ตร.บางรักพร้อมจนท.กรมทรัพย์สินทางปัญญา บุกอาคารพาณิชย์จับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์มูลค่า10ล้านบ.
พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผบช.น. พ.ต.ท.ดุสิต วาลีประโคน รองผกก.สส.สน.บางโพงพาง พ.ต.ต.ไอยรา อากาศวิภาต สว.ฝอ.บก.น.5 พ.ต.ต.ธนะเมศฐ์ วิจิตรจริยา สว.สส.กก.2 บก.สส.บช.น. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางรัก สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ โดยมี นางกุลณี อิศดิศัย รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และ นางมาลา ตั้งประเสริฐ ตัวแทนบริษัทผู้เสียหายภาคเอกชน เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์เลขที่ 72-74 ซอยสีลม 26 แขวงสุริยะวงศ์ เขตบางรัก ซอยสีลม 26 แขวงสุริยะวงศ์ เขตบางรัก กทม. หลังสืบทราบว่าการลักลอบจำหน่ายสินค้าที่ปลอมเครื่องหมายการค้า และละเมิดลิขสิทธิ์
ด้านพล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฉพาะกิจปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า ร้านดังกล่าว ลักลอบเปิดขายสินค้าละเมินลิขสิทธิ์ จึงได้ทำการวางแผนเข้าจับกุมดังกล่าว ยี่ห้อ หลุยส์ วิตตอง, ชาแนล แฮร์เมส ฯลฯ ให้กับชาวต่างชาติและประชาชนทั่วไป จึงได้ทำการสืบสวนจนแน่ชัด ก่อนยื่นคำร้องต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เพื่อทำการตรวจค้นจับกุมอาคารพาณิชย์ดังกล่าว
โดยศาลฯได้ออกหมายค้นที่ 396/2557 ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2557 เพื่อเข้าตรวจสอบ จากการเข้าตรวจสอบพบว่าอาคารดังกล่าวมีน.ส.สำราญ หรือเอ๋ จำปา อายุ 44 ปี ผู้ดูแลร้าน จากการตรวจสอบพบของกลางซึ่งเป็นกระเป๋า นาฬิกา แว่นตา ที่ปลอมเครื่องหมายการค้าหลายยี่ห้อ เช่น หลุยส์ วิตตอง ชาแนล โรเล็กซ์ เรย์แบน ฯลฯ จำนวน หลาย รายการ รวม 5,000 ชิ้น มูลค่าความเสียหายประมาณ 10,000,000 บาท
หลังจากนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางรักขยายผลที่มาของสินค้าดังกล่าว รวมทั้งได้สั่งการให้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดปราบปรามและเน้นการกวดขัน จับกุมโกดัง แหล่งพักสินค้ารายใหญ่ ๆ ที่จะกระจายไปยังร้านย่อย ๆ ส่วนใหญ่สินค้าที่พบจะมาจากประเทศจีน เช่น นาฬิกา กระเป๋า และอื่น ๆ ซึ่งต้องมีการประสานกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมศุลกากร การท่าเรือ เพื่อตรวจสอบการนำเข้าประเทศ รองผบช.น. กล่าว
ขณะที่น.ส.สำราญ ให้การว่า ได้ลักลอบจำหน่ายสินค้าที่ปลอมเครื่องหมายการค้าจริง โดยทำมาแล้ว 8 เดือน และส่วนใหญ่จะจำหน่ายให้กับชาวต่างชาติเป็นหลัก โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น ซึ่งมีนายหน้าเป็นคนไทยพามา และจะแบ่งเปอร์เซ็นต์ยอดขายให้นายหน้า ร้อยละ 3
ด้านนางมาลา ตัวแทนบริษัทผู้เสียหายภาคเอกชน กล่าวว่า ขอชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กวดขันจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เนื่องจากว่าหากมีการปล่อยปะละเลย จะส่งผลเสียให้กับประเทศมูลค่ามหาศาล อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นแจ้งข้อหาจำหน่าย เสนอจำหน่าย มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าผู้อื่นที่ได้จดทะเบียนไว้ในราชอาณาจักร ก่อนส่งพนักงานสอบสวนสน.บางรักดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป









