"นบข."เคาะขายข้าวล็อตแรก7หมื่นตันให้เอกชน11ราย เป็นเงิน737ล้านบ. เตรียมเดินหน้าระบายข้าวล็อตใหม่ทันที
เผยเจียเม้งเสนอราคาสูงสุดข้าวหอมมะลิ เอกชนโวยขั้นตอนยุ่งยากล่าช้ากระทบส่งสินค้าไม่ทันตามออร์เดอร์ กรมการค้าภายในรอผลตรวจสต็อกก่อนระบายผ่านเอเฟทระบุทางเลือกให้เอกชนซื้อข้าวรัฐได้มากขึ้น
นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้อนุมัติให้ขายข้าวปริมาณรวม 73,000 ตัน เป็นข้าวทุกชนิดที่เปิดประมูลให้เอกชน 11 ราย มูลค่ารวม 737 ล้านบาท โดยราคาข้าวที่ประมูลได้เป็นราคาที่สูงใกล้เคียงกับราคาตลาด ตามคุณภาพมาตรฐานข้าวไทย โดยราคาชนะประมูลต่ำสุด คือ ปลายข้าวเอวันเลิศ ตันละ 7,610 บาทและราคาข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2 ประมูลสูงสุดที่ตันละ 28,000 บาท ในปริมาณใกล้เคียงกัน แต่จะปรับวิธีการคำนวณราคาอ้างอิงพื้นฐาน (Floor Price) ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อให้การพิจารณารวดเร็วขึ้นด้วย
ทั้งนี้ คณะทำงานดำเนินการระบายข้าวได้เปิดจำหน่ายข้าวสารในสต็อกรัฐบาล ครั้งที่ 1/2557 เมื่อ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมีปริมาณรวม 1.67 แสนตัน ข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2 ข้าวขาว 5% ข้าวขาว 15% ข้าวเหนียวขาว 10% ข้าวท่อนหอมมะลิ ปลายข้าวหอมมะลิ ปลายข้าวปทุมธานีและปลายข้าวขาวเอวันเลิศ จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีปีการผลิต 2554/55 นาปรังปี 2555 นาปี 2555/56 ทั้งรอบที่ 1 และ 2
มีเอกชนมายื่นซองรวม 49 ราย ถอนตัวไป 1 รายเหลือ 48 รายแต่ผ่านคุณสมบัติเพียง 46 ราย มีทั้งผู้ส่งออก โรงสี ผู้ผลิตอาหารสัตว์ และผู้ประกอบการข้าวถุง โดยเอกชนรายสำคัญๆ เช่น หจก.โรงสีทรัพย์แสงทอง,หจก.ทรัพย์แสงทอง,บริษัทข้าวแสนดี ,บริษัทแสนดีไรท์ไทยแสน,โรงสีทวีทรัพย์ทอง,บริษัทนครหลวงค้าข้าว,หจก.ร่วมเจริญ,โกลเด้นไรท์,บริษัททีเอ็มทีไรท์มิลล์,บริษัทไทยสถาวรเทรดดิ้ง,บริษัทอิสเทรน์ไรท์,บจก.อุดมสุขไรท์,บจก.โอแลม,บจก.ซี.พี.,บริษัทสยามอินดิก้า,บริษัทไทยฟ้า,บริษัทเจียเม้ง,โรงสีไฟศรีกรุงลาดกระบัง เป็นต้น
โดยกลุ่มข้าวขาวพงษ์ลาภ เสนอข้าวขาว 5% ปี 56/57 ราคาตันละ 11,750 บาท สูงกว่าซีพีที่เสนอราคาตันละ 10,220 บาท
"เจียเม้ง"ชิงข้าวหอมมะลิ
ขณะที่ข้าวหอมมะลิ บริษัทเจียเม้ง เสนอราคาสูงสุด ตันละ 28,570 บาท รองลงมาคือ บริษัทเจพี ตันละ 28,552 บาท และบริษัทซีพีตันละ 27,170 บาท ส่วนปลายข้าวเป็นกลุ่มโรงงานอาหารสัตว์และโรงสี เสนอราคาเฉลี่ยตันละ 9,000 บาท
เอกชนจะต้องทำสัญญาซื้อขายข้าวสารกับองค์การคลังสินค้า (อคส.) ภายใน 10 วันนับแต่วันที่กรมการค้าต่างประเทศแจ้งผลเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ผู้เสนอราคาซื้อแต่ละราย และวางหลักประกันเป็นเงินสดหรือเช็ค อัตรา 5% ของมูลค่าข้าวสารที่ได้ตกลงซื้อขาย
