วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อีฟอร์แอลคาดซื้อ'วุฒิศักดิ์'สำเร็จเดือนนี้

"อี ฟอร์ แอล เอม" เดินหน้าลุยธุรกิจเสริมความงาม ซื้อกิจการวุฒิศักดิ์ คลินิก คาดเสร็จสิ้นในเดือนนี้

เตรียมเจรจาซื้อกิจการเพิ่มอีก 1 แห่ง ลั่นไม่ต้องเพิ่มทุนเกรงผู้ถือหุ้นกระทบ ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1,500 ล้านบาท หันทำธุรกิจกับเอกชนมากขึ้น ป้องกันความเสี่ยงจากการเมือง

นายธีรวุทธิ์ ปางวิรุฬห์รักข์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อี ฟอร์ แอล เอม (อีฟอร์แอล) ตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์และธุรกิจเสริมความงาม เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อซื้อกิจการธุรกิจเสริมความงามเพิ่มขึ้นอีก 1 แห่ง จากปัจจุบันที่บริษัทเจรจาการเข้าซื้อกิจการ บริษัท วุฒิศักดิ์ คลินิก อินเตอร์ กรุ๊ป โดยบริษัทตั้งเป้าหมายจะมีรายได้หลักจากธุรกิจเสริมความงามและธุรกิจเพื่อสุขภาพใน 3 ปีข้างหน้า

"นอกจากการเจรจาซื้อกิจการ วุฒิศักดิ์ คลินิกแล้ว เรายังมีการพูดคุยเพื่อซื้อกิจการในบริษัทอื่นๆ อีก ซึ่งยังอยู่ในธุรกิจเสริมความงาม แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอยู่ในขั้นตอนของการดำเนินงาน ซึ่งเราเห็นโอกาสว่าธุรกิจเสริมความงามจะเป็นตัวผลักดันรายได้ของเราในอนาคต"

สาเหตุที่บริษัทมาขยายธุรกิจเสริมความงาม และสุขภาพ เป็นไปตามมติการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2556 ที่อนุมัติให้บริษัทเข้าทำ 3 ธุรกิจใหม่ เพื่อฟื้นฟูผลการดำเนินงานที่ขาดทุนมาต่อเนื่องและไม่มีการจ่ายปันผลตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โดยธุรกิจใหม่นั้นได้แก่ กลุ่มธุรกิจสื่อ กลุ่มธุรกิจ เสริมความงาม และธุรกิจพลังงานทดแทน ซึ่งธุรกิจเสริมความงามในปัจจุบันถือว่าเป็นโอกาสที่เหมาะสมในการเข้าซื้อเพราะมีการเติบโตต่อเนื่อง

"เป้าหมายของบริษัท คือ จะเข้าซื้อกิจการที่เป็นอันดับต้นๆ ของอุตสาหกรรม และมีส่วนแบ่งทางการตลาดสูง ส่วนธุรกิจอื่นๆ อย่างธุรกิจพลังงานทดแทน เรายังให้ความสนใจเพียงแต่รอจังหวะที่เหมาะสม"

ส่วนความคืบหน้าการซื้อกิจการ วุฒิศักดิ์ คลินิกนั้น อยู่ระหว่างการเจรจา คาดว่า จะได้ข้อสรุปภายในเดือนนี้ ขั้นตอนต่อไปจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารในเดือน ก.ย. และเสนอขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นในเดือน ต.ค.

หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนคาดว่า จะนำงบของวุฒิศักดิ์ คลินิกเข้ามารวมกับของบริษัท เพื่อรับรู้ได้ภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ในการเข้าซื้อกิจการนั้นเราตั้งเป้าหมายจะเป็นผู้ถือหุ้นหลักและมีอำนาจในการบริหาร

ส่วนแหล่งทุนการเข้าซื้อกิจการอยู่ระหว่างการพิจารณาในหลายช่องทาง เนื่องจากบริษัทไม่มีหนี้สินมีเพียงหนี้การค้าเท่านั้น จึงมีศักยภาพในการกู้เงินได้เต็มที่ และมีกองทุนหลายแห่งให้ความสนใจเข้าร่วมในการซื้อกิจการครั้งนี้ ทำให้บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาสัดส่วนที่เหมาะสม แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการเพิ่มทุนเด็ดขาด เพราะบริษัทคำนึงถึงผลประโยชน์ของนักลงทุน หากมีการเพิ่มทุนทำให้จำนวนหุ้นเยอะขึ้นทำให้ผลตอบแทนกับนักลงทุนน้อยลงไป

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ บริษัทตั้งเป้ามีรายได้ทั้งปี 1,500 ล้านบาทมีสัดส่วนมาจากการขายเครื่องมือทางการแพทย์ 50 % ธุรกิจสื่อป้ายโฆษณา 50 % ครึ่งปีแรกบริษัทมีรายได้แล้ว 450 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายผลจากปัญหาทางการเมือง ทำให้โรงพยาบาลของรัฐบาลมีการเลื่อนสั่งซื้อสินค้า

โดยในครึ่งปีหลังนั้น บริษัทตั้งเป้าหมายจะมีรายได้ในไตรมาสที่ 3 ไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท และไตรมาสที่ 4 ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท หลังจากนี้เน้นการขายเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลเอกชนมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจ

ปัจจุบันสัดส่วนการขายเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลของรัฐอยู่ที่ 50 % และโรงพยาบาลเอกชน 50 %

ทั้งนี้ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้นของ บริษัท อี ฟอร์ แอล เอม (อีฟอร์แอล) พบว่า ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่เริ่มต้นครึ่งปีหลัง จนถึงวันที่ 8 ส.ค. ราคาหุ้นมาปิดที่ 1.50 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 105.48% ส่วนล่าสุดวานนี้ (13 ส.ค.) ปิดตลาดที่ระดับ 1.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มีมูลค่าการซื้อขาย 487.74 ล้านบาท