วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอกชนชี้คนนั่งนายกฯต้อง'เด็ดขาด'

เอกชนชี้คนนั่งนายกฯต้อง'เด็ดขาด' หวั่นไม่กล้าตัดสินใจเรื่องสำคัญ ประเทศเดินหน้ายาก

ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งสภาติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จำนวน 200 คน โดยเป็นไปตามโรดแมพของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในระยะที่สอง ของการเข้าบริหารประเทศ โดยจะมีการประชุมนัดแรกในสัปดาห์หน้า จากนั้นจะเข้าขั้นตอนการเลือกผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อจัดตั้งรัฐบาลเข้าบริหารประเทศชั่วคราวประมาณ 1 ปีก่อนการเลือกตั้งทั่วไป

ภาคเอกชนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นสนช.ต่างเห็นตรงกันว่าผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น ต้องมีความเด็ดขาดและกล้าตัดสินใจ เนื่องจากการเมืองไทยถือว่าอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งหากไม่สามารถบริหารประเทศอย่างตรงไปตรงมาแล้วอาจเกิดปัญหาตามมาเหมือนในอดีต

นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นสนช.กล่าวว่าคสช.คัดเลือกสนช.ผู้ที่มีความคิดเห็นและมีจุดมุ่งหมายที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ ความต้องการร่วมกันพัฒนาประเทศ และมีประสบการณ์หรือผลงานที่จะเข้ามาช่วยกันระดมความคิดได้

นายบุญชัย กล่าวว่าผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศในขณะนี้ มองว่า ควรจะเป็นบุคคลที่มีความเป็นกลาง ดูแลและควบคุมสถานการณ์บ้านเมืองได้ ต้องมีความเป็นผู้นำและตัดสินใจได้ถูกต้อง มีความเด็ดขาด เพราะถ้าไม่เด็ดขาดก็อาจเกิดปัญหาการถกเถียงขัดแย้ง อาจทำให้ประเทศไม่เดินหน้า รวมถึงต้องเข้าใจปัญหาและมองเห็นถึงจุดอ่อนของประเทศแล้วแก้ไขให้ได้ "สถานการณ์เช่นนี้ผู้ที่เหมาะสมคือ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก"

นายบุญชัย มองว่าปัจจุบัน ประเทศยังมีปัญหาหลายอย่างที่จะต้องรีบแก้ไข โดยในเบื้องต้นมองว่าสิ่งสำคัญจะต้องกระตุ้นภาคเศรษฐกิจ เพราะแม้ว่าความเชื่อมั่นในสถานการณ์บ้านเมืองของผู้คนจะกลับมาแล้ว แต่ภาคการจับจ่ายใช้สอย หรือกำลังซื้อของผู้บริโภคยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ จึงยังคงส่งผลให้เศรษฐกิจภายในประเทศอยู่ในภาวะชะลอตัว ฟื้นตัวได้ช้ากว่าปกติ

"จะต้องเริ่มสร้างบรรยากาศเพื่อกระตุ้นอารมณ์การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคให้กลับมาก่อน และเรียกความเชื่อมั่นจากต่างชาติกลับคืนมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่จะนำเม็ดเงินไหลเวียนเข้ามาภายในประเทศ โดยอาจจัดทำผ่านการจัดกิจกรรม สร้างความบันเทิงให้คึกคักมากขึ้น การจัดงานมหกรรมลดราคาสินค้า เพื่อสอดรับกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่กำลังเริ่มฟื้นตัว"

ภาคการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานประเทศ นายบุญชัย กล่าวว่าประเทศยังต้องพัฒนาและลงทุนต่อไป แต่ต้องพิจารณาบางโครงการที่สำคัญและมีความเหมาะสม เช่น รถไฟรางคู่ โดยเป็นการทยอยก่อสร้างเป็นเฟสและต้องทำให้โครงการโปร่งใส เพื่อพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง

