ไทยเบฟตั้ง"วอร์ทีม"บุกนอก คงเป้ายักษ์เครื่องดื่มเอเชีย แม้ยอดขาย2ปีโตต่ำเป้า เชื่อศก.ฟื้นดันยอดขายก้าวกระโดด
"ฐาปน" เผย ไทยเบฟ ตั้งวอร์ทีม รุกตลาดต่างประเทศ สานแผน 1 ใน 5 ยักษ์เครื่องดื่มเอเชียปี 63 จากปัจจุบันรั้งอันดับ 7 แม้ยอดขายสองปีชะลอ แต่ยังคงเป้าเติบโตปีละ 15-17% หวังสินค้าเอฟแอนด์เอ็น -เศรษฐกิจฟื้น พลิกสถานการณ์ยอดขาย
นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้ไทยเบฟได้ตั้งวอร์ทีม (war team) ขึ้นมาเพื่อดูแลธุรกิจเครื่องดื่มทั้งในและต่างประเทศ โดยองค์ประกอบของวอร์ทีม ประกอบด้วย W-willing คือพนักงานที่มีความตั้งใจ มุ่งมั่นในการทำงาน ยึดความสำเร็จมาสู่องค์กรเป็นตัวตั้ง, A-able ability พนักงานมีความรู้ความสามารถ เรียนรู้งานได้ และ R-readiness ความพร้อมในการทำงานในตลาดต่างประเทศ
"เวลาที่พูดคุยกับผู้พนักงาน ทุกคนจะบอกว่าอยากไปทำงานแต่ยังไม่พร้อม เราก็ต้องนำมาปัญหานี้มาบริหารจัดการให้ได้"
ปัจจุบันไทยเบฟขยายธุรกิจจำหน่ายสินค้าและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปยัง 80 ประเทศทั่วโลก โดย 2-3 ปีที่ผ่านมา ให้ความสำคัญกับการรุกตลาดเครื่องดื่มระดับภูมิภาคมากขึ้น วางเป้าหมายเป็น 1 ใน 5 ยักษ์ใหญ่เครื่องดื่มเอเชียในปี 2563 โดยตั้งเป้ารายได้เพิ่มเป็น 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7.5 แสนล้านบาท จากปัจจุบันอยู่อันดับ 7 มีรายได้ 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.6 แสนล้านบาท
โดยในปี 2554 ผู้นำตลาดเครื่องดื่มเอเชีย ได้แก่ คิริน มีรายได้ 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 8.1 แสนล้านบาท ตามด้วยอาซาฮี มีรายได้ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 5.7 แสนล้านบาท อันดับ 3 ไชน่า รีซอสเซส มีรายได้ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4.5 แสนล้านบาท อันดับ 4 เมจิ มีรายได้ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4.2 แสนล้านบาท อันดับ 5 ซานมิเกล คอร์เปอเรชั่น มีรายได้ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3.6 แสนล้านบาท
นายฐาปน ยังบอกด้วยว่า ขณะนี้ไทยเบฟอยู่ระหว่างการเรียนรู้กระบวนการทำงานในบริษัท เฟรเซอร์แอนด์ นีฟ หรือเอฟแอนด์เอ็น หลังเข้าซื้อกิจการเป็นเงินเกือบ 3 แสนล้านบาท กลายเป็นพันมิตรทางธุรกิจ และยังอยู่ระหว่างจัดวางพอร์ตสินค้าเครื่องดื่มให้เหมาะสมต่อการนำไปทำตลาดในต่างประเทศ
โดยยอมรับว่ามีสินค้าหลายรายการที่ยังทับซ้อนกับสินค้าที่จำหน่ายในไทย อย่างไรก็ตาม คาดว่าปีหน้าบริษัทจะนำเครื่องดื่มตัวแรกเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยเอฟแอนด์เอ็นจะเป็น "สปริงบอร์ด" ในการรุกตลาดอาเซียนของไทย ก่อนปูทางสู่ตลาดโลก
"วันนี้ไทยเบฟเป็นกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มที่พร้อมเข้าไปสร้างบทบาทในตลาดอาเซียน ซึ่งเราเป็นธุรกิจที่ทรงพลังรายหนึ่ง ที่พยายามจะสร้างความโดดเด่นในอาเซียน และต้องการเป็นผู้นำในฐานะผู้ประกอบการเครื่องดื่มในอาเซียน และจะใช้อาเซียนพาเราไปยังตลาดอีกครึ่งโลก จากข้อตกลงทางการค้าต่างๆ"
นายฐาปน คาดว่า เศรษฐกิจและกำลังซื้อไตรมาส 4 จะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากภาครัฐมีการใช้จ่ายเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ และนักลงทุนชาวต่างชาติต่อรัฐบาลปรับตัวดีขึ้น สถานการณ์ดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลให้ธุรกิจเติบโตขึ้นมากกว่าไตรมาส 2 ที่ผ่านมา
ยอดขายโตต่ำไม่กระทบแผนปี63
ด้านนายวิเชฐ ตันติวานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้ยอดขายของไทยเบฟในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จะเติบโตน้อยลง ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ แต่บริษัทยังไม่ปรับเป้าหมายในการก้าวสู่ 1 ใน 5 ผู้นำเครื่องดื่มในเอเชียในปี 2563
โดยมองว่าปัจจัยบวกที่จะส่งผลให้บริษัทเติบโตได้คือการนำสินค้าจากเอฟแอนด์เอ็นบุกตลาด โดยเฉพาะอาเซียน ซึ่งมีขนาดใหญ่มาก หากสถานการณ์เศรษฐกิจฟื้นตัว บริษัทอาจทำยอดขายให้เติบโตเป็นเท่าตัวได้ และเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
"เรายังคงเป้าหมายปี 2563 เพราะหากบริษัทจัดพอร์ตสินค้าในเอฟแอนด์เอ็น และจัดคนให้เหมาะสมในการไปทำตลาดในแต่ละประเทศเรียบร้อยปีหน้า ธุรกิจก็อาจจะเติบโตตามเป้า"
สำหรับรายได้รวมไทยเบฟปี 2556 อยู่ที่ 1.55 แสนล้านบาท ลดลง 3.3% จากปี 2555 ที่มีรายได้ 1.66 แสนล้านบาท ขณะที่ภาพรวมครึ่งปีแรกปีนี้ มีรายได้รวม 8.1 หมื่นล้านบาท เติบโต 6.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 7.59 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะต้องเติบโต 15-17% ต่อปี ต่อเนื่องถึงปี 2563






