คาดหวัง Inorganic growth เร็วไป
ไม่ให้น้ำหนัก M&A ช่วง 1 ปีนี้
นับจากต้นปี ราคาหุ้น SAMART ปรับขึ้น +120% ดีกว่า SET (+22%) และกลุ่มสื่อสาร (+15%) เราเชื่อว่าปัจจัยหนุนมาจากการเติบโตของกำไรสุทธิที่สูงกว่าบริษัทอื่นในกลุ่มสื่อสาร ตามประมาณการของเราคาดว่าปีนี้ SAMART จะมีกำไรสุทธิเติบโตจากผลการดำเนินงาน SIM และธุรกิจที่ SAMART ลงทุนโดยตรง (โครงการวิทยุการบินมูลค่างาน 1,600 ล้านบาท และการจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล) อย่างไรก็ตามเรามองว่าอีกสาเหตุหนึ่งที่หนุนราคาหุ้น SAMART เกิดจากนักลงทุนคาดหวังการเติบโตอย่างก้าวกระโดด (Inorganic growth) จากแผนขยายธุรกิจด้านสาธารณูปโภคผ่านการซื้อกิจการ (M&A) ทั้งนี้จากการติดตามปัจจัยพื้นฐาน SAMART ต่อเนื่อง เรายังไม่ให้น้ำหนักประเด็นนี้จะเกิดขึ้นช่วง 1 ปีนี้
ปรับประมาณการปี 2557-2558 มูลค่าเหมาะสมใหม่ 31.50 บาท
เราปรับประมาณการปี 2557-2558 ของ SAMART สะท้อน 1) ประมาณการกำไรสุทธิใหม่ของ SAMTEL และ SIM (ปรับกำไรสุทธิปี 2557-2558 ของ SAMTEL ลงจากเดิม 20% และ 2% ตามลำดับ ส่วน SIM ปรับกำไรสุทธิเพิ่มจากเดิม 3-4% ตามบทวิเคราะห์ SIM เมื่อ 19 ก.ย.) และ 2) สมมติฐานยอดขายกล่องทีวีดิจิตอลปี 2558 ที่ 1.5 ล้านกล่อง จากเดิม 1.2 ล้านกล่อง (เพิ่มจากเดิม 25%) ตามประมาณการใหม่เราคาดว่าปีนี้ SAMART จะมีกำไรสุทธิ 1,694 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% YoY ส่วนปี 2558 คาดกำไรสุทธิ 2,213 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% YoY หรือมีกำไรสุทธิปี 2557-2558 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 23% (CAGR 2557-2558) เราประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 2558 ของ SAMART ใหม่ 31.50 บาท (เพิ่มขึ้น 9% จากเดิม 29.00 บาท) สะท้อน PEG 2 ปีข้างหน้าที่ 0.6 เท่า
คาดกำไรสุทธิ 3Q57 เป็นไตรมาสต่ำสุดของปี
เราคาดว่าผลประกอบการ 3Q57 ของ SAMART จะมีกำไรสุทธิ 398 ล้านบาท ทรงตัว YoY และลดลง 3% QoQ โดยกำไรสุทธิลดลงจาก 2Q57 เป็นไปตามผลการดำเนินงานของ SIM ซึ่งเป็น Low season ของธุรกิจ ส่วน SAMTEL รับรู้รายได้โครงการเดิมและยังไม่มีโครงการใหญ่เพิ่มเติม ทั้งนี้การต่อสัญญาโครงการ CUTE มูลค่า 2,500 ล้านบาท จะเริ่มรับรู้รายได้ใน 4Q57 เราคาดว่าผลการดำเนินงาน 3Q57 ของ SAMTEL และ SAMART จะมีกำไรต่ำสุดของปี โดย SIM จะมีสัดส่วนกำไรราว 42% ของกำไรสุทธิ SAMART เพิ่มจาก 35% ใน 2Q57 เนื่องจากการถือหุ้นเพิ่มเป็น 70% ขณะที่ SAMTEL จะมีสัดส่วนกำไร 25% (ลดลงจาก 32% ใน 2Q57) และกลุ่มธุรกิจ Non listed คาดว่าจะมีสัดส่วนกำไร 33%
ปรับคำแนะนำเป็น “เก็งกำไร”
ปัจจัยพื้นฐาน SAMART มีจุดเด่นที่การเติบโตของกำไรสุทธิปี 2557-2558 สูงกว่าบริษัทกลุ่มสื่อสารที่ศึกษารวม 11 บริษัท (ปี 2557-2558 คาดกำไรสุทธิรวมเติบโต 7% และ 15% ตามลำดับ) อย่างไรก็ตามเรามองว่าราคาหุ้น SAMART ปัจจุบันซื้อขายบนคาดหวังประเด็นบวกที่มากกว่าการเติบโตตามปัจจัยพื้นฐานปกติ และมี PE ปี 2558 สูงขึ้นเป็น 14.6 เท่า ใกล้เคียง PE เฉลี่ย 14.9 เท่า ของบริษัทสื่อสารที่ศึกษาฯ รวมทั้งให้ผลตอบแทนรวมติดลบ 1% (Total return) ระยะสั้นแนวโน้ม 3Q57 ไม่ใช่ไตรมาสที่ดีของกลุ่ม SAMART ส่วน 4Q57 คาดว่ากำไรของกลุ่ม SAMART จะกลับมาเติบโต YoY และ QoQ ปรับคำแนะนำเป็น “เก็งกำไร”








