กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยยอดการส่งออกจากไทยไปกัมพูชาครึ่งปีแรกอยู่ที่ 75,000 ล้านบาท
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงการค้าการลงทุนในกัมพูชาว่า 6 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย.) กัมพูชามีการจัดเก็บภาษีครึ่งปีแรกได้ 532 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.5 โดยจัดเก็บจากสถาบันการเงิน การก่อสร้างออกแบบตกแต่ง อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน เครื่องดื่ม เสื้อผ้าสำเร็จรูปและสิ่งทอ โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ การนำเข้า-ส่งออก โทรคมนาคม ยาสูบ เครื่องเขียนและการผลิตอาหาร เป็นต้น โดยเฉพาะโรงงานเสื้อผ้าสำเร็จรูปจดทะเบียนในกัมพูชาสูงถึง 1,200 แห่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นเป็น 733,000 คน จาก 678,000 คน
สำหรับภาวะการลงทุน โดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (ซีไอบี) ของกัมพูชา ได้อนุมัติโครงการตั้งแต่ปี 2537 ถึง 30 มิถุนายน 2557 รวม 2,932 โครงการ มูลค่าลงทุนเกือบ 10,534 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เฉพาะครึ่งปีแรก 2557 อนุมัติรวม 91 โครงการ เงินลงทุน 226 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โครงการเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 18 โครงการ และเงินลงทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 29 โดยอุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูป 53 โครงการ เงินลงทุน 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นการลงทุนจากจีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง อังกฤษ อิตาลี ญี่ปุ่น ซามัว เยอรมนี กัมพูชา สิงคโปร์ และสหรัฐ
“นักลงทุนไทยมีเพียง 2 ธุรกิจ คือ โรงงานทำท่อสเตนเลสกับโรงงานบรรจุภัณฑ์พลาสติก จากที่ก่อนหน้าที่เข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าส่งออกหลายสิบราย อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์การเมืองภายในประเทศเป็นไปในทางบวกและยอมเจรจากัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการยินดีและมีความหวังว่าธุรกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนกัมพูชาจะดีขึ้น รวมถึงธุรกิจเอสเอ็มอีในกัมพูชาต่างคลายความกังวล และมุ่งพัฒนาการผลิตสินค้าและธุรกิจอย่างเต็มที่ ซึ่งส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการตามสภาพคล่องทางเศรษฐกิจของตนเอง” นางนันทวัลย์ กล่าว
นางจีรนันท์ วงษ์มงคล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา กล่าวว่า การค้าการส่งออกระหว่างไทยกับกัมพูชามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากครึ่งปีแรกที่ไทยส่งออกไปกัมพูชาเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 9.1 หรือ 2,348 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (75,693 ล้านบาท) โดยสินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องดื่ม ปูนซิเมนต์ น้ำตาลทราย เครื่องสำอาง สบู่และผลิตภัณฑ์รักษาผิว ยานพาหนะอื่น ๆ และส่วนประกอบ ส่วนสินค้าที่มีแนวโน้มดี ได้แก่ ผลิตภัณฑ์พลาสติก รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เป็นต้น ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 59 หรือมูลค่า 257 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ เครื่องจักรกลไฟฟ้า และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ลวดและสายเคเบิล สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เสื้อผ้าสำเร็จรูป รองเท้า เป็นต้น
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์กัมพูชาได้ปฏิรูปการทำงานให้พร้อมรับนักลงทุน โดยประกาศยกเลิกการใช้ใบรับรองแหล่งกำเนิดสำหรับส่งออกไปประเทศที่ยกเว้นการตรวจ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ส่งออก นอกจากนี้ พัฒนาระบบอัตโนมัติสำหรับการออกใบรับรองแหล่งกำเนิด ซึ่งจะทำให้ผู้ส่งออกไม่จำเป็นต้องเดินทางมากระทรวงพาณิชย์เพียงแค่ส่งข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่ผ่านช่องทางออนไลน์









