วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จี้ญี่ปุ่นเพิ่มลงทุนลุ่มน้ำโขง

(รายงาน) จี้ญี่ปุ่นเพิ่มลงทุนลุ่มน้ำโขง ผนึกคลัสเตอร์เร่งพัฒนา

เมื่อเร็วๆ นี้ มีการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ กรอบความร่วมมือลุ่มแม่น้ำโขง-ญี่ปุ่นด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ครั้งที่ 6 (The 6th Mekong -Japan Economic Ministers Meeting) ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติพม่า กรุงเนปิดอว์ ประเทศพม่า โดยมีนาย Kan Zaw รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการวางแผนและพัฒนาเศรษฐกิจพม่าและนาย Toshimitsu Motegi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน (METI) ประเทศญี่ปุ่น เป็นประธานในการประชุม

รัฐมนตรีประเทศต่างๆ ในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ กัมพูชา ส.ป.ป.ลาว เวียดนาม ไทย รวมทั้งผู้แทนองค์กรหุ้นส่วนการพัฒนาและภาคเอกชน ได้แก่ เลขาธิการอาเซียน องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JBIC) กรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (UNESCAP) เข้าร่วมประชุม

นายปรเมธี วิมลศิริ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะผู้ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีประจำกรอบความร่วมมือลุ่มแม่น้ำโขง-ญี่ปุ่นด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม หัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมประชุมรอบนี้

นายปรเมธี กล่าวว่า ที่ประชุมฯได้รับทราบถึงความคืบหน้าการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงและ แนวทางในการดำเนินงานในอนาคต ประกอบด้วยโครงการภายใต้แนวทางการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง และการจัดทำวิสัยทัศน์การพัฒนาอุตสาหกรรมลุ่มแม่น้ำโขง โดยเห็นพ้องในประเด็นการพัฒนาเส้นทาง เชื่อมโยงทางกายภาพ และใช้ประโยชน์จากการพัฒนาแนวระเบียงเศรษฐกิจเพื่อพัฒนาการค้าและการลงทุนระหว่างกัน

อีกทั้งสนับสนุนการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ เขตเศรษฐกิจพิเศษ ติลาวา เขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย และเขตเศรษฐกิจพิเศษจ้าวผิ่ว ในประเทศพม่า เพื่อใช้เป็นกลไกในการส่งเสริมกิจกรรม ทางการค้าและอุตสาหกรรมภายในภูมิภาค ตลอดจนสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมด้านแรงงานอาชีพให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์ในการสร้างเครือข่ายระหว่างภาคเอกชน และรองรับการพัฒนาและขยายห่วงโซ่มูลค่าในภูมิภาคลุ่ม แม่น้ำโขง เพื่อมุ่งสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ตามแนวทางวิสัยทัศน์การพัฒนาอุตสาหกรรม ลุ่มแม่น้ำโขง โดยให้รัฐบาลญี่ปุ่นเพิ่มบทบาทในการพัฒนาให้มากขึ้น

“ที่ประชุมฯมีการกล่าวสนับสนุนการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในพม่า ขณะที่ไทยได้รายงานว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีนโยบายเร่งรัดการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในระยะเร่งด่วน โดยในระยะแรกได้กำหนดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษจำนวน 5 พื้นที่ ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก แนวเหนือ-ใต้ และแนวตอนใต้ โดยเฉพาะความเชื่อมโยงกัน ระหว่างโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายกับพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกของไทย”

สำหรับในการหารือเรื่องการจัดทำวิสัยทัศน์การพัฒนาอุตสาหกรรมลุ่มแม่น้ำโขง ประเทศไทยได้ขอให้ประเทศญี่ปุ่น เร่งขยายและพัฒนาการเชื่อมโยงการผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าอุตสาหกรรมในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะการเชื่อมโยงการผลิตอุตสาหกรรม ในแนวระเบียงเศรษฐกิจระหว่างโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายกับพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกของไทย (Eastern Seaboard: ESB) โดยเน้นย้ำว่าการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย จะเป็นส่วนเสริมที่สำคัญในการเพิ่มบทบาทของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงในการเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมโลก รวมทั้งเสนอให้เริ่มมีการจัดทำการสำรวจข้อคิดเห็นเชิงลึกแบบองค์รวมจาก ภาคเอกชนโดยเฉพาะจากผู้ประกอบการในขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการ SMEs ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมโลก

นอกจากนี้ที่ประชุมฯได้รับทราบการจัดทำวิสัยทัศน์การพัฒนาอุตสาหกรรมลุ่มแม่น้ำโขง (Mekong Industrial Development Vision) ที่มีการกำหนดการหารือในเชิงลึก ทั้งจากภาครัฐและเอกชนของประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อนำข้อคิดเห็นมาจัดทำแผนที่การรวมกลุ่มอุตสาหกรรม (Cluster Mapping) ของอุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมถึงการปรับปรุงและวิเคราะห์ห่วงโซ่มูลค่าในแต่ละอุตสาหกรรมดังกล่าว และนำเสนอเหล่าผู้นำประเทศ เพื่อให้ความเห็นชอบต่อแนวคิดวิสัยทัศน์การพัฒนาอุตสาหกรรมลุ่มแม่น้ำโขง (Concept Outline) ในการประชุมสุดยอดผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มแม่น้ำโขงและญี่ปุ่น

ตลอดจนพิจารณาประเด็นที่จะส่งมอบต่อผู้นำ (Deliverables) ในการประชุมสุดยอดผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มแม่น้ำโขง-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 6 ณ กรุงเนปิดอว์ ประเทศพม่า ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 25 ซึ่งจะมีขึ้นในเดือน พ.ย. 2557 นี้