วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SAMTEL - ซื้อ

คาดเปิดประมูลงานโครงการเอพีพีเอสในเร็วๆ นี้

ประเด็นการลงทุน

งานโครงการระบบคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (เอพีพีเอส) มูลค่า 3.4 พันล้านบาทของการท่าอากาศยานไทย (ทอท.) คาดว่าจะเปิดประมูลได้ในช่วงเดือนก.ย.หรือต.ค. ส่วนงานโครงการต่ออายุสัญญา CUTE เป็นระยะเวลา 5 ปีมูลค่า 2.5 พันล้านบาทของทอท. คาดว่าจะสามารถเซ็นสัญญาได้ภายในสิ้นเดือนก.ย.นี้ (ซึ่งบอร์ดทอท.จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวในวันที่ 18 ก.ย.นี้) และเนื่องจากความคืบหน้าของงานทั้งสองโครงการ เราจึงเชื่อว่ามูลค่างานในมือที่รอรับรู้รายได้ (backlog) ของ SAMTEL ณ ปลายปี 2557 จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยหนุนจากการเซ็นสัญญางานใหม่อีกมูลค่า 8 พันล้านบาทในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ เนื่องจากการฟื้นตัวของกำไรสุทธิในปี 2558 และราคาหุ้น ณ ปัจจุบันที่ยังคงถูก โดยอัตราส่วน PER ปี 2558 อยู่ที่ 11.9 เท่า และเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มคลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้น เราจึงคิดว่าราคาหุ้น SAMTEL ควรจะกลับขึ่นไปซื้อขายที่อัตราส่วน PER ระยะยาวของหุ้น SAMTEL ซึ่งอยู่ที่ 15.4 เท่า

การเปิดประมูลงานโครงการเอพีพีเอสในเร็ววันนี้

เมื่อวันที่ 4 ก.ย.57 คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) มีมติแจ้งให้ทอท.จัดทำการแก้ไขร่างทีโออาร์ใหม่ของโครงการเอพีพีเอสเพื่อที่จะเปิดประมูลให้ทันภายในสิ้นเดือนก.ย.57 เราคาดว่าทีโออาร์ของงานโครงการนี้ที่แก้ไขใหม่จะถูกส่งกลับไปยังคตร.และบอร์ดทอท.อีกครั้งภายในเดือนก.ย.เพื่อพิจารณา และการเปิดประมูลโครงการเอพีพีเอสน่าจะเกิดขึ้นได้ภายในเดือนก.ย.หรือต.ค.57 โดยมูลค่างานโครงการเอพีพีเอสอยู่ที่ 3.4 พันล้านบาท (ระยะเวลาสัญญา 5 ปีที่มีทอท.) ถ้า SAMTEL เป็นผู้ชนะการประมูลงานโครงการนี้ เราคาดว่า SAMTEL จะเริ่มรับรู้รายได้งานโครงการนี้ตั้งแต่เดือนมี.ค.2558 เป็นต้นไป หลังจากติดตั้งระบบและอุปกรณ์เสร็จสิ้นซึ่งมีระยะเวลา 4 เดือน

หากใช้สมมติฐานจำนวนผู้โดยสารปี 2558 ที่ 45.9 ล้านคน และบริษัทมีรายได้จากงานโครงการคิดเป็น 12 บาทต่อผู้โดยสาร และอัตราการเติบโตเฉลี่ยของจำนวนผู้โดยสารอยู่ที่ 4% ต่อปีในช่วงปี 2558-2562 เราประเมินรายได้จากโครงการเอพีพีเอสที่ 459 ล้านบาทสำหรับระยะเวลาสิบเดือนของปี 2558 (กระทบรายได้ปี 2558 คิดเป็น 5.2%) และรายได้ 570 ล้านบาทในปี 2559 (กระทบรายได้ปี 2559 คิดเป็น 6%) ภายใต้สมมติฐานอัตรากำไรสุทธิของโครงการนี้ที่ 12% เราประเมินว่าจะส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 55 ล้านบาทในปี 2558 (กระทบกำไรสุทธิปี 2558 คิดเป็น5.3%) และ 68 ล้านบาทในปี 2559 (กระทบกำไรสุทธิปี 2559 คิดเป็น5.8%) เราประเมินว่างานโครงการเอพีพีเอสจะส่งผลให้ราคาเป้าหมายซึ่งประเมินด้วยวิธี PEG ณ สิ้นปี 2558 เพิ่มขึ้นอีก 3 บาทต่อหุ้น เรายังคงไม่คำนวณรวมงานโครงการเอพีพีเอสเข้าไปในประมาณการของเรา ณ ปัจจุบัน

ไม่ส่งผลกระทบต่อประมาณการของเราจากประเด็นเรื่องการตรวจสอบโครงการสามจีเฟสแรกของทีโอที

เมื่อวันที่ 4 ก.ย.57 คตร.ได้ระบุว่าจะเข้าทำการตรวจสอบความโปร่งใสของงานโครงการสามจีเฟสแรกของทีโอทีซึ่งมีมูลค่า 1.99 หมื่นล้านบาท หลังตรวจพบความผิดปกติซึ่งดูเหมือนจะเอื้อประโยชน์ให้แก่ SAMTEL (ซึ่งเป็นผู้ชนะประมูลงานโครงการนี้ในปี 2554) โดยคตร.จะทำการยื่นผลการตรวจสอบดังกล่าวให้กับทางสำนักงานป.ป.ช.เพื่อทำการตรวจสอบในขั้นตอนต่อไป

บริษัทรับรู้รายได้จากงานโครงการนี้เสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่ปี 2554 จนถึงไตรมาส 1/57 (ซึ่งถือเป็นไตรมาสสุดท้ายของการรับรู้รายได้) ดังนั้นการตรวจสอบงานโครงการนี้จะไม่ส่งผลกระทบทางลบต่อประมาณการของ SAMTEL สำหรับรายได้ที่ได้รับรู้ไปแล้วแต่อย่างใด ภายใต้สมมติฐานกรณีที่เลวร้ายที่สุดได้แก่ ป.ป.ช.ตรวจพบความผิดปกติจริง และสำนักงานอัยการสูงสุดตัดสินใจที่จะทำการฟ้องร้องเป็นคดีความ เราคิดว่าขั้นตอนสำหรับการพิจารณาคดีในชั้นศาลจะต้องใช้ระยะเวลาอย่างมากเป็นจำนวนหลายปีกว่าคดีจะถึงที่สิ้นสุด