บอร์ดกสท.เรียกผู้บริหารช่อง3 หารือแนวทางออกอากาศคู่ขนาน"อนาล็อก-ดิจิทัล" ย้ำหาทางออกใช้หลักกฎหมาย
ให้ประชาชนได้ประโยชน์ สำนักงานฯ แจงปมปัญหาออนแอร์คู่ขนาน พบภาระต้นทุนจ่ายค่าสัมปทาน-ใบอนุญาตช่องทีวีดิจิทัลซ้ำซ้อน พร้อมเคาะแจกคูปอง 690 บาท ล็อตแรก 10 ต.ค.นี้ ในพื้นที่ 21 จังหวัด ขณะที่เดือนพ.ย. พร้อมแจกอีก 21 จังหวัด อนุมัติ 16 บริษัท ผู้ผลิตกล่อง-จอทีวี ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมดำเนินโครงการคูปอง
นายสมบัติ ลีลาพตะ รักษาการรองเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สายงานกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) วานนี้ (15 ก.ย.) เห็นชอบให้มีการหารือแนวทางการออกอากาศคู่ขนาน (Simulcast) ช่อง3 อนาล็อกและช่องดิจิทัล โดยให้สำนักงาน กสทช. แจ้งไปยัง บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 แต่งตั้งผู้มีอำนาจหรือผู้แทนที่มีอำนาจในการตัดสินใจ มาหารือกับ บอร์ด กสท.
ทั้งนี้ เพื่อหารือแนวทางการออกอากาศคู่ขนาน ภายใต้หลักเกณฑ์การพิจารณาตามกฎหมายที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย สำนักงานกสทช.ได้แจ้งเรื่องไปยังช่อง 3 ไปแล้ว คาดว่าวันนี้ (16 ก.ย.) จะประชุมร่วมกันเป็นครั้งแรก สำหรับการประชุมแนวทางการออกอากาศคู่ขนาน คาดว่าจะได้ข้อสรุปใกล้เคียง หรือก่อนเวลาการบังคับใช้คำสั่งทางปกครอง ตาม มติ กสท.ห้ามโครงข่ายเคเบิลและดาวเทียมออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก
สำหรับการประชุมหารือระหว่างบอร์ด กสท. และช่อง 3 ด้านแนวทางการออกอากาศคู่ขนาน ยังไม่ต้องข้อสรุปให้บอร์ดใหญ่ กสทช. ซึ่งมีวาระประชุมวันที่ 17 ก.ย.นี้
สำนักงานฯชงแนวทางแก้ปัญหา
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช.และ ประธาน กสท. กล่าวว่าสำนักงาน กสทช. เสนอบทวิเคราะห์แนวทางการแก้ปัญหา เรื่องการออกอากาศคู่ขนานอนาล็อกและดิจิทัล ของช่อง 3 จากสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากช่อง 3 มีภาระต้นทุนซ้ำซ้อน จากช่อง 3 อนาล็อก ต้องจ่ายค่าสัมปทานให้อสมท และช่องทีวีดิจิทัล ต้องจ่ายค่าใบอนุญาต รวมทั้งค่าธรรมเนียมใช้ใบอนุญาตรายปีในสัดส่วน 4% ของรายได้ให้กับสำนักงาน กสทช. และกองทุนสื่อฯ
"บอร์ด กสท. เห็นชอบกระบวนการที่เข้าสู่การพิจารณา และพูดคุยเพื่อนำไปสู่แนวทางที่เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะมากที่สุด แม้กสท.มีคำสั่งทางปกครองไปแล้ว เป็นเรื่องที่ต้องทำหน้าที่ตามกฎหมาย แต่จากนี้จะเป็นแนวทางเจรจาหาทางออก เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาร่วมกัน " พ.อ.นที กล่าว
ประเด็นที่สำนักงานฯ สรุปมา คือเมื่อต้องจ่ายต้นทุน 2 ทาง ก็ต้องได้สิทธิบริหาร 2 ช่อง หากต้องการให้รวมเป็น "ช่องเดียว" จะต้องพิจารณาประเด็นภาระต้นทุนจ่ายทางเดียวเช่นกัน