ชี้นายกฯคนใหม่ต้องทำงานจริง

ด้านนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร หนึ่งในผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นสนช. และยังดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวว่า คุณสมบัติสำคัญของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ คือ ต้องมีความเป็นผู้นำ และลงมือทำงานให้เกิดเป็นรูปธรรมตามโรดแมพบริหารประเทศที่วางไว้

“แน่นอนว่าเราอยากได้คนดีที่สุด เก่งที่สุด แต่ก็ต้องเข้าใจที่สุดด้วย ที่สำคัญคือต้องลงมือทำงานให้สำเร็จมากกว่าการมีแผนที่สวยงาม”

อย่างไรก็ตาม ประเทศจะเดินหน้าไปได้ทุกคนต้องร่วมมือกัน ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน

'สมพล'อยากเห็นแก้ปัญหาเหลื่อมล้ำ

ด้าน นายสมพล เกียรติไพบูลย์ อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ และประธานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นสนช. กล่าวว่าประเด็นที่อยากให้สนช.พิจารณาในการแก้ปัญหาบ้านเมืองในขณะนี้ คือ การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ ทั้งความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การศึกษา และสาธารณสุข อีกเรื่องคือความยุติธรรมในสังคม

"หากประเทศพัฒนาไปโดยที่ทั้ง 2 เรื่องนี้ "ตกม้าตาย"ก็จะยิ่งเพิ่มความเหลื่อมล้ำในสังคมมากขึ้น"

นายสมพล กล่าวถึงผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีที่เหมาะกับภาวะประเทศในขณะนี้ว่า ต้องเป็นคนเด็ดขาด กล้าตัดสินใจ ตรงไปตรงมา สังคมยอมรับว่ามือสะอาด ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม

"จริงๆ คนที่มีคุณสมบัติแบบนี้ เมืองไทยมีไม่น้อย แต่อยู่ที่ว่าจะอยากมาทำหน้าที่ตรงนี้หรือไม่"

เร่งดันกฎหมายค้างท่อกว่า100ฉบับ

สำหรับการทำงานในฐานะสนช.นั้น นายสมพล กล่าวว่าบทบาทหน้าที่ของสนช. ส่วนหนึ่งต้องเร่งผลักดันกฎหมายที่ยังค้างท่ออยู่กว่า 100 ฉบับ โดยแยกเป็นหมวดหมู่ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม แต่ละด้านจะต้องจัดลำดับความสำคัญ สำหรับในด้านเศรษฐกิจมีกฎหมายหลายฉบับที่ค้างอยู่ ทั้งกฎหมายประกันชีวิต กฎหมายการเงิน และการแก้ไขพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

นอกจากนี้อีกส่วนที่สนช.จะดำเนินการคือ ส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ แยกเป็น 2 ส่วน คือ แนวความคิดการปฏิรูปประเทศที่จะต้องระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องเตรียมส่งให้กับสภาร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ 2 คือ ส่วนที่จะออกเป็นกฎหมาย ทั้ง 11 ด้าน ซึ่งสมาชิกสนช.อาจจะแยกกันดู

“หลังจากนี้สนช.น่าจะมีการกำหนดกรรมการชุดย่อย เพื่อแยกกันดูแต่ละเรื่อง เพราะงานค่อนข้างเยอะ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบว่าจะแบ่งกันอย่างไร สมัยที่ผมเป็นสมาชิกวุฒิสภา ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการชุดย่อยกว่า 17 คณะ โดยสนช.จะพบกันวันแรกในวันที่ 7 ส.ค.แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีการประชุมหรือไม่ เพราะเป็นงานพระราชพิธี โดยปกติจะไม่มีการประชุม แต่จะประชุมกันในวันถัดไปเพื่อเลือกประธาน และรองประธาน”

'ณรงค์ชัย'มองคนดี-เก่งเหมาะสม

นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ คณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ได้รับเลือกเป็น สนช. กล่าวว่า หน้าที่หลักของ สนช. คือ พิจารณากลั่นกรองกฎหมาย เพียงแต่ในขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่า มีกฎหมายใดที่ต้องพิจารณาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากยังไม่เห็นวาระการประชุมเลย

