ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ จากแนวโน้มผลประกอบการที่ฟื้นตัว
ราคาหุ้นกระทบช่วงสั้น หลังศาลฯ มีคำสั่งยกฟ้อง
ราคาหุ้นปรับลดลง 5.2% เมื่อวานนี้เกิดจาก 2 ปัจจัยได้แก่ (1) เงินปันผลระหว่างกาล (ขึ้น XD เป็นวันแรก) ในอัตรา 0.5 บาทต่อหุ้น (Div. Yld. 1.7%) และ (2) แรงขายทำกำไรระยะสั้นหลังศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกฟ้องเช้าวานนี้ โดยให้เหตุผลว่า BANPU กระทำการโดยสุจริตทั้งก่อน และหลังการเข้าทำสัญญาร่วมพัฒนาโครงการ และ BANPU ไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ แต่ฝ่ายโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา อย่างไรก็ตาม กรณีคำพิพากษาของศาลเป็นประเด็นที่ถูกเก็งกำไรกันมาก่อนหน้านี้ ทำให้เกิดแรงขายหลังจากมีผลการตัดสิน
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายโจทก์ ยังมีโอกาสยื่นฏีกาได้ภายใน 1 เดือน (ภายใน 9 ต.ค. หรือไม่เกิน 8 พ.ย. เนื่องจากสามารถขอขยายเวลายื่นฎีกาได้อีก 30 วัน) เราประเมินว่ามี่ความเป็นได้สูงที่กลุ่มงานทวีจะยื่นฎีกา ภายในกรอบเวลาที่กำหนด แต่คำพิพากษาน่าจะใช้เวลามากกว่าชั้นศาลอุทธรณ์ ทำให้ 1 – 2 ปีจากนี้ราคาหุ้นจะไม่ถูกกดดันจากประเด็นดังกล่าว ทำให้เรานำผลกระทบของคดีที่เราประเมินไว้ก่อนหน้าจำนวน 5.8 บาท กลับมารวมในมูลค่าเหมาะสม
แนวโน้มกำไร 3Q57 ฟื้นตัว
เราคาดว่ากำไรปกติ 3Q57 จะปรับเพิ่ม QoQ โดยยอดขายจากเหมืองถ่านหินในประเทศออสเตรเลียที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากไม่มีการย้ายอุปกรณ์ขุดถ่านหิน (Long wall) เหมือน 2Q57 ที่ผ่านมา ด้านราคาขายถ่านหินและรายได้จากธุรกิจไฟฟ้ามีโอกาสลดลง QoQ เล็กน้อย แต่จะได้ชดเชยจากอัตรากำไรข้นต้นของธุรกิจถ่านหินที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายของเหมืองถ่านหินในออสเตรเลีย และเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียที่ได้ประโยชน์จากโครงการลดต้นทุน
กำไรปี 58 เติบโต และมีโอกาสปรับประมาณการเพิ่ม
เราประเมินกำไรปกติปี 2558 ไว้ที่ 3.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 20%YoY จากสมมติฐานราคาขายถ่านหินที่ 72 เหรียญต่อตัน ยังคงใกล้เคียงกับปี 2557 โดยการฟื้นตัวของราคาถ่านหินยังถูกจำกัด เนื่องจากธุรกิจยังมีความเสี่ยงจากอุปทานส่วนเกิน ทำให้การเติบโตของกำไรสุทธิจะมาจากการเริ่มดำเนินการผลิตไฟฟ้าในโครงการหงสา ซึ่งจะเริ่มดำเนินการผลิตหน่วยแรกกลางปี 2558 และทยอยเดินเครื่องจนครบทั้ง 3 หน่วยภายใน 2H59 โครงการดังกล่าวจะสามารถสร้างกำไรได้ปีละ 2.5 – 3 พันล้านบาท (ตามสัดส่วนการถือหุ้น 40%) เมื่อรับรู้รายได้เต็มในปี 2560 อย่างไรก็ตามการประเมินสมมติฐานราคาถ่านหินในปี 2558 เป็นไปอย่าง Conservative ซึ่งหากสถานการณ์ด้านอุปสงค์เติบโดย หรืออุปทานส่วนเกิดคลี่คลายเร็วกว่าคาด เรามีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการในอนาคต
ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ด้วยมูลค่าเหมาะสม 39 บาท
เราปรับคำแนะนำจาก “ขาย” มาเป็น “ซื้อ” เพื่อลงทุนระยะยาว จากกำไรปกติปี 2558 ที่จะเติบโตโดดเด่น รวมทั้งแนวโน้มราคาถ่านหินที่คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวใน 2H58 ขณะที่ปัจจัยสนับสนุนการลงทุนในระยะสั้นมาจากการฟื้นตัวของกำไร 3Q57 รวมทั้งการลงทุนในธุรกิจใหม่ BANPU อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้เพื่อลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น คาดว่าจะข้อสรุปภายในปี 2557 ขณะที่ปี 2558 เราประเมินมูลค่าเหมาะสมของ BANPU ในปี 2558 ไว้ที่ 39 บาท (จากเดิม 27 บาท) รวมมูลค่าโครงการหงสาไว้ในประมาณการแล้ว และยังให้ผลตอบแทนรวม 24%






