ก.ล.ต.สั่งแก้ไขงบการเงิน
อาจกระทบการจ่ายเงินปันผล
ประเด็น
ก.ล.ต. แจ้งให้ JAS แก้ไขงบการเงินงวดปี 2556 และงวด 2Q57 โดยให้บันทึกภาระหนี้จากคำพิพากษาศาลฎีกายกเลิกคำสั่งฟื้นฟูกิจการของบริษัท ตามประมาณการที่ดีที่สุดของรายจ่ายที่คาดว่าจะต้องชำระภาระผูกพัน และให้ส่งงบการเงินฉบับแก้ไขที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชี พร้อมเปิดเผยต่อสาธารณชนภายในวันที่ 27 ต.ค. 57
ผลกระทบ / ความเห็น
ประเด็นลบใหม่ที่กดดันราคาหุ้น ข่าวนี้จะทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลผลกระทบกรณีบริษัทต้องตั้งสำรองหนี้ในงบการเงิน เรามองว่ามีความเป็นไปได้ที่บริษัทจะบันทึกภาระหนี้สินเพิ่มเติม (ไม่รวมดอกเบี้ย) จำนวนไม่เกิน 1,343 ล้านบาท (คิดเป็นผลกระทบ 0.19 บาท/หุ้น) ตามที่ประเมินไว้และไม่มีการประเมินใหม่หลังมีเจ้าหนี้ 4 รายเรียกร้องให้ชำระหนี้เกินกว่าที่ประเมิน
เสี่ยงต่อกำไรสะสมติดลบ และกระทบการจ่ายเงินปันผลปีนี้ เราประเมินกรณี JAS ตั้งสำรองหนี้ 1,343 ล้านบาท ในงบการเงิน จะกระทบกำไรสุทธิปี 2556 (งบรวม) ลดลง 45% จาก 3,003 ล้านบาท เหลือ 1,660 ล้านบาท ในด้านงบดุลจะทำให้กำไรสะสมปี 2556 (งบเดี่ยว) ลดลง 58% จาก 2,319 ล้านบาท เหลือ 976 ล้านบาท และกำไรสะสมงวด มิ.ย.57 จะติดลบราว 300 ล้านบาท ซึ่งกระทบความสามารถในการจ่ายเงินปันผล อย่างไรก็ตามใน 2H57 เราคาดว่าผลประกอบการของ JAS จะมีกำไรราว 1,700 - 1,800 ล้านบาท (ดีกว่าประมาณการปัจจุบัน 5-8%) ช่วยให้กำไรสะสมงบเดี่ยวจะกลับมาเป็นบวกราว 1,400 - 1,500 ล้านบาท ทั้งนี้ฐานกำไรสะสมที่ค่อนข้างต่ำ ทำให้เราคาดว่าบริษัทจ่ายเงินปันผลได้ไม่เกินหุ้นละ 0.10 บาท (ประมาณการปีนี้คาดเงินปันผลหุ้นละ 0.28 บาท) หรือกรณีแย่สุด JAS อาจตัดสินใจงดจ่ายเงินปันผลปีนี้
คำแนะนำ / เหตุผล
ความกังวลต่อการจ่ายเงินปันผลปีนี้กดดันราคา แต่ปัจจัยพื้นฐานยังไม่เปลี่ยน เรามองว่าระยะสั้นราคาหุ้น JAS จะถูกกดดันจากประเด็นนี้ ขณะที่ผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นรายการทางบัญชีและไม่กระทบเงินสด ส่วนประเด็น IFF เรามองว่าการที่ ก.ล.ต. สั่งให้บริษัทแก้ไขงบการเงินจะไม่เป็นเหตุให้จัดตั้ง IFF เร็วขึ้น เนื่องจากเราเชื่อว่ายังมีอุปสรรคจากคดี TT&T ฟ้อง ACU (ถือหุ้น 99.2% ใน TTT BB) ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล อีกทั้งสัปดาห์หน้า (3 ต.ค.) ศาลนัดไตร่สวนพยานกรณี TT&T ยื่นขอคุ้มครองประโยชน์ระหว่างพิจารณาคดีที่ฟ้อง TTT BB เมื่อ 29 พ.ย.2556 โดยประมาณการของเรายังไม่รวม IFF









