วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

CPALL - ซื้อ, MAKRO - ซื้อ

Best dual play

ประเด็นการลงทุน

เราปรับเพิ่มคำแนะนำทั้ง CPALL และ MAKRO จาก ถือ เป็น ซื้อ เนื่องจากเราเชื่อว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะเข้าซื้อหุ้นของทั้งสองบริษัท โดย MAKRO กำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโตสูง ในขณะที่ CPALL คาดจะได้รับผลประโยชน์จากแนวโน้มการเติบโตที่ดีขึ้นของ MAKRO และกำไรจากการขายหุ้น MAKRO ทั้งนี้ เราได้ปรับเป้าหมายราคาสำหรับ CPALL และ MAKRO เป็นสิ้นปี 2558 ส่งผลให้ราคาเป้าหมายใหม่ของ CPALL เพิ่มขึ้นจาก 48 บาทเป็น 58 บาท และของ MAKRO จาก 36.50 บาทเป็น 48 บาท

ประเด็นหลักจากผลประกอบการ

MAKRO ได้เปิดเผยในระหว่างการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ว่าบริษัทจะเปิด 9 สาขาใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 และอีกอย่างน้อย 5 สาขาในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 ซึ่งรวมแล้วจะส่งผลให้ MAKRO มีสาขาใหม่จำนวน 13 สาขาในปี 2557 โดยบริษัทมีแนวโน้มที่จะคงการขยายตัวในระดับนี้ต่อไปในอนาคตเนื่องจากผู้บริหารได้เพิ่มงบลงทุนขึ้นเป็น 7-8 พันล้านต่อปี ดังนั้น เราจึงปรับเพิ่มสมมติฐานสาขาใหม่เป็น 13 สาขาสำหรับปี 2557, 12 สาขาสำหรับปี 2558 และ 12 สาขาสำหรับปี 2559 จาก 7, 8 และ 8 สาขาตามลำดับ คาดการณ์กำไรปี 2557 ของเรายังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่เราปรับประมาณการกำไรสำหรับปี 2558-2559 เพิ่มขึ้น 7% และ 14% ตามลำดับ

คาดกำไร MAKRO กลับมาเติบโตแข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2557

ผู้บริหารชี้แจงว่าอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลง 0.35% ในไตรมาส 2/57 โดยหลักแล้วเกิดจากการตั้งสำรองสำหรับโอกาสที่จะเกิดของเสียของอาหารแช่แข็งนำเข้าโดยเฉพาะปลาแซลมอน เนื่องด้วยยอดขายที่ลดลงอย่างมากระหว่างช่วงเคอร์ฟิว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอาหารแช่แข็งมีอายุการเก็บรักษาที่ค่อนข้างนาน (โดยปกติแล้วราวๆ 6 เดือน) ในขณะที่ความต้องการเริ่มฟื้นตัวแล้ว ดังนั้นเราจึงคาดว่าบริษัทจะกลับรายการการตั้งสำรองดังกล่าวบางส่วน ซึ่งจะส่งผลให้อัตรากำไรไตรมาส 4/57 เพิ่มขึ้นมาก ดังนั้น เราจึงคาดว่าการขยายตัวของกำไรจะเร่งตัวขึ้นจากเพียง 9.6% YoY ในไตรมาส 2/57 เป็นราว 22-23% YoY ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557

อาจมีการขายหุ้น MAKRO เร็วๆนี้

แนวโน้มที่แข็งแกร่งของ MAKRO ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 และปีต่อๆไปจะเปิดโอกาสให้ CPALL ขายหุ้น MAKRO ได้ง่ายขึ้นและในราคาที่ค่อนข้างดี เมื่ออ้างอิงจากแผนการรีไฟแนนซ์ของ CPALL เราเชื่อว่าบริษัทอาจขายหุ้น MAKRO ในมูลค่าที่มากถึง 66 พันล้านบาท โดยจากจำนวนเงินกู้ระยะยาวที่เหลืออยู่ 9 หมื่นล้านบาท บริษัทจะรีไฟแนนซ์ส่วนหนึ่งด้วยการออกหุ้นกู้มูลค่า 4 หมื่นล้านบาทในสัปดาห์หน้า ส่วน 5หมื่นล้านบาทที่เหลืออาจจะได้จากการขายหุ้น MAKRO

นอกจากนี้ CPALL อาจขายหุ้น MAKRO เพิ่มเติมด้วยการใช้สิทธิคอลออปชั่นในหุ้นกู้จำนวน 4 หมื่นล้านบาทที่จะออกเร็วๆนี้ โดยส่วนหนึ่งของหุ้นกู้ที่จะขายให้นักลงทุนรายย่อยนั้นมีคอลออปชั่นด้วย หากสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยในหุ้นกู้คราวนี้เท่ากับครั้งก่อนหน้าที่ 40% นั่นหมายความว่า CPALL จะมีโอกาสขายหุ้น MAKRO เพิ่มเติมได้อีก 16,000 ล้านบาท

ภายใต้สมมติฐานที่ว่า CPALL ขายหุ้น MAKRO ที่ราคารวมต้นทุนดอกเบี้ยทั้งหมด (ประมาณ 42.5 บาทต่อหุ้น ณ สิ้นปี 2557) สัดส่วนการถือหุ้น MAKRO จะลดลงมาอยู่ที่ราว 65.5% ในกรณีดังกล่าวกำไรจากการขายหุ้นของ CPALL จะเท่ากับ 4.3 พันล้านบาท และกำไรของบริษัทปี 2558 จะเพิ่มขึ้นอีก 1.6 พันล้านบาท เนื่องจากการภาระหนี้ที่ลดลง