3Q57 ผลประกอบการพลิกมีกำไร
รายได้ที่ดินกลับมาเติบโตใน 3Q57
เราคาดว่าผลประกอบการใน 3Q57 จะกลับมาพลิกฟื้นและเห็นการเติบโตอีกครั้ง เกิดขึ้นจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินราว 400 ไร่ และประเมินกำไรเบื้องต้นราว 400 ล้านบาท ใกล้เคียงกับ 1Q57 ขณะเดียวกันคาดว่าใน 4Q57ยังคงสามารถรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินราว 300-350 ไร่ จากรายได้จากการขายที่ดินเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อกำไรในช่วง 2H57 กลับมาพลิกฟื้นอีกครั้ง หลังจากใน 2Q57 มีผลขาดทุน 12 ล้านบาท สาเหตุจากการบันทึกรายได้ขายที่ดินน้อยเพียง 165 ล้านบาท
เริ่มเห็นสัญญาญฟื้นตัวของยอดขาย
AMATA แจ้งยอดขายที่ดินในเดือน ส.ค เพิ่มขึ้น 77 ไร่ โดยมียอดขายในช่วง 8 เดือนสะสม 284 ไร่ ซึ่งทางผู้บริหารโดยเราคาดยอดขายที่ดินใน 4 เดือนข้างหน้ามีแนวโน้มที่ฟื้นตัวขึ้น โดยเราตั้งเป้ายอดขายทั้งปีของ AMATA ทำได้ราว 800 ไร่ สำหรับในปี 2558 AMATA จะมียอดขายได้ 1.3 พันไร่ ซึ่งเป็นการฟื้นตัวที่ดีขึ้น หลังสถานการณ์ทางการเมืองที่กลับมาเป็นปกติ และนักลงทุนเริ่มมีความมั่นใจในการลงทุนอีกครั้ง โดย AMATA มีที่ดินรองรับการเติบโต 1.3 หมื่นไร่ โดยมีที่ดินพร้อมขายจำนวน 4.5 พันไร่
อยู่ระหว่างจัดตั้งกองทุน REIT
AMATA มี 2 แผนงานที่อยู่ระหว่างดำเนินการ คือ 1) การจัดตั้งกองทุน REIT จากโรงงานให้เช่าและคลังสินค้าที่มีพื้นที่ 1.7 แสนตารางเมตร ที่คาดว่านำสินทรัพย์ดังกล่าวขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ในช่วงปลายปี 2557 และ 2)แผนการนำ AMATA VN เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์คาดดำเนินการได้ในปี 2558 (รายละเอียดการขายหุ้น เบื้องต้นของขายให้บุคคลทั่วไป 151 ล้านหุ้นคิดเป็นสัดส่วน 16.45% จากจำนวนหุ้นทั้งหมดหลัง IPO ที่ 920 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 0.50 บาท สำหรับสัดส่วนการการถือหุ้นของ AMATA ใน AMATA VN ก่อนขายหุ้น IPO มีสัดส่วน 44.28% หลังการขาย 37%) โดยเรายังไม่ได้รวมประมาณการจัดตั้งกองทุน REIT และการนำ AMATA VN เข้าตลาดหลักทรัพย์
คงคำแนะนำ “ซื้อ”
AMATA เป็นอีกบริษัทที่น่าสนใจในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม จากระดับแนวโน้มผลประกอบการใน 2H57 ที่ยังทำได้ดี มีความต่อเนื่องจากรายได้ที่ดินรอบันทึกรายได้จากงานในมือปัจจุบัน 4.5 พันล้านบาท ขณะเดียวกันเราคาดว่าแนวโน้มยอดขายที่ดีขึ้นหลังความมั่นใจของนักลงทุนคืนกลับ พร้อมแผนการลงทุนต่อเนื่องของกลุ่มยานยนต์ยังคงส่งผลบวกระยะยาวต่อกลุ่ม เนื่องจากลูกค้าหลักสัดส่วน 32% มาจากกลุ่มยานยนต์ เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” จากราคาเหมาะสมปี 2558 ที่ 19 บาท ให้ผลตอบแทนรวม









