วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ห่วงการเมืองแรงหันถือเงินสด

แบงก์ออฟอเมริกาเมอร์ริล ลินช์ เผยนักลงทุนทั่วโลกปรับกลยุทธ์ถือเงินสดเพิ่มมากสุดในรอบกว่า 2 ปี หวั่นวิกฤตสู้รบ

แบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริลลินช์ ธนาคารชั้นนำของสหรัฐ ได้เผยแพร่ผลสำรวจความเห็นของนักลงทุน 224 ราย มีสินทรัพย์บริหารรวมกัน 6.75 แสนล้านดอลลาร์ พบว่านักลงทุนเหล่านี้อยู่ในสถานะปกป้องพอร์ตการลงทุนมากขึ้น ซึ่งเป็นการป้องกันผลกระทบจากตลาดหุ้นต่างๆ ทั่วโลกปรับตัวลงแรง

ผลสำรวจชี้ การปรับสถานะระมัดระวังมากขึ้นของนักลงทุน เกิดขึ้นในขณะที่พวกเขายังคงกังวลกรณีธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดใช้นโยบายผ่อนคลายการเงิน (คิวอี) อย่างต่อเนื่อง และความหวาดกลัวเรื่องความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์การเมือง

แบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริลลินช์ ระบุว่านักลงทุนอย่างน้อย 1 ใน 3 ของกลุ่มตัวอย่าง ตอบชัดเจนว่าไม่มั่นใจและไม่แน่ใจว่า จะนำเงินลงทุนไปพักไว้ที่ใด มุมมองเช่นนี้ทำให้อัตราถือครองเงินสดในเดือนส.ค.ปีนี้ของพวกเขาสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปี 2555

ขณะเดียวกันบรรดานักลงทุนที่เคยให้น้ำหนักลงทุนหลักทรัพย์เหนือเกณฑ์ พากันปรับลดการลงทุนส่วนนี้ลงถึง 17% เพราะพวกเขาต้องการป้องกันความเสี่ยงที่ตลาดหุ้นหลายแห่งทั่วโลกปรับตัวลงมากในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งเป็นการปรับตัวระวังความเสี่ยงมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงิน

ทั้งนี้ผลสำรวจครั้งล่าสุดนี้ จัดทำขึ้นหลังจากตลาดหุ้นหลายแห่งทั่วโลกตกอยู่ในภาวะผันผวน เพราะนักลงทุนพากันตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ทางภูมิศาสตร์การเมืองที่มาพร้อมความเสี่ยงทางการเงิน ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องกัน

โดยเหตุการณ์ภูมิศาสตร์การเมืองกับความเสี่ยงทางการเงินข้างต้น รวมถึงปัญหาขัดแย้งที่ชนวนกาซ่า ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างยูเครนกับรัสเซีย ปัญหาขัดแย้งในอิรัก และการช่วยเหลือธนาคารบองโก เอสปิริตโต ซานโตในโปรตุเกส เป็นต้น

งานสำรวจชี้ว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกพากันปรับตัวลงจากระดับสูงสุดเคยทำสถิติไว้ ก่อนปรับลงอย่างแรงเนื่องจากแรงเทขายอย่างหนัก ทำให้มุมมองแง่ดีเรื่องผลประกอบการบริษัทเผชิญกับกระแสข่าวเชิงลบด้านภูมิศาสตร์การเมืองที่ไหลเข้ามา

ทั้งนี้แบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริลลินช์ รีเสิร์ช มองว่านักลงทุนมองหาทางหลบหนี เมื่อพวกเขาได้รับข่าวเหตุการณ์ต่างๆ ในตลาดโลก และแนวโน้มดอกเบี้ยปรับขึ้น โดยนักลงทุนต่างกระวนกระวายใจ และปรับเปลี่ยนพอร์ตถือเงินสดมากขึ้น ในภาวะที่ตลาดซึมซับข่าวเฟดลดใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน

ผลสำรวจครั้งล่าสุดระบุด้วยว่า 27%ของนักลงทุนกลุ่มตัวอย่าง ถือเงินสดเพิ่มในเดือนส.ค.เป็น 12% เทียบเดือนก.ค. ทำให้เงินสดในพอร์ตของนักลงทุนกว่า 200 คนโดยเฉลี่ยขณะนี้อยู่ที่ 5.1% ของพอร์ตทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 4.5% ในเดือนก.ค.

ก่อนหน้านี้ สถาบันพัฒนาการบริหารจัดการระหว่างประเทศแห่งสวิตเซอร์แลนด์ หรือ ไอเอ็มดี คาดการณ์ถึงแนวโน้มเป็นไปได้จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก ที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดในช่วงต้นปีหน้า โดยจะเริ่มเกิดขึ้นให้เห็นในเดือนเม.ย.ปี 2558 และสิ้นสุดลงในเดือนมี.ค. 2559

โดยวิกฤตการเงินโลก อาจมีสาเหตุมาจากปัจจัยลบหลายเรื่อง และปัจจัยลบส่วนหนึ่ง คือ ภาวะฟองสบู่ในตลาดหุ้นโลก, ภาวะฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ และสงครามความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเกือบทุกภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งอาจนำไปสู่การทรุดตัวของตลาด