สบน.เผยเดือนก.ค.กระทรวงการคลังกู้เงินในประเทศ 3.9 หมื่นลบ. ปรับโครงสร้างหนี้ในประเทศอีก 6.9 หมื่นลบ.
นางสาวจุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยถึงผลการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐประจำเดือนกรกฎาคม 2557 ว่า กระทรวงการคลังได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณโดยการออกพันธบัตรออมทรัพย์ 31,276.67 ล้านบาท และพันธบัตรรัฐบาล 5,000 ล้านบาท ขณะที่มีการเบิกจ่ายเงินกู้ 350 ล้านบาท จากสัญญาเงินกู้วงเงิน 15,393 ล้านบาท ที่ได้ลงนามในสัญญาเงินกู้เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2556 ภายใต้ พ.ร.ก. บริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศฯ และการเบิกจ่ายเงินกู้ต่อให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อจัดทำโครงการปรับปรุงทางรถไฟที่ไม่ปลอดภัย 8 สายทาง จำนวน 255.82 ล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง จำนวน 68.17 ล้านบาท
ส่วนการปรับโครงสร้างหนี้ในประเทศของรัฐบาลนั้นกระทรวงการคลังได้ใช้เงินกู้ล่วงหน้าจากกองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศ จำนวน 25,800 ล้านบาท และ การออกตั๋วสัญญาใช้เงิน จำนวน 4,200 ล้านบาท สำหรับพันธบัตรออมทรัพย์ที่ออกภายใต้ พ.ร.บ. การบริหารหนี้สาธารณะฯ พ.ศ. 2548 ที่ครบกำหนด จำนวน 30,000 ล้านบาท และออกตั๋วสัญญาใช้เงิน 5,000 ล้านบาท รวมถึงกู้เงินระยะสั้น 21,000 ล้านบาท และออกพันธบัตรรัฐบาล 13,000 ล้านบาท สำหรับพันธบัตรออมทรัพย์ที่ออกภายใต้ พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็งที่ครบกำหนด จำนวน 39,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ไม่รวมการ Roll over ตั๋วเงินคลังที่เป็นการกู้ในรูปเงินทุนหมุนเวียนเพื่อรักษาระดับเงินคงคลังให้เพียงพอกับการใช้จ่ายของรัฐบาล โดย ณ ต้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 มีวงเงินตั๋วเงินคลังเพื่อใช้ในการบริหารเงินสดรับ - เงินสดจ่ายของรัฐบาล จำนวน 102,135 ล้านบาท
ในเดือนกรกฎาคม 2557 กระทรวงการคลังได้ชำระหนี้ จำนวน 31,713.12 ล้านบาท แบ่งเป็น การชำระหนี้ของรัฐบาลจากงบประมาณชำระหนี้ เป็นจำนวน 29,216.71 ล้านบาท โดยเป็นการชำระหนี้ในประเทศ 28,941.82 ล้านบาท และชำระหนี้ต่างประเทศ 274.89 ล้านบาท และการชำระหนี้ของรัฐบาลจากแหล่งอื่น เป็นจำนวน 2,496.41 ล้านบาท โดยเป็นการชำระหนี้ภายใต้ พ.ร.ก. ช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ (FIDF 1) จำนวน 1,067.40 ล้านบาท และการชำระหนี้ภายใต้ พ.ร.ก. ช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูระยะที่สองฯ (FIDF 3) จำนวน 1,429.01 ล้านบาท
ทางด้านการบริหารจัดการหนี้รัฐวิสาหกิจในเดือนกรกฎาคม 2557 รัฐวิสาหกิจได้มีการกู้เงินในประเทศเป็นเงิน 2,427.40 ล้านบาท และรัฐวิสาหกิจได้มีการปรับโครงสร้างหนี้ในประเทศเป็นเงิน 14,272.60 ล้านบาท นอกจากนี้กระทรวงการคลังได้บริหารความเสี่ยงหนี้เงินกู้สกุลเงินเยน อัตราดอกเบี้ยคงที่วงเงิน 26,293.25 ล้านเยน ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย โดยการแปลงเป็นหนี้สกุลเงินบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ ทำให้ประหยัดต้นทุนได้ 1,562.19 ล้านบาท








