา LPG แต่ผลทดสอบ Sensitivity จากกรณีดังกล่าวพบว่า การปรับเพิ่มราคา LPG หน้าโรงแยกก๊าซฯ ทุกๆ 50 เหรียญต่อตัน จะทำให้ PTT มีกำไรสุทธิเพิ่ม 2.5 พันล้านบาทต่อปี โดยกรณีที่ดีที่สุดหาก PTT ได้ปรับราคา LPG หน้าโรงแยกก๊าซฯ เพิ่มเท่ากับต้นทุนผลิต จะทำให้ PTT มีมูลค่าเหมาะสมเพิ่มจากกรณีดังกล่าว 24 บาทต่อหุ้น (ยังไม่รวมไว้ในประมาณการ)
แนะนำ “เก็งกำไร”
ราคาหุ้นปรับเพิ่ม 14% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จากการความคาดหวังต่อการปรับเพิ่มราคา LPG และ NGV จนทำให้ปัจจุบันราคาหุ้นมี Upside Gain ที่จำกัด แม้ในกรณีที่ดีที่สุดมูลค่าเหมาะสมของ PTT จะปรับเพิ่มเป็น 396 บาท (ปรับราคา NGV) มี Upside เพียง 10% ขณะที่ระยะสั้นยังมีแรงกดดันต่อราคาหุ้นจากผลประกอบการ 3Q57 ที่อ่อนแอ (ลดทั้ง QoQ และ YoY) จากยอดขายก๊าซฯ ที่ลดลงตามฤดูกาล และผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจการกลั่นที่ลดลง จากการรับรู้ Stock Loss และค่าการกลั่นที่อ่อนแอ ทำให้เราแนะนำเพียง “เก็งกำไร” เท่านั้น









