วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อังกฤษเกรดเอยกเลิกเที่ยวไทย

ตำรวจรอผลดีเอ็นเอ3ผู้ต้องสงสัยฆ่า2ชาวอังกฤษ -ปูดมีนักท่องเที่ยวยุโรประดับเกรดเอยกเลิกเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว

ความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีสังหาร นางสาวฮันนาห์ วิกตอเรีย วิทเธอร์ริดจ์ อายุ 24 ปี และนายเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ อายุ 24 ปี สองหนุ่มสาววัยรุ่นชาวอังกฤษ ซึ่งเดินทางมาท่องเที่ยวที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี

วานนี้ (22 ก.ย.) มีรายงานว่า ตำรวจชุดสืบสวนคลี่คลายคดีดังกล่าวได้นำตัวผู้ต้องสงสัย 3 คน เป็นคนไทย 2 คน แรงงานต่างด้าว 1 คน ซึ่งมีลักษณะรูปพรรณสัณฐานใกล้เคียงกับผู้ต้องสงสัยในภาพโทรทัศน์วงจรปิดมาทำการสอบสวน รวมทั้งเก็บดีเอ็นเอส่งตรวจเปรียบเทียบซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังรอผลการตรวจพิสูจน์อยู่

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า หนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวไปนั้นเป็นชายหนุ่มอายุ 23 ปี ซึ่งเป็นพนักงานประจำเรือสปีดโบ๊ทของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่เทียบท่าประจำเกาะนางยวน ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี

โดยการควบคุมตัวครั้งนี้มาจากการแจ้งเบาะแสของชาวบ้านว่ามีชายอาการเมา หลบอยู่ในถ้ำแหลมกากี หมู่ 5 ต.อ่างทอง อ.เกาะสมุย เป็นเวลาหลายวันอย่างผิดสังเกต ตำรวจ สภ.เกาะสมุยจึงไปติดตามตัวมาสอบสวน

ชายต้องสงสัยให้การวกวน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องสงสัยรายนี้ พบว่า มีอาการมึนเมายาไอซ์ ตำรวจได้พยายามสอบถามถึงเหตุผลที่เข้าไปอาศัยอยู่ภายในถ้ำ แต่เขาก็ให้การวกวนพูดซ้ำไปซ้ำมาว่า "ไม่ได้ตีฝรั่งตาย" และมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ดี ตำรวจแจ้งขอกล่าวหาเสพยาเสพติด ก่อนจะเก็บตัวอย่างเส้นผมและเล็บบางส่วน ส่งตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอในคดีนี้

วันเดียวกัน พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมคณะเดินทางไปยังเกาะสมุยเพื่อติดตามความคืบหน้าการสอบปากคำผู้ต้องสงสัยรายนี้

เบาะแสอีกรายขับสปีดโบ๊ทออกจากพะงัน

นอกจากนี้ ตำรวจยังได้รับแจ้งเบาะแสจากกลุ่มชาวประมงที่นำเรือออกหาปลาอยู่บริเวณเขตพื้นที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ว่า หลังวันเกิดเหตุ มีชายไทยไม่ทราบชื่อขับเรือสปีดโบ๊ท สีขาวคาดส้มแดงลำหนึ่ง ซึ่งเรือดังกล่าวมีเส้นทางมาจากเกาะพะงัน มุ่งหน้าลงใต้ โดยระหว่างนั้นได้แวะสอบถามเส้นทางขึ้นฝั่งที่หาดในเพลา อ.ขนอม

แต่เมื่อพบเรือตำรวจน้ำที่จอดลอยลำอยู่หน้าหาด คนขับเรือรายดังกล่าวได้หันหัวเรือกลับขับมุ่งหน้าไปทางแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งตำรวจได้รวบรวมข้อมูลไว้ก่อนประสานไปยังพื้นที่ที่เกี่ยวข้องออกตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง

