กกพ.ร่อนหนังสือถึงสำนักงานศาลยุติธรรมตรวจสอบคุณสมบัติเรคกูเลเตอร์ยกชุด หวั่นขาดคุณสมบัติ-ประโยชน์ทับซ้
รายงานข่าวจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา สำนักงานศาลยุติธรรมได้มีหนังสือด่วนมากที่ ศย016/51905 มายังสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเพื่อแจงผลตรวจสอบข้อมูลบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรคกูเลเตอร์) หลังจากที่ก่อนหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีคำสั่งที่ 95/2557 ลงวันที่ 17 พ.ค.57 ปลดกรรมการกกพ.และแต่งตั้งคณะกรรมการกกพ.ชุดใหม่
โดยยกเว้นกระบวนการสรรหาปกติตามพ.ร.บ.ประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 แต่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาตลอดว่าการแต่งตั้งกรรมการ กกพ.ใหม่ดังกล่าวอาจมีปัญหาในเรื่องคุณสมบัติและผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจขัดพ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 ได้ สำนักงานกกพ.จึงได้ทำหนังสือลงวันที่ 18 สิงหาคม 57 ขอให้สำนักงานศาลยุติธรรมตรวจสอบบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการกกพ.ว่า มีคุณสมบัติต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการพลังงานหรือไม่
ทั้งนี้ สำนักงานศาลยุติธรรมได้ส่งรายงานผลการตรวจสอบโดยระบุว่า พบข้อมูลกรรมการกกพ. 2 รายมีคุณสมบัติเข้าข่ายต้องห้ามคือนายพรเทพ ธัญญพงศ์ชัย และนางปัจฉิมา ธนสันติ โดยในพรเทพนั้นถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คแต่ศาลยกฟ้องและคดีถึงที่สุดแล้ว ส่วนนางปัจฉิมานั้นถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีอาญาความผิดต่อเจ้าพนักงาน ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ขณะนี้เรื่องยังอยู่ในการพิจารณาในชั้นฎีกา
อย่างไรก็ตาม สำนักงานศาลยุติธรรมระบุว่าการตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลข้างต้น เป็นเพียงการตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามพ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงานเท่านั้น ไม่ได้ก้าวล่วงลงไปตรวจสอบเรื่องอื่นแต่อย่างใด ในขณะที่วงการพลังงานยังคงตั้งคำถามเหตุใดรัฐบาลจึงปล่อยให้กรรมการกำกับกิจการพลังงานบางคนที่มีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนเข้ามาเป็นกรรมการได้ แต่กลับเรียกร้องให้หน่วยงานอื่นๆ ขจัดผลประโยชน์แอบแฝง









