สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (25 ก.ย. - 1 ต.ค.2557)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปปรับตัวลง โดย DJIA -2.4%, DAX -2.9%, CAC ฝรั่งเศส -1.1% และ FTSE -2.2% ปรับตัวลงทิศทางเดียวกับตลาดทั่วโลก เนื่องจากความกังวลต่อเหตุการณ์ประท้วงในฮ่องกง อีกทั้งรัฐบาลเยอรมันให้ความเห็นว่ารัสเซียอาจถูกประเทศในกลุ่ม EU ออกมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม นอกจากนี้ตัวเลขเศรษฐกิจอย่าง PMI ภาคการผลิตของเยอรมันเดือน ก.ย.ปรับตัวลงเหลือ 49.9 จุด ทำระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือน, PMI ภาคการผลิตของ EU เดือน ก.ย.ปรับตัวลงเหลือ 50.3 จุดทำระดับต่ำสุดรอบ 14 เดือน
สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (25 ก.ย. - 1 ต.ค. 2557)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 0.9% ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวในวันที่ 1-7 ต.ค. เนื่องในวันชาติจีน ทั้งนี้กลุ่มถ่านหินปรับตัวขึ้นต่อแรงเก็งกำไรต่อมาตรการปฏิรูปอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตามการปรับตัวขึ้นยังจำกัด หลังดัชนี HSBC PMI ภาคการผลิตจะอยู่ที่ 50.2 ต่ำกว่าที่ตลาดคาด 50.5 อีกทั้งบรรยากาศการลงทุนเชิงลบต่อเหตุการณ์การชุมนุมในฮ่องกง
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (25 ก.ย. - 1 ต.ค. 2557)
SET INDEX บรรยากาศการลงทุนรอบเอเชียที่เป็นลบ, ตัวเลขการส่งออกเดือนส.ค.ของไทยหดตัวแรงกว่าคาด และการปรับน้ำหนักหุ้น BBL ของดัชนี MSCI กดดันภาวะการลงทุน อย่างไรก็ตามหุ้นหลักอย่าง PTT ประคองตลาดต่อการปรับราคาก๊าซ NGV ของ กบง. โดย SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,587.35 จุด ลดลง 4.54 จุด หรือ -0.29% ณ วันที่ 1 ต.ค.
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (3 - 9 ต.ค. 2557)
MBKET คงน้ำหนักการลงทุนสัปดาห์หน้าเป็น “กลาง” ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 หลัง SET INDEX ปรับฐานในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา แนวรับ 1,565 จุดทำงานได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ปัจจัยบวกที่สนับสนุนการไต่ระดับของ SET INDEX ในรอบสั้น ยังคงมีทั้งในและต่างประเทศ MBKET ให้น้ำหนักต่อ SET INDEX ที่จะไต่ระดับขึ้นทดสอบ 1,600 จุดได้ในระลอกนี้
MBKET ประเมินกรอบแกว่งของ SET INDEX กว้างขึ้นเป็น 1,560 - 1,590/1,600 จุด แนวโน้มจะเป็นลักษณะ Sideways-to-Sideways-Up ผลักดันโดยหุ้นหลัก PTT และ กลุ่มธนาคารที่จะเริ่มเข้าสู่ช่วงเทศกาลเก็งกำไรงบการเงิน 3Q57 ในกลางเดือนต.ค.นี้
ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ได้แก่
1. ผลการประชุม ECB ในคืนวันที่ 2 ต.ค. ตลาดคาด ECB จะออกมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องทางการเงินเพิ่มเติม เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว ภายใต้อัตราเงินเฟ้อต่ำ
2. ติดตามการประชุมธนาคารกลางที่สำคัญ
a. BoJ: วันที่ 7 ต.ค. อาจเห็นการออกมาตรการผ่อนคลายเพิ่มเติม หลังตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่นส่งสัญญาณชะลอตัวมากขึ้น จากผลกระทบของการขึ้นภาษี VAT ในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา
b. BoE: วันที่ 9 ต.ค. น่าจับตามอง หลัง ประธาน BoE ส่งสัญญาณพร้อมขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบัน 0.50% หลังเศรษฐกิจส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และแข็งแกร่ง
3. ติดตามพัฒนาการทางการเมืองในเกาะฮ่องกง ทั้งนี้ ตลาดหุ้นฮ่องกงจะกลับมาเปิดการซื้อขายวันที่ 3 ต.ค. ส่วนตลาดหุ้นจีน วันที่ 8 ต.ค.
4. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ภาวะการจ้างงานในสหรัฐ, ดัชนี PMI ภาคบริการของจีน - อียู เป็นต้น
5. และติดตามการประมาณการงบการเงิน 3Q57 ของกลุ่มธนาคาร
-----------------------------------------------------------------
ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ









