วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ROBINS - ซื้อ

แนวโน้มสดใสตั้งแต่ไตรมาส 4/57 เป็นต้นไป

ประเด็นการลงทุน

เราเชื่อว่าช่วงผลการดำเนินงานของ ROBINS กำลังผ่านพ้นจุดต่ำสุดและคาดว่าบริษัทจะกลับมาเติบโตแข็งแกร่งในไตรมาส 4/57 เป็นต้นไป ดังนั้นการประเมินมูลค่าหุ้นอ้างอิงจากแนวโน้มในปี 2558 น่าจะเหมาะสมกว่า เราจึงปรับเปลียนระยะเวลาการลงทุนเป็นสิ้นปี 2558 และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 66 บาทเป็น 74 บาท ด้วยอัพไซด์ 25% ต่อราคาเป้าหมายใหม่ของเราและราคาซื้อขายที่น่าสนใจที่ PER ปี 2558 ที่ 23.4 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 27.2 เท่า เราจึงยังคงแนะนำ ซื้อ

ชะลอตัวในไตรมาส 3/57

ไตรมาส 3/57 น่าจะเป็นอีกไตรมาสที่ ROBINS มีผลการดำเนินงานอ่อนตัว ถึงแม้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะปรับตัวดีขึ้น แต่กำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรรายได้ต่ำ-ปานกลาง ยังคงต่ำอยู่เนื่องจากหนี้สินภาคครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/57 จะได้รับผลกระทบเชิงลบจากการปรับปรุงสาขาที่มียอดขายที่ดีที่สุด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับกลยุทธ์การบริหารและการจัดการสินค้า ทั้งนี้ ROBINS ได้ปรับเปลี่ยนขนาดพื้นที่การจัดวางสินค้าโดยอิงจากยอดขาย รวมถึงเน้นการเจาะกลุ่มเป้าหมายไปที่ตลาดระดับกลางเท่านั้น จากเดิมที่เคยจับตั้งแต่ระดับกลางถึงระดับสูง

คาดกลับมาเติบโตแข็งแกร่งในไตรมาส 4/57 และจะแข็งแกร่งขึ้นอีกในปี 2558

ถึงแม้แนวโน้มระยะสั้นจะดูอ่อนตัว แต่เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรของ ROBINS ในระยะกลางถึงระยะยาว โดยยอดขายสาขาเดิมคาดจะกลับมาเติบโตในไตรมาส 4/57 เนื่องจากผลกระทบจากการแย่งลูกค้ากันเองเริ่มน้อยลง ฐานเปรียบเทียบที่ต่ำ และความคาดหวังต่อผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นหลังการปรับปรุงสาขาที่มียอดขายดีที่สุดเสร็จสิ้น

เรามองว่าปี 2558 จะเป็นปีที่น่าตื่นเต้น โดยยอดขายสาขาเดิมมีแนวโน้มเติบโตสูง หนุนโดยการฟื้นตัวของกำลังซื้อ ฐานเปรียบเทียบที่ต่ำ และผลกระทบจากกลยุทธ์ใหม่ในการบริหารและการจัดการสินค้า นอกจากนี้การขยายสาขาที่รวดเร็วและต่อเนื่องจะเป็นตัวผลักดันกำไรที่สำคัญอีกปัจจัยหนึ่ง โดยบริษัทจะเปิดสาขาในประเทศเพิ่มอีก 5 สาขาในปี 2558 ซึ่งในจำนวนนี้ 4 สาขาจะเป็นศูนย์การค้าแบบไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ ซึ่งจะยิ่งช่วยหนุนให้รายได้ค่าเช่าเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง อัตรากำไรขั้นต้นก็มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการลดโปรโมชั่น ซึ่งการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นนี้อาจมากกว่าประมาณการของเราหากบริษัทสามารถเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้าแบรนด์ของบริษัทเป็น 10% ของยอดขายในปี 2558 จาก 7-8% ในปัจจุบัน

ธุรกิจในเวียดนามเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ

ผู้บริหารกล่าวว่า สาขาแรกที่เปิดในประเทศเวียดนามมีผลการดำเนินงานต่ำกว่าความคาดหมายเล็กน้อย โดยสาเหตุหลังมาจากยอดขายที่น้อยกว่าคาด แม้จำนวนลูกค้าเป็นไปตามเป้าหมาย แต่มูลค่าซื้อต่อครั้งยังคงต่ำกว่าคาด บริษัทคาดว่าหลังเพิ่มสินค้าที่มีราคาขายสูงอย่างเช่น เครื่องสำอางเข้าไป ยอดขายจะปรับตัวดีขึ้นกว่านี้ ส่วนอัตรากำไรของธุรกิจในเวียดนามนั้นไม่น่าห่วง แถมยังสูงกว่าอัตรากำไรของธุรกิจในประเทศไทยด้วยซ้ำ เนื่องจาก 1) สัดส่วนสินค้าฝากขายน้อยกว่า และ 2) อำนาจการต่อรองที่มากกว่า เนื่องจากซัพพลายเออร์ท้องถิ่นส่วนมากมีขนาดเล็ก ทางด้านการขยายสาขา ROBINS ยืนยันว่าจะทำการเปิดสาขาที่สองในเวียดนามในไตรมาส 4/57 และมีแผนเปิดอีก 2-3 สาขาต่อปีในช่วงปี 2558-2560 และจะเพิ่มอัตราเป็น 4-5 สาขาต่อปีหลังจากนั้น