ตร.วอนสื่ออย่าเสนอข้อมูลเชิงลึก

ด้าน พล.ต.ต.เกียรติพงศ์ ขาวสำอางค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฏร์ธานี (ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี) ได้ร้องขอสื่อมวลชนในการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและรายละเอียดต่างๆ ของการทำงานของชุดสืบสวน เนื่องจากจะทำให้เสียรูปคดี โดยเฉพาะกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่พบว่ามีคนไทยรวมอยู่ด้วยนั้นจะทำให้เกิดการไหวตัวและทำลายพยานหลักฐาน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ คนในเกาะเต่าบางส่วนที่เชื่อว่ารู้เห็นและพยายามให้ข้อมูลเบี่ยงเบนประเด็นจนทำให้พยานหลักฐานไม่สามารถเชื่อมโยงถึงกลุ่มผู้ต้องสงสัยได้

อย่างไรก็ตาม การเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อกระพุ้งแก้มจากกลุ่มคนในบริเวณที่เกิดเหตุจำนวน 30 ตัวอย่างนั้น ผลอย่างไม่เป็นทางการถูกส่งมาศูนย์ปฏิบัติเฉพาะกิจส่วนหน้าเพื่อให้เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 เป็นผู้วิเคราะห์และเปรียบเทียบเพื่อคลี่คลายคดีนี้แล้ว แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างวิเคราะห์ข้อมูล

พฤติกรรมมีเพศสัมพันธ์ตามหาดเป็นเหตุ

ส่วนพฤติกรรมในการก่อเหตุ ตำรวจสันนิษฐานไว้ว่า คนร้ายอาจจะตามเหยื่อมาจากงานปาร์ตี้ หรืออาจจะมาเห็นโดยบังเอิญ อีกทั้งช่วงก่อนเกิดเหตุผู้ตายฝ่ายชายมีปัญหากับชายต้องสงสัยคนหนึ่งในเกาะเต่า

สำหรับสาเหตุหรือประเด็นการสอบสวนมุ่งไปที่เรื่องชู้สาว ส่วนลักษณะในการก่อเหตุของคนร้ายเป็นไปได้ 2 ลักษณะ คือ คนที่ชอบพอกับผู้ตายฝ่ายหญิงระหว่างที่อยู่บนเกาะเต่า และมีความสัมพันธ์กันก่อนที่ผู้ตายฝ่ายหญิงจะรู้จักกับผู้ตายฝ่ายชาย ช่วงที่พักอยู่ห้องติดกันและช่วงมีงานปาร์ตี้ จึงเป็นไปได้ว่าคนร้ายอาจมีอารมณ์หึงหวงอย่างรุนแรง จึงก่อเหตุช่วงที่ผู้ตายฝ่ายชายกับผู้ตายฝ่ายหญิงพลอดรักกัน โดยเลือกลงมือฆ่าฝ่ายชายก่อน จากนั้นจึงหันมาลงมือข่มขืนฝ่ายหญิง แต่ฝ่ายหญิงไม่ยินยอมจึงถูกฆ่าอย่างเหี้ยมโหด

ทั้งนี้บนเกาะเต่าเคยมีเหตุการณ์ข่มขืนนักท่องเที่ยวสาว การทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวจนได้รับบาดเจ็บกันมาแล้วหลายราย แต่ยังไม่ถึงขั้นเสียชีวิต แต่นักท่องเที่ยวบางส่วนไม่แจ้งความเพราะอับอายและรีบกลับประเทศ คนในพื้นที่เกาะเต่าทราบปัญหาแต่ไม่กล้าเปิดเผยเพราะกลัวเสียภาพพจน์การท่องเที่ยวเรื่องจึงเงียบไป

คดีฆ่ากระทบนักท่องเที่ยวเกรดเอ

ขณะที่ นายสมเชาว์ โกศล นายกสมาคมมัคคุเทศก์ จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกาะเต่าว่า การท่องเที่ยวในเชิงภาพรวมของประเทศได้รับผลกระทบในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวโซนยุโรป ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวเกรดเอ หรือเป็นนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ จะให้ความสนใจเรื่องความปลอดภัยสูง ทั้งนี้นักท่องเที่ยวจากอังกฤษรวมอยู่ในกลุ่มดังกล่าว ซึ่งทราบว่าได้ยกเลิกการเดินทางเข้าประเทศไทยไปแล้ว

หากเป็นนักท่องเที่ยวระดับกลาง หรือกลุ่มนักศึกษา ประเภทสะพายกระเป๋าเดินทางไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีระยะเวลาพักช่วงสั้นๆ ประมาณ 3-5 วัน จะยังไม่กระทบ ยังคงเดินทางเข้ามาเป็นปกติ