ธนาคารไทยแห่งแรกได้ใบอนุญาตเปิดสาขาในสหภาพพม่า
ประเด็นการลงทุน
BBLเป็นธนาคารไทยเพียงแห่งเดียวที่มีการดำเนินงานนอกประเทศอย่างมีนัยสำคัญ (เปิดให้บริการเต็มรูปแบบแล้ว 26 สาขา) หรือปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจที่อยู่ต่างประเทศ (คิดเป็น 17% ของสินเชื่อทั้งหมด) ส่งผลให้ธนาคารเป็นตัวเลือกที่สำคัญของบริษัทไทยที่มีการดำเนินงานอยู่ต่างประเทศหรือต้องการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ พร้อมกันนี้ยังมีอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้สูงสุดที่ 216% และอัตราส่วนความพอเพียงของทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงสูงที่สุดในกลุ่มที่ 17.2% (เงินกองทุนขั้นที่ 1 คิดเป็น 14.8%) ดังนั้นจึงยังไม่น่าเป็นกังวลว่าจะมีการเพิ่มทุน ปัจจุบัน BBL ซื้อขายด้วย PBV ณ สิ้นปี 2558 ที่ 1.1เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 1.6เท่า เรายังคงแนะนำ ซื้อ
BBL ได้รับในอนุญาตเปิดสาขาเต็มรูปแบบในสหภาพพม่า
หลังจากที่ธนาคารแห่งชาติพม่าเปิดให้ธนาคารต่างชาติยื่นของในอนุญาตในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา BBL เป็นธนาคารไทยเพียงแห่งเดียวได้รับในอนุญาตเปิดสาขาเต็มรูปแบบในสหภาพพม่าจากจำนวนผู้สมัคร 25 ราย ทำให้ธนาคารสามารถที่จะยกสถานะภาพสาขาตัวแทนที่ได้เปิดดำเนินงานในเมืองย่างกุ้งตั้งแต่ปี 2538 เป็นสาขาธนาคารเต็มรูปแบบได้
ส่วนธนาคารอื่นๆอีก 8 แห่งที่ได้รับใบอนุญาตนี้ ได้แก่ ธนาคารโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (BTMU), ธนาคารซูมิโตโม มิตชุย (SMBC), ธนาคารมิซูโฮ, ธนาคารไอซีบีซี ของจีน, ธนาคารโอซีบีซี (สิงคโปร์), ธนารยูโอบี (สิงคโปร์), ธนาคารเมย์แบงค์ จากประเทศมาเลเซีย และ ANZ กลุ่มธนาคารออสเตรเลีย ซึ่งในใบอนุญาตระบุธนาคารต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้มาเปิดสาขาในประเทศพม่าเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2506
ประโยชน์จากการได้รับใบอนุญาตในสหภาพพม่า
เนื่องจาก BBL เป็นธนาคารเดียวในประเทศไทยที่จะได้ผลประโยชน์จากการเปิดสาขาเต็มรูปแบบในประเทศพม่า และในช่วงแรกจะสามารถรับสิทธิให้เปิดสาขาเต็มรูปแบบ 1 แห่ง ซึ่งจะสามารถทำธุรกรรม ปล่อยสินเชื่อบรรษัทขนาดใหญ่และ ลูกค้ารายให้ได้ (เว้นแต่จะไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินกับลูกค้ารายย่อยได้) นอกจากนี้ธนาคารสามารถเสนอธุรกรรมทางการเงินเทรดไฟแนนซ์ ปริวรรตเงินตราและบริการอื่นๆเช่นการโอนเงินกลับประเทศเพื่อสร้างความั่นใจให้แก่ลูกค้าธนาคารในสหภาพพม่า เราคาดว่า BBL จะสามารถดำเนินงานในประเทศพม่าได้อย่างโดดเด่นสมกับที่เป็นธนาคารเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับใบอนุญาต และการมีประสบการณ์ในประเทศพม่ากว่า 17ปีทำให้ธนาคารสามารถรู้ความเครื่อนไหวในประเทศและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับบริษัทท้องถิ่นในสหภาพพม่า
เพิ่มศักยภาพในการเติบโตธุรกิจ
ประมาณการของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเซีย (ADB) คาดว่าผลผลิตมวลรวมในสหภาพพม่าจะสูงเติบโต 7.8% ในปีนี้ และ 7.8% ในปีหน้า ส่งผลให้ประเทศพม่ามีการเติบโตของเศรษฐกิจรวดเร็วที่สุดในโลก (แม้ว่าจะวัดจากฐานต่ำ) และเศรษฐกิจสหภาพพม่าจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างเนื่องจากจากมาตรการคว่ำบาตรตะวันตกที่ผ่อนคลายลงและการเข้ามาพัฒนาด้านการเงินของธนาคารโลกและ ADB
เราคาดการลงทุนสาธารณูปโภคพื้นฐานในช่วง 4-5 ปีข้างหน้าเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของประเทศ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการผลิตและภาคพลังงาน) และอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงาน (รวมถึงการท่องเที่ยว) เรามองว่าช่วงแรกของการทำสัญญางานรับเหมาก่อสร้างจะมีบริษัทพม่าเข้าร่วมเพียงเล็กน้อยเนื่องจากประเทศพม่าขาดแคลนบุคคลากรที่มีทักษะและขาดวิศวกรที่มีความสามารถส่งผลให้ผู้รับเหมาในประเทศไทยได้เปรียบในฐานะเป็นประเทศข้างเคียงแหล่งหลักที่มีแรงงานที่มีฝีมือและความรู้ในการบริหารจัดการเข้าร่วมประมูลโครงการการสาธารณูปโภคต่างๆ และผู้รับเหมาก็ต้องการเงินทุนเพื่อขยายฐานและรับงานที่มีต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้า ทำให้ BBL ได้ประโยนช์จากการให้บริการการเงินแก่ผู้รับเหมาในไทยที่รับงานต่างประเทศในช่วงเวลาดังกล่าว