แนวทางการพูดคุยกับช่อง 3 ไม่ได้ตั้งต้นจากบทวิเคราะห์ที่สำนักงานฯ นำเสนอ แต่อยู่บนพื้นฐานการร่วมกันแก้ไขปัญหา ต้องไม่กระทบสัญญาสัมปทาน ไม่เช่นนั้นปัญหาจะยิ่งซับซ้อนมากขึ้น กสท.จะพยายามแก้ไขในกรอบการทำงานของตัวเองเป็นหลัก
"ถ้าทุกคนมองประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก เชื่อว่าวิธีการแก้ปัญหาจะมีทางออกอยู่แล้ว ต้องไม่ใช้การแก้ปัญหาด้วยอารมณ์ หรือความรู้สึกส่วนตัว แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานสุดท้าย ทำให้เกิดการแข่งขันเสรี เป็นธรรม และเกิดประโยชน์กับสาธารณะ" พ.อ.นที กล่าว
ประสบการณ์การเปลี่ยนผ่านโทรทัศน์ระบบดิจิทัลในต่างประเทศ เป็นกระบวนที่ต้องใช้เวลา และการเจรจากับผู้ประกอบการทุกฝ่าย เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเปลี่ยนผ่านในยุคทีวีดิจิทัล
เคาะช่อง3อนาล็อกยิงสดเอเชียนเกมส์
นายสมบัติ กล่าวเพิ่มเติมว่าวานนี้ บอร์ด กสท. พิจารณาเห็นชอบให้ ช่อง 3 อนาล็อก ถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 17 จากเมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งจะเริ่มแข่งขันวันที่19 ก.ย.- 4 ต.ค.นี้ เป็นการออกอากาศคู่ขนาน ทีวีดิจิทัล ช่อง 33 เอชดี เป็นการพิจารณาอนุญาตตาม ข้อ 4 ของประกาศมัสต์ แฮฟ ที่กำหนดให้ บอร์ด กสท. สามารถพิจารณาช่องทางการออกอากาศรายการสำคัญ 7 รายการ เพิ่มเติม นอกจากช่องทาง "ฟรีทีวี"
ทั้งนี้ ในการประชุม บอร์ด กสท. เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา เห็นชอบให้ถ่ายทอดสด ทางช่อง 5 7 9 11 และทีวีดิจิทัล ช่อง 33 เอชดี ในฐานะฟรีทีวี ตามที่ โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) หรือ ทีวีพูล ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดกีฬาเอเชียนเกมส์ ได้เสนอให้พิจารณา พร้อมทั้งอนุญาตเพิ่มเติมผ่านโครงข่ายทรูวิชั่นส์ ระบบเพย์ทีวี
พ.อ.นที กล่าวว่าบอร์ด กสท. เห็นชอบให้ช่อง 3 อนาล็อก ถ่ายทอดสดกีฬาเอเชียนเกมส์ เพิ่มเติม คู่ขนานกับช่องทีวีดิจิทัล ช่อง 33 เอชดี เพื่อให้ประชาชนสัดส่วน 30% ที่ยังรับชมทีวีอนาล็อก มีโอกาสเข้าถึงการแข่งขันกีฬารายการสำคัญในครั้งนี้ด้วย
จี้สอบโครงข่าย"อสมท"ล่ม
ส่วนกรณีโครงข่าย (Mux) ส่งสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัล อสมท ขัดข้อง เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และกรุงเทพฯ ส่งผลให้ไม่สามารถรับชมช่อง 5 ช่องทีวีดิจิทัล ที่เช่าใช้โครงข่าย อสมท ในระบบภาคพื้นดิน คือ ช่อง 9 เอ็มคอท แฟมิลี่ ไทยรัฐทีวี วอยซ์ทีวี และสปริงส์นิวส์
พ.อ.นที กล่าวว่า บอร์ด กสท. มอบหมายให้สำนักงาน ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีที่เกิดขึ้น เพื่อเตรียมใช้มาตรการทางปกครอง โดยให้เสนอรายงานในที่ประชุม บอร์ด กสท. วันที่ 22 ก.ย.นี้
แจกคูปองล็อตแรก21จังหวัด10ต.ค.นี้
