สินเชื่อสุทธิเดือนก.ค.อ่อนแอตามคาด; คาดการณ์สินเชื่อปีหน้าสดใส
ประเด็นการลงทุน
เราเชื่อว่า KTB จะรายงานการเติบโตของสินเชื่อแข็งแกร่งในปลายปี 2557 และ ปี 2558 เนื่องจากธนาคารยังเป็นกลไกลหลักทางการเงินเพื่อขับเคลื่อนโครงการของรัฐ เช่น โครงการระบบสาธารณูปโภค ปัจจุบันธนาคารมีอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่ 13.6% (เป็นเงินกองทุนขั้นที่ 1 ที่ 10.2%) เพียงพอจะหนุนให้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อได้อย่างเต็มที่อย่างน้อยในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าโดยไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุน หุ้น KTB ในขณะนี้มีระดับการซื้อขายที่ไม่แพง โดยมีอัตราส่วน PBV ที่ 1.45 เท่า ณ สิ้นปี 2557 และ 1.33 เท่า ณ สิ้นปี 2558 (+0.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) เทียบกับอัตราส่วน PBV ในระดับสูงสุดของธนาคารที่ 1.7 เท่า ในปี 2556 (+1.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) เราคงคำแนะนำ ซื้อ จากแนวโน้มสินเชื่อที่สดใสและมูลค่าหุ้นที่ไม่แพงมากนัก
สินเชื่อสุทธิเดือนก.ค.อ่อนแอตามคาด และจะฟื้นตัวในไตรมาส 4
สินเชื่อสุทธิของ KTB ในเดือนก.ค.ลดลงมาอยู่ที่ 1.73 ล้านล้านบาท ตามคาด หรือลดลง 0.2% MoM (แต่ยังเพิ่มขึ้น 4.8% YTD และ 7.9% YoY) เราคาดว่าการปล่อยสินเชื่อจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่เดือนพ.ย.เป็นต้นไป เนื่องจากแผนนโยบายเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐและการเริ่มใช้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้ความต้องการใช้สินเชื่อมีมากขึ้น สังเกตว่าตัวเลขสินเชื่อในเดือนก.ค.ทำให้ตัวเลขการเติบโตของสินเชื่อรวมของ KTB ในช่วง 7 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 4.8% YTD ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายการเติบโตทั้งปีที่ธนาคารให้ไว้ที่ 4.5%
ดังนั้นผู้บริหารจึงปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อปี 2557 ขึ้นมาอยู่ในช่วง 5-7% ให้สังเกตว่าเราให้สมมติฐานการเติบโตของสินเชื่อปี 2557 ไว้ที่ 7% ทั้งนี้เนื่องจากธนาคารรายงานการเติบโตของสินเชื่อในช่วง 7 เดือนแรกของปีสูงที่สุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ เราเชื่อว่าธนาคารมีศักยภาพที่จะขยายฐานสินเชื่อสูงกว่าประมาณการของเราในปัจจุบัน เราคาดว่าสินเชื่อในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 จะเติบโตอย่างมาก HoH หนุนโดยภาวการณ์ความเชื่อมั่นและภาพรวมเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น
การตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯมีแนวโน้มลดลงครึ่งหลังปี 2557
KTB สามารถบริหารจัดการสินทรัพย์ได้ดี โดยมีอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 114% และมีสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมอยู่ในระดับต่ำเพียง 2.9% เราคาดว่าการตั้งสำรองหนี้สูญฯในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 จะลดลงจากครึ่งปีแรกหลังจากธนาคารตั้งสำรองหนี้สูญฯสูงถึง 1.23 หมื่นล้านบาท ในปี 2556 และ 7.1 พันล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 ทั้งนี้เรายังคงคาดการณ์การตั้งสำรองหนี้สูญฯสำหรับปี 2557 ไว้ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท ลดลง 10.5% YoY เราคาดว่าการตั้งสำรองหนี้สูญฯจะลดลงจาก 7.1 พันล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 มาอยู่ที่ 4 พันล้านบาท ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557
คาดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2557 ทรงตัว YoY
เนื่องจากธนาคารมีแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อปี 2557 ที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ KTB น่าจะรายงานส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยทรงตัวได้ในช่วง 2.6-2.7% ตามที่ผู้บริหารแนะไว้ แผนกลยุทธ์ของธนาคารที่จะเน้นไปที่สินเชื่อที่ได้อัตราผลตอบแทนสูง (สินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อ SME) ให้สังเกตว่าเราให้สมมติฐานส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2557 ไว้ที่ 2.6% ในโมเดลของเรา ผู้บริหารคาดว่าอัตราดอกเบี้ยธุรกรรมซื้อคืนพันบัตรระยะเวลา 1 วัน ทรงตัวที่ 2.00% ถึงปลายปี 2557