สำหรับเอกชนทั้ง 11 รายที่ได้ชนะประมูลได้แก่ บริษัทที่ประมูลได้ 1. เอเซียโกลเด้นไรซ์ 2.บริษัทเจียเม้ง 3. บริษัทรวมชัยมัลติเทรด 4. หจก.โรงสีไฟสมบูรณ์การค้า 5.หจก.โรงสีไฟศรีกรุงลาดกระบัง 6. บจก. เคเอ็มซีอินเตอร์ไรซ์ 7.บจก.ลักกี้ซีเรียลส์ 8. บจก.โรงสีข้าวยิ่งไพบูลย์ (2007) 9.บจก.ข้าวเอกเจริญ (เอ็กเส็งไรซ์) 10.หจก. โรงสีไฟทรัพย์เจริญ 11. บจก.พงษ์ลาภ จำกัด
รอตรวจสต็อกก่อนขายเอเฟท
ด้านนางจินตนา ชัยยวรรณาการ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ขณะนี้กรมกำลังรอผลการตรวจสต็อกข้าวของรัฐบาลอย่างเป็นทางการรวมถึงผลการตรวจคุณภาพข้าวสารในสต็อกก่อนพิจารณาเปิดระบายข้าวสารผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า (เอเฟท) ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการระบายข้าวที่นบข.กำหนดไว้ ทำให้เร็วๆ นี้ยังไม่มีแผนระบายข้าวผ่านเอเฟท
ส่วนประเด็นการจะใช้วิธีการเสนอราคาแบบเบสิค (การเสนอราคาติดลบของราคาตลาด ณ วันส่งมอบ) หรือไม่นั้น ต้องรอคณะกรรมการเอเฟททำข้อสรุปก่อนหากเห็นว่าควรใช้เบสิคหรือไม่ เพราะมีความเห็นว่าการใช้เบสิคจะยิ่งเป็นการทำให้ราคาสินค้าเกษตรมีราคาลดลงมากขึ้น เช่น กรณีการซื้อขายยางพาราในตลาดเอเฟท
"สมพงษ์"อัดรัฐพิจารณาล่าช้า
นายสมพงษ์ กิตติเรียงลาภ กรรมการบริหารบริษัท พงษ์ลาภ จำกัด กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการแจ้งจากกรมการค้าต่างประเทศว่าได้อนุมัติให้ซื้อข้าวล็อตดังกล่าวหรือไม่ โดยบริษัทเสนอซื้อข้าวขาว 5% ปี 2556/57 ราคาตันละ 11,750 บาท ปริมาณ 3,700 ตัน ซึ่งไม่ได้มีการเพิ่มราคาซื้อขึ้นอีกเพราะเห็นว่าราคาที่เสนอซื้อมีความเหมาะสมแล้ว
หากผลการพิจารณาไม่มีชื่อของบริษัทพงษ์ลาภฯ ก็ไม่ได้เป็นกังวลอะไร เพราะสามารถหาซื้อข้าวจากตลาดภายนอกได้ โดยล่าสุดการซื้อขายกับโรงสีได้เสนอราคาเฉลี่ยตันละ 13,000 บาท ซึ่งต่างจากราคาที่เสนอซื้อข้าวของรัฐบาลเพราะต้องคำนวณค่าขนส่งเฉลี่ยตันละ 500-600 บาท และค่าปรับปรุงคุณภาพซึ่งต้องขึ้นกับสภาพข้าวนั้นๆ นอกจากนี้การซื้อข้าวกับโรงสีสามารถสรุปการซื้อขายได้เร็วไม่เกิน 1 วัน และมีเครดิตการจ่ายเงินนาน 1 เดือน
“ขั้นตอนการพิจารณาขายข้าวล่าช้า ผู้มีอำนาจตัดสินใจไม่ได้อยู่ในที่ประมูลเพื่อที่จะได้บอกทันที เลยว่าขายหรือไม่ขาย ไม่เหมือนซื้อกับโรงสีที่จะบอกได้ทันที ส่วนราคา Floor Priceให้เป็นราคาหน้าโกดังและควรจะแจ้งให้ทราบให้ถือเป็นราคาที่รัฐอยากขาย ถ้าเอกชนสนใจก็เสนอราคามาเลย จะทำให้ไม่ยุ่งยากเสียเวลา” นายสมพงษ์ กล่าว
แหล่งข่าวในวงการค้าข้าว ระบุว่า ในรายชื่อผู้เสนอราคาที่เรียกกันว่าให้ราคาข้าวดีกับรัฐบาลรอบนี้ มีรายชื่อของผู้ที่มีส่วนพัวพันกับความไม่ชอบมาพากลในการระบายข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)กำลังสอบสวนอยู่ด้วย การเสนอราคาเพื่อให้ได้ข้าวรัฐรอบนี้ จึงมีความเป็นไปได้ในการซื้อเพื่อตัดบัญชี หรือซื้อในโกดังตัวเอง ซึ่งบางส่วนอาจมีข้าวไม่ครบก็ได้