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่าขณะนี้ได้ว่าจ้างบริษัทจันทร์วานิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นติ้ง จำกัด และบริษัท ทีเคเอส เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการพิมพ์ "คูปอง" ส่วนลดสำหรับซื้ออุปกรณ์รับชมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล มูลค่า 690 บาท โดยล็อตแรกจะพิมพ์เสร็จในวันที่ 6 ต.ค.นี้ จากนั้นสำนักงานจะดำเนินการแจกงวดแรกในวันที่ 10 ต.ค.นี้ เร็วกว่ากำหนดเดิมในวันที่ 15 ต.ค. 2557
สำหรับพื้นที่ที่จะมีเริ่มแจกคูปองทางไปรษณีย์ ในวันที่ 10 ต.ค.นี้ รวม 21 จังหวัด จะเป็นจังหวัดที่มีสัญญาณครอบคลุมตั้งแต่ 80% ได้แก่ 1.กรุงเทพมหานคร 2.นนทบุรี 3.นครปฐม 4. ปทุมธานี 5.สมุทรปราการ 6.สมุทรสาคร 7.พระนครศรีอยุธยา 8.สิงห์บุรี 9.อ่างทอง 10.ระยอง 11.สุพรรณบุรี 12.หนองคาย 13.สุโขทัย 14.อุดรธานี 15.ฉะเชิงเทรา 16.สมุทรสงคราม 17.พัทลุง 18. สงขลา 19.นครนายก 20.ราชบุรี 21.ชัยนาท
ส่วนที่เหลืออีก 21 จังหวัด ประกอบด้วย 1.ลำพูน 2.อุบลราชธานี 3.พิษณุโลก 4.สุราษฎร์ธานี 5.อำนาจเจริญ 6.ชลบุรี 7.นครราชสีมา 8.ขอนแก่น 9.ลพบุรี 10.มหาสารคราม 11.เชียงใหม่ 12.สระบุรี 13.เพชรบุรี 14.จันทบุรี 15.ปัตตานี 16.พิจิตร 17.หนองบัวลำภู 18. กาญจนบุรี 19.กำแพงเพชร 20.กาฬสินธุ์ 21.ปราจีนบุรี จะเริ่มแจกเดือน พ.ย.นี้ รวมสิ้นปีนี้ 42 จังหวัด
เคาะ16บริษัทแรกเข้าโครงการ
นายฐากร กล่าวว่าวานนี้สำนักงานพิจารณาให้ 16 บริษัทแรก ผู้ผลิตกล่องรับสัญญาณและจอโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ที่ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมดำเนินโครงการรับคูปอง ประกอบด้วย1.บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท พรีซีซั่น (2000) จำกัด 3.บริษัท สเต็ป ฟอร์เวิร์ด กรุ๊ป จำกัด 4.บริษัท วี พี เอส ไทย จำกัด 5.บริษัท คลีโอ เนเชอรัล กรุ๊ป จำกัด 6.บริษัท สามารถ วิศวกรรม จำกัด 7.ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอสซี ดิจิตอล 8.บริษัท ไฮไฟ โอเรียนท์ ไทย จำกัด (มหาชน)
9.บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) 10.บริษัท ไฮเออร์ อิเลคทริค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) 11.บริษัท ไอพีเอ็ม เซลล์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด 12.บริษัท เอ็นซีพี เทคโนโลยี จำกัด 13.บริษัทวัน บ็อกซ์ โฮม จำกัด 14.บริษัท ลีโอ เทคโนโลยี แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด 15.บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ 16.บริษัท แซท เทรดดิ้ง จำกัด
ปัจจุบันมีบริษัทผู้ผลิตกล่องและจอโทรทัศน์ ยื่นเอกสารแสดงคุณสมบัติ เพื่อขอคัดเลือกเป็นผู้เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 40 บริษัท ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับการประกาศรายชื่อครั้งนี้ สำนักงานจะประกาศรายชื่อครั้งต่อไปวันที่ 30 ก.ย.นี้ โดยจะประกาศเพิ่มเติมทุกวันที่ 15 และวันที่ 30 ของเดือน