ส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับการรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะนี้ มองว่า สูตรสำเร็จของคนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ต้องเป็นคนที่เก่ง เป็นคนดี และมีความเหมาะสมกับตำแหน่งดังกล่าว

ส.อ.ท.เร่งดันกฎหมายเอื้อธุรกิจ

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า หลังจากได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมเป็นสมาชิกนิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้วภารกิจหลักที่จะผลักดันคือการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาคเศรษฐกิจของประเทศ ให้เอื้อต่อภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมและการลงทุนของประเทศ เช่น กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ กฎหมายภาษีซ้อน เพื่อเอื้อกับการออกไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพิธีศุลกากร

ส่วนกฎหมายที่จะมีการผลักดันนั้นจะมีการประชุมกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กกร.) ซึ่งประกอบด้วย ส.อ.ท. สภาหอการค้าไทยและสมาคมธนาคารไทยและจะให้ฝ่ายกฎหมาย กกร. พิจารณาและเสนอเข้ามาว่ามีกฎหมายด้านเศรษฐกิจฉบับใดที่ต้องปรับปรุง หรือฉบับใดที่มีความจำเป็นแต่ยังไม่มีกฎหมาย เช่นกฎหมายที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศเนื่องจากปัจจุบันมีการค้าผ่านอินเทอร์เน็ตมากขึ้น

“กกร.มีทีมกฎหมายอยู่ ซึ่งทีมกฎหมายจะดูว่ามีกฎหมายใดที่น่าจะต้องเสนอเร่งด่วนและคาดว่าจะมีการหารือกันเรื่องนี้ในที่ประชุม กกร. ของเดือนส.ค.นี้ด้วย และนอกจากเรื่องกฎหมายแล้วก็คาดว่าจะมีโอกาสได้ให้ข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับภาคเศรษฐกิจหากใน สนช. มีข้อซักถามมา”นายสุพันธุ์ กล่าว

ด้าน นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ขอให้ความเห็นใดๆ จนกว่าเข้าเป็น สนช. ในวันที่ 5 ส.ค. 2557

'ประเสริฐ'เผยเหนือความคาดหมาย

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน กล่าวว่า การที่เขาได้รับตำแหน่งเป็นหนึ่งในสนช.ครั้งนี้ ถือเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมาย โดยวันที่ 5 ส.ค.นี้ สนช.ทั้งหมดจะต้องไปรายงานตัวต่อ คสช. หลังจากนั้นวันที่ 7 ส.ค.จะเปิดประชุมสภาฯ ครั้งแรก คาดว่าจะมีการคัดเลือกบุคคลที่จะมานั่งเป็น ประธานสภาฯก่อน

ส่วนการเลือกบุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี คงเป็นขั้นตอนต่อไป

เชื่อมั่นรายชื่อเอกชนในสนช.

นายศักดิ์ชัย เก่งกิจโกศล กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้า “เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์” กล่าวว่าเท่าที่ดูรายชื่อสนช.แม้จะมีตัวแทนภาคเอกชนค่อนข้างน้อย แต่ก็ยังมีความเชื่อมั่นในตัวบุคคล ไม่ว่าจะเป็นนายบุญชัย และนางกอบกาญจน์ เนื่องจากทั้งสองท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ

ทั้งนี้ ในฐานะภาคเอกชน อยากเห็นกฎหมายที่จะออกมาสนับสนุนการทำงานของภาคเอกชน เช่น ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอาหารของไทย ถือว่ามีชื่อเสียง โดยกฎหมายจะต้องทันสมัยสอดคล้องกับความเป็นจริง ส่วนตัวนายกรัฐมนตรีนั้น เห็นว่าขอให้มีความคิดที่ไว กล้าคิดกล้าตัดสินใจ เพราะภาคเอกชนต้องการความชัดเจนด้านนโยบาย