วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BLA - ซื้อ

กลับมาเติบโตแข็งแกร่ง

ประเด็นการลงทุน

เราเชื่อว่า BLA มีแนวโน้มการเติบโตของกำไรแข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 หลังมีการตั้งสำรองพิเศษจำนวนมากเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านดอกเบี้ยและยอดขายเบี้ยประกันชีวิตชำระครั้งเดียวในช่วงครึ่งแรกของปี หลังจากนี้ BLA ตั้งเป้าที่จะเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์กำไรสูง เช่น ประกันชีวิตออมทรัพย์ระยะยาว และประกันชีวิตตลอดชีพและเครดิตไลฟ์ ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวต้องการการตั้งสำรองกรรมธรรม์ประกันน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตออมทรัพย์ที่มีการชำระเบี้ยเพียงครั้งเดียว ทั้งนี้เราปรับคาดการณ์ว่ากำไรลง 36% YoY เป็น 4 พันล้านบาทในปี 2557 และจะขยายตัว 37% เป็น 5.4 พันล้านบาทในปี 2558 เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ที่ 111.50 บาท (ก่อนเกิดไดลูชั่นเอฟเฟคจากหุ้นปันผล) อ้างอิงจากมูลค่าธุรกิจที่ 45.89 บาทต่อหุ้น และมูลค่าการสร้างธุรกิจใหม่ทั้งหมดที่ 65.68 บาท

เบี้ยประกันปีแรกในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 มากกว่าเป้า

หลังบริษัทมีผลการขยายตัวแข็งแกร่งของเบี้ยประกันปีแรกและรายได้เบี้ยประกันรวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 ที่ 163% YoY (หนุนจากผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตออมทรัพย์ที่มีการชำระเบี้ยเพียงครั้งเดียว) และ 67% YoY ตามลำดับ BLA ก็ได้เปลี่ยนมาเน้นกลยุทธ์นโยบายระยะยาว (Gain 1st 263 and Gain 1st 245) ประกันชีวิตตลอดชีพและเครดิตไลฟ์ โดยการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างผลกำไรให้มากขึ้นจากผลิตภัณฑ์กำไรสูงและการตั้งสำรองที่ต่ำลง ทั้งนี้ บริษัทได้บรรลุเป้าการเติบโตของเบี้ยประกันปีแรกของปี 2557 ที่ 49% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 แล้ว เราตั้งสมมติฐานเชิงอนุรักษ์นิยมต่อการขยายตัวของเบี้ยประกันปีแรกสำหรับปี 2557 (รวมผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตชำระครั้งเดียว) ที่ 75% ในประมาณการของเรา

อัตราเงินสำรองประกันชีวิตคาดลงลงครึ่งหลังปี 2557

การมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตออมทรัพย์ระยะยาวซึ่งมีอัตรากำไรที่ดีจะส่งผลให้การตั้งสำรองกรรมธรรม์ประกันครึ่งหลังของปี 2557 เป็นต้นไปลดน้อยลง BLA แนะว่าการตั้งสำรองสำหรับอีก 6 เดือนที่เหลือในปีนี้จะลดลงเป็น 60-65% ของเบี้ยประกันรวม เทียบกับ 83% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 (เราตั้งสมมติฐานการตั้งสำรองไว้ที่ 76% ของเบี้ยประกันรวมในปี 2557 และ 68.5% ในปี 2558) การตั้งสำรองที่น้อยลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 จะส่งผลให้กำไรปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก นอกจากนี้ เรายังคาดว่าสัดส่วนต้นทุนต่อเบี้ยประกันภัยรับ(Combined ratio) รวมจะอยู่ที่ 107% และ 108% สำหรับปี 2557 และ 2558 ตามลำดับ

ตั้งเป้าผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ปี 2557 ที่ 5%

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นในไตรมาส 2/57 ส่งผลให้ BLA มีความเชื่อมั่นว่าบริษัทจะสามารถบรรลุเป้าผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ในปี 2557 และ 2558 ที่อย่างต่ำ 5% ได้ โดยผลตอบแทนจากตราสารหนี้ที่สูงขึ้นจะเปิดโอกาสให้บริษัทเข้าสะสมพันธบัตรระยะกลางและระยะยาว

ทั้งนี้ บริษัทได้ลงทุนในพันธบัตรสกุลเงินต่างชาติจำนวน 1.3 หมื่นล้านบาท (หรือราวๆ 9.5% ของพอร์ตการลงทุน) ซึ่งให้ผลตอบแทนกว่า 6%

เงินทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่ 240% หนุนการเติบโตในปี 2557 และปีต่อๆไป

ปัจจุบันสัดส่วนเงินทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของ BLA ในปัจจุบันที่ 240% จะช่วยหนุนการเติบโตของธุรกิจโดยไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องเพิ่มทุนในอีกหลายปีข้างหน้า บริษัทได้ประกาศจ่ายหุ้นปันผลสำหรับช่วงครึ่งแรกของปี 2557 เพื่อรักษาฐานเงินทุนเอาไว้ ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยตั้งสัดส่วนเงินทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงขั้นต่ำไว้ที่เพียง 140% เท่านั้น นอกจากนี้ผู้บริหารตั้งเป้าที่จะลดความเสี่ยงจากการลงทุนใหม่ (Mismatched risk) ด้วยการขยายระยะเวลาเฉลี่ยของการพอร์ตการลงทุนจาก 8 ปีไปเป็นใกล้เคียงกับระยะเวลาเฉลี่ยการครบกำหนดของหนี้สินที่ 10.3 ปี ทั้งนี้ BLA ตั้งนโยบายสัดส่วนเงินทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงขั้นต่ำไว้ที่ 200